“นั่นเป็นเรื่องเมื่อสิบยี่สิบปีแล้วกระมัง ล่มไปเสียนานแล้ว”
ได้ยินดังนี้ หัวใจของลั่วชิงยวนหนักอึ้ง
หอสมุทรมรกตล่มแล้วหรือ?
เช่นนั้นข้อมูลเส้นนี้ของนาง ก็ขาดแล้วน่ะสิ
“เช่นนั้นเถ้าแก่รู้หรือไม่ว่านี่คือคฤหาสน์ของผู้ใด” ลั่วชิงยวนยังคงอยากสืบเรื่องเกี่ยวกับหอสมุทรมรกตต่อ
เถ้าแก่นอนพิงบนเก้าอี้ไม่ค่อยอยากลุกนัก และเอ่ยพูดช้า ๆ “เจ้าของคฤหาสน์มิได้อยู่ที่นี่เหตุใดรึ? เจ้าอยากได้คฤหาสน์นี้รึ? ซื้อหรือไม่? สองร้อยตำลึงเท่านั้น”
สองร้อยตำลึงซื้อคฤหาสน์หรือ?
นางหันไปมองทีหนึ่ง จากนั้นรับปากตอบรับ “ซื้อ!”
เถ้าแก่ตะลึง ทั้งคนเปี่ยมไปด้วยเรี่ยวแรงในทันที เขานั่งตัวตรง “เจ้าจักซื้อจริงหรือ?”
ลั่วชิงยวนยื่นเงินสองร้อยตำลึงให้ทันที
เถ้าแก่รับเงิน และรีบไปเอาโฉนดมายื่นให้นาง “แม่นางช่างเป็นคนเด็ดขาดเสียจริง! เช่นนั้นค้าขายสำเร็จ ห้ามถอนคำพูดเด็ดขาด!”
เห็นท่าทีเถ้าแก่ ลั่วชิงยวนก็รู้ได้เลยว่าคฤหาสน์นี้ต้องมีปัญหาอะไรแน่ ขายถูกเช่นนี้ หนำซ้ำยังกลัวนางถอนคำพูดอีก
นางยิ้มและเอ่ยถาม “ข้าขอเจอเจ้าของเก่าคฤหาสน์นี้ได้หรือไม่?”
เถ้าแก่เอ่ย “เรื่องนี้ข้ามิรู้จริง ๆ น่าจะย้ายออกไปตั้งแต่ครึ่งปีที่แล้ว และฝากให้ข้าขายคฤหาสน์นี้ทิ้งในราคาถูก ส่วนเขาจะกลับมาเอาเงินเมื่อมีเวลา”
“หากเขามาแล้วข้าจะบอกเจ้า”
เถ้าแก่พูดไป จากนั้นหาวทีหนึ่ง และเอ่ยอย่างเหนื่อยล้า “ข้าง่วง ปิดร้านล่ะ คุณชายตามสบายเถิด!”
สิ้นเสียงเขาเชิญลั่วชิงยวนออกไปและปิดประตูลง
ลั่วชิงยวนมาถึงหน้าประตูคฤหาสน์ข้าง ๆ ผลักประตูที่แสนหนักอึ้งออก
ตามด้วยเสียงเอี๊ยด
ในเรือนมีแต่ความเปลี่ยวร้าง
หิมะในเหมันตฤดูได้ละลายลง แต่ใบไม้ที่ร่วงโรยเมื่อฤดูใบไม้ร่วงกลับยังมิถูกกวาดออก บัดนี้เน่าเฟะและแนบกับพื้นดินแน่น มองภาพเดิมของพื้นมิออกแต่นิด
ทั้งคฤหาสน์ราวกับยังมีกลิ่นไอเหน็บหนาว
นางเดินในคฤหาสน์รอบหนึ่ง แต่มิเจอสิ่งใดทั้งนั้น และคิดจะมาใหม่เมื่อตกดึก
หลังซ่งเชียนฉู่รู้เหตุการณ์ที่ลั่วชิงยวนซื้อคฤหาสน์ นางตะลึงเป็นอย่างมาก “ท่านถูกโกงเสียแล้ว!”
“ข้าต้องการเวลาทำความรู้จักกับเขามากกว่านี้”
ชอบก็ส่วนชอบ ซ่งเชียนฉู่ค่อนข้างที่จะมีสติ
เมื่อฟังจบลั่วชิงยวนรู้สึกนับถือนางมาก หากลั่วอวิ๋นสี่มีสติสักครึ่งหนึ่งของซ่งเชียนฉู่ ท่านอาลั่วหรงก็คงมิต้องเครียดเรื่องนางทุกวันวี่เช่นนั้น
“ได้ อย่างไรเจ้ามีความคิดของเจ้าในใจก็พอ”
ลั่วชิงยวนเห็นว่าฟ้าด้านนอกมืดแล้ว จึงลุกขึ้นเดินออกจากประตูห้อง “ข้าจักไปดูคฤหาสน์ที่เพิ่งซื้อมาใหม่ จักไปด้วยกันหรือไม่?”
“ได้สิ ข้าจักดูว่าท่านได้กำไรหรือขาดทุนกันแน่”
ทั้งคู่มาถึงตรอกกุ้ยเยวี่ย
ทั้งถนนเงียบเสียจนสามารถได้ยินเสียงฝีเท้า และกระทั่งเสียงลมหายใจของพวกเขา
ทันทีที่ลงจากรถม้า ซ่งเชียนฉู่ก็สั่นคลอนเพราะความหนาวทีหนึ่ง
“ไฉนถึงรู้สึกสันหลังเย็นแปลก ๆ เล่า”
ลั่วชิงยวนมองคฤหาสน์ตรงหน้า ตะลึงอยู่กับที่อย่างอดไม่ได้
คฤหาสน์ที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้ คือคฤหาสน์ผุพังเมื่อเช้าที่นางมาจริงหรือ?

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...