ลั่วชิงยวนกำหมัดแน่น ความทรงจำของนางคงอยู่ตอนอายุสิบสามปีเท่านั้น จากนั้นนางก็นึกอันใดมิออกแล้ว
มิหนำซ้ำนางยังจำชื่อมารดาของตนมิได้เสียด้วยซ้ำไป
นางถึงขนาดถามท่านป้าลั่วหรงและคนที่น่าจะรู้จักมารดาของตน
แต่ก็หามีผู้ใดล่วงรู้ชื่อมารดาของลั่วชิงยวนไม่
เนื่องจากนางเป็นฮูหยินอัครมหาเสนาบดี คนภายนอกจวนจึงเรียกนางว่าฮูหยินลั่ว
“ข้าจำชื่อนางมิได้ก็จริง แต่ทุกคนเรียกนางว่าฮูหยินลั่ว นางเป็นฮูหยินของลั่วไห่ผิง”
เมื่อลิ่นฝูเสวี่ยได้ยินเช่นนี้ก็หน้าเปลี่ยนสีอยู่บ้าง “ท่านถามถึงนางไปเพื่ออันใดกัน?”
ลั่วชิงยวนรู้สึกตกตะลึง “เจ้ารู้จักนางด้วยรึ?!”
ลิ่นฝูเสวี่ยเลิกคิ้วแล้วยิ้มพลางกล่าวว่า “ข้ารู้จักนาง”
“ไม่เพียงพวกเรารู้จักกัน แต่พวกเรายังค่อนข้างสนิทสนมกันด้วย”
ลั่วชิงยวนหัวใจบีบรัด นางกำลังจะได้ทราบเรื่องของมารดาตนเองแล้ว
หรือว่ามารดาของลั่วชิงยวนจะเป็นนายหญิงของอีกฝ่าย?
“เช่นนั้น…” ลั่วชิงยวนอดรนทนไม่ไหวจนต้องถามออกมา
แต่ลิ่นฝูเสวี่ยกลับค่อย ๆ ยิ้มพลางกล่าวว่า “ข้าไม่ทำการค้าที่ขาดทุนหรอกนะ หากท่านปรารถนาสิ่งใดจากข้า ท่านก็ต้องมอบสิ่งที่ข้าปรารถนาเป็นการแลกเปลี่ยน”
“มิฉะนั้นต่อให้ท่านปล่อยงูยักษ์มากลืนกินข้าจนหมดทั้งตัว ข้าก็ไม่บอกเรื่องที่ท่านอยากรู้เปล่า ๆ หรอก”
ลั่วชิงยวนขมวดคิ้ว “เช่นนั้นเจ้าปรารถนาสิ่งใด?”
ลิ่นฝูเสวี่ยกระโดดลงมาที่พื้นอย่างแผ่วเบาแล้วเดินเข้ามาหานาง อีกฝ่ายพาดเรียวแขนลงบนเก้าอี้แล้วโน้มตัวเข้ามาใกล้ ๆ นาง
ระยะอันใกล้ชิดทำให้ลั่วชิงยวนกระถดถอยด้วยท่าทีตกประหม่า
แต่ลิ่นฝูเสวี่ยกลับยิ้มยั่วยวนใจแล้วค่อย ๆ เอ่ยขึ้นมาว่า “ให้ข้ายึดร่างของท่านสิ”
“ข้าอยากจะร่ายรำต่อหน้าพิภพอีกครั้ง! ข้าปรารถนาให้ลิ่นฝูเสวี่ยได้ถือกำเนิดอีกครั้งและมีชื่อเสียงขจรขจายไปทั่วเมืองหลวง!”
“ข้าอยากจะทำให้พวกเขาต้องคลุ้มคลั่งเพราะลิ่นฝูเสวี่ยทั้งสามคำนี้!”
ลิ่นฝูเสวี่ยมิอาจปกปิดน้ำเสียงอันเปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้น เปลวเพลิงที่แผดเผาในแววตาของอีกฝ่ายราวกับคนวิกลจริตก็ไม่ปาน
เมื่อลิ่นฝูเสวี่ยเห็นนางลังเลใจ อีกฝ่ายก็ค่อย ๆ เดินจากไป “หากท่านมิตกลง ข้าก็ไม่ฝืนใจท่านหรอก แต่ข้าจักมิเล่าเรื่องอันใดเกี่ยวกับมารดาของท่านให้ฟังเป็นแน่!”
ทันใดนั้นลั่วชิงยวนก็รู้สึกราวกับลำคอตีบตัน
นางมองอีกฝ่ายด้วยท่าทีตื่นตะลึงแล้วถามว่า “เจ้ารู้จักมารดาของข้าได้อย่างไรกัน?”
ลิ่นฝูเสวี่ยยิ้มเยาะ “ท่านกับนางมีดวงตาที่เหมือนกันไม่มีผิดเพี้ยน! เรื่องอันใดที่ท่านทำได้ มารดาของท่านก็ทำได้ มิหนำซ้ำนางยังทำได้ดีกว่าท่านเสียด้วยซ้ำไป!”
“ยิ่งไปกว่านั้น ใต้หล้านี้นอกจากข้าแล้วก็หามีผู้ใดจดจำนางได้อีก ท่านสู้อุตส่าห์แกะรอยมาจนถึงหอสมุทรมรกต หากนางมิใช่ญาติสนิทของท่าน ไยท่านจักต้องทำเช่นนี้ด้วยเล่า?”
ลิ่นฝูเสวี่ยเหลียวมองมาที่นางพลางเลิกคิ้วแล้วเอ่ยขึ้นมาว่า “ข้าพูดถูกหรือไม่เล่า ท่านเซียนน้อย”
ลั่วชิงยวนรู้สึกตกตะลึง
ดูเหมือนว่าลิ่นฝูเสวี่ยจะล่วงรู้อันใดมากกว่าที่นางคิดเสียอีก!
อีกฝ่ายใช่เพียงแค่รู้จักมารดาของนางเท่านั้น
แต่จะต้องมีความสัมพันธ์ที่สนิทสนมกันมากทีเดียว มิฉะนั้นคงไม่มีทางพูดว่าอันใดที่นางทำได้ มารดาของนางก็สามารถทำได้เช่นกันออกมาหรอก

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...