เมื่อเห็นว่านางไม่มีเจตนาจะต่อสู้อย่างเห็นได้ชัด งูยักษ์ก็ค่อย ๆ อันตรธานหายไปท่ามกลางความมืด
เมื่อพลังกดดันวิญญาณรอบตัวสลายไป ลิ่นฝูเสวี่ยก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกแล้วมองลั่วชิงยวนด้วยสายตาหวาดระแวง
อีกฝ่ายไม่คาดคิดเลยว่าแม่นางน้อยจะมีผู้ช่วยเหลือที่แข็งแกร่งเช่นนั้น
อีกฝ่ายหาทราบไม่ว่าแม่นางน้อยอย่างนางจะสามารถควบคุมงูยักษ์ตนนั้นได้
ลั่วชิงยวนค่อย ๆ ก้าวเดินเข้ามาหา แต่ลิ่นฝูเสวี่ยกลับถอยหลังไปสองก้าวอย่างระวังระไว
ราชันย์อสรพิษทำเอาอีกฝ่ายรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาจริง ๆ เสียแล้ว
นับเป็นเรื่องที่พอเข้าใจได้ ถึงแม้ว่าลิ่นฝูเสวี่ยจะมีชีวิตอยู่มานานหลายปี แต่ก็ไม่อาจเทียบได้กับอายุและตบะของราชันย์อสรพิษ
นางไม่ต้องออกแรงก็จัดการกับลิ่นฝูเสวี่ยได้แล้ว
“แม่นางหลิน ไม่ต้องกลัว” ลั่วชิงยวนเดินเข้ามาอีกก้าว
แต่ลิ่นฝูเสวี่ยกลับเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “ข้าจักไปคืนนี้แหละ ข้ามิต้องการเรือนหลังนี้อีกต่อไปแล้ว”
ลิ่นฝูเสวี่ยเอ่ยพลางเหลือบมองเรือนหลังใหญ่ สายตาของนางเต็มไปด้วยความไม่ยินยอมพร้อมใจ
ลิ่นฝูเสวี่ยคิดว่าลั่วชิงยวนจะขับไล่นางไป เมื่อลั่วชิงยวนได้ยินเช่นนี้เข้าก็ยิ้มขึ้นมา “แม่นางหลิน ข้ามิได้มาขับไล่เจ้าไป”
“ที่นี่เคยเป็นหอสมุทรมรกต มิหนำซ้ำยังเคยเป็นสถานที่ที่เจ้าเคยอาศัยอยู่ เจ้าอยากอยู่ที่นี่อีกนานเพียงใดก็ย่อมได้”
ลิ่นฝูเสวี่ยรู้สึกประหลาดใจ “จริงหรือ?”
“ท่านมิเกรงว่าข้าจะยึดร่างของท่านอีกหรือ?” ลิ่นฝูเสวี่ยเลิกคิ้วพร้อมรอยยิ้มทรงเสน่ห์
ลั่วชิงยวนยิ้มด้วยท่าทีสงบนิ่ง “แม่นางหลิน เจ้าคิดว่าข้าอัญเชิญราชันย์อสรพิษออกมาด้วยวิชาแมวสามขาหรือไม่เล่า?”
เมื่อลิ่นฝูเสวี่ยได้ยินเช่นนี้เข้าก็หน้าถอดสี
อีกฝ่ายหรี่ตาเล็กน้อยแล้วมองลั่วชิงยวน รอยยิ้มลึกล้ำทำให้ตนรู้สึกหวาดกลัวอยู่บ้าง
ทันใดนั้นลิ่นฝูเสวี่ยก็กระโจนตัวมาตรงขอบเวทีทรงกลมแล้วนั่งไขว้ขา สายลมที่พัดตลบกระโปรงก่อให้เกิดภาพชวนเคลิบเคลิ้มหลงใหล
อีกฝ่ายยกยิ้มด้วยแววตาเจิดจ้าพลางกล่าวว่า “ท่านให้ข้าอยู่ที่นี่เพราะมีจุดประสงค์แอบแฝงใช่หรือไม่?”
สีหน้ามองทะลุจิตใจคน กอปรกับรูปโฉมเปี่ยมเสน่ห์เร่าร้อน ช่างน่าหลงใหลมากเสียจนลั่วชิงยวนเกือบตกหลุมเสน่ห์เข้าแล้ว
ถึงขนาดล่วงรู้ตัวตนของนางเสียด้วยซ้ำไป
“ว่ามาเถอะ ท่านเซียนน้อย ท่านอยากจะถามอันใดข้ากันแน่?” ลิ่นฝูเสวี่ยค่อย ๆ เอ่ยถามขึ้นมา
ลั่วชิงยวนหยิบปิ่นบุหงาชาดออกมาแล้วถามว่า “แม่นางหลิน เจ้ายังจำสิ่งนี้ได้หรือไม่?”
ลิ่นฝูเสวี่ยเหลือบมองพลางรู้สึกสับสนอยู่บ้างแล้วส่ายหน้า “ข้าจำมิได้หรอกเจ้าค่ะ”
“เจ้าสิ่งนี้เป็นของข้าหรือ?”
เมื่อลิ่นฝูเสวี่ยกระดกปลายนิ้วเพียงเล็กน้อย ปิ่นบุหงาชาดก็หล่นลงมาในมือ
นางมองปิ่นบุหงาชาดแล้วลองปักลงบนศีรษะ
“แม่นางหลิน เจ้าจำมิได้จริง ๆ หรือ? นี่เป็นของกำนัลที่ฮูหยินอัครมหาเสนาบดีมอบให้แก่เจ้าในงานเลี้ยงชมบุปผาอย่างไรเล่า”
ลิ่นฝูเสวี่ยขมวดคิ้ว “ฮูหยินอัครมหาเสนาบดีกระนั้นหรือ?”
“ฮูหยินอัครมหาเสนาบดีผู้ใดกัน? นางมีนามว่าอันใดหรือ?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...