“เซียนฉู่ว่างเมื่อไหร่ ข้าค่อยมาดื่มกับเจ้าอีกก็แล้วกัน”
หลังจากฟู่เฉินหวนพูดจบก็หันหลังเดินจากไป
ทั้งสองคนยืนอยู่ใต้ชายคาแล้วมองดูเงาร่างของฟู่เฉินหวนเดินจากไป
จากนั้นซ่งเชียนฉู่ก็เอ่ยขึ้นมาว่า “เขาคิดจะซื้อโอสถให้ท่านใช่หรือไม่? ที่บอกว่าใบหน้าของท่านโดนงูกัดก็เป็นเพียงข้ออ้างมิใช่หรอกหรือ?”
ลั่วชิงยวนขมวดคิ้วพลางกล่าวว่า “โสมร้อยปีย่อมมิได้ให้ข้าอยู่แล้ว คงเอาไปช่วยชีวิตลั่วไห่ผิงมากกว่า”
“พวกเรามอบให้เขามิได้เป็นอันขาด!”
ซ่งเชียนฉู่เลิกคิ้ว “ข้ามิยอมมอบให้เขาแน่! ท่านอุตส่าห์ทุ่มเงินตั้งมากมายเพื่อจัดการกับลั่วไห่ผิง! ขืนรักษาลั่วไห่ผิงอีก คงได้ขาดทุนป่นปี้กันพอดี”
จากนั้นลั่วชิงยวนก็ผลัดเปลี่ยนเป็นอาภรณ์บุรุษและผ้าคลุมหน้าที่มิเคยสวมใส่มาก่อนแล้วค่อยเดินออกไป
นางไปหาลิ่นฝูเสวี่ยที่คฤหาสน์หลังนั้นก่อน
นางหยิบตุ๊กตาผ้าตัวเล็กใส่ลงไปในถุงหอม จากนั้นก็ชักนำลิ่นฝูเสวี่ยเอาไว้ข้างใน
“ไม่รู้ว่าท่านแค้นใจข้ามากเสียจนต้องแก้เผ็ดใช่หรือไม่? พื้นที่เล็กจ้อยเช่นนั้น ท่านจักบีบคั้นให้ข้าตายหรืออย่างไรกัน?”
เสียงบริภาษของลิ่นฝูเสวี่ยดังออกมาจากถุงหอม
ลั่วชิงยวนค่อย ๆ เดินเข้ามา “นั่นคือวิชาของข้า เจ้าใช้แก้ขัดไปก่อน”
จากนั้นลิ่นฝูเสวี่ยก็ถอนหายใจออกมา “หากมารดาของท่านรู้ว่าท่านกระทำกับข้าเช่นนี้ นางต้องเสียใจเป็นแน่”
“เจ้ายังกล้าเอ่ยถึงมารดาของข้าอีก หากเจ้ากับนางเป็นพี่น้องที่ดีต่อกันจริง ๆ ล่ะก็ เช่นนั้นเจ้าก็ควรดูแลบุตรีของพี่น้องที่ดีของตัวเองมิใช่หรือ? แต่เจ้ากลับคิดใช้เรือนร่างบุตรีของพี่น้องที่ดีของตัวเองเพื่อมาร่ายรำอวดรูปโฉม"
ลิ่นฝูเสวี่ยแค่นเสียงเย็นชา “ก็ไม่เห็นจะขัดกันตรงไหนเลย ต่อให้มารดาของท่านอยู่ที่นี่ ข้าก็ยังมีเงื่อนไขแบบเดียวกัน!”
“ใต้หล้านี้มิว่าสนิทสนมกันสักเพียงใด ก็มิอาจได้รับอยู่ฝ่ายเดียวหรอก รับมาแล้วให้ไปต่างหากจึงเป็นความสัมพันธ์อันยั่งยืน!”
“พวกเราต่างมีความสัมพันธ์แบบอิงผลประโยชน์ หากพวกเราแต่ละฝ่ายต่างได้ในสิ่งที่ต้องการ ความสัมพันธ์ก็ยิ่งแน่นแฟ้น! ข้าทำเช่นนี้ก็เพื่อตัวท่านเองนะ”
“ท่านเซียนน้อย ข้าพูดมีเหตุผลหรือไม่เล่า?”
ลั่วชิงยวนเงียบไปสักพัก นางโดนลิ่นฝูเสวี่ยกล่อมเข้าแล้วจริง ๆ
แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นชัยภูมิที่ดีเลิศถึงขนาดนั้น
นางกวาดสายตามองไปรอบ ๆ อีกครั้งจนแน่ใจ ทุกห้องต่างมีแขกเหรื่อนั่งอยู่ตรงหน้าต่าง
“ดูซิว่ามีผู้คนมากหลายตั้งเท่าใดมาดูหลีเถาร่ายรำถึงที่นี่ ป้าเฒ่า เจ้าน่าจะเอาชนะผู้อื่นมิได้แล้ว”
ทันใดนั้นเอง น้ำเสียงเกรี้ยวกราดของลิ่นฝูเสวี่ยก็ดังขึ้น “ท่านเรียกผู้ใดว่าป้าเฒ่ากัน? ถึงแม้ข้าตายเร็ว แต่หลายปีที่ผ่านมานี้ ข้าก็ยังคงงดงามราวกับบุปผาอยู่เชียวนะ!”
“ข้ามิยอมรับที่ท่านเรียกข้าว่าป้าเฒ่าหรอก!”
“ยิ่งไปกว่านั้น ก็ยากจักบอกได้ว่าหลีเถาผู้นี้สามารถร่ายรำได้ดี”
เมื่อลั่วชิงยวนได้ยินเช่นนี้ก็รู้สึกตกใจอยู่บ้าง “เจ้าหมายความว่ากระไรกัน?”
“ดูซะ!”
หมอกขาวกระจายอยู่ตรงหน้าลั่วชิงยวน หลังจากหมอกขาวสลายไปก็ปรากฏภาพเหตุการณ์ฉากหนึ่ง
ห้องตกแต่งเหมือนกับห้องใดห้องหนึ่งในหอเจาเซียงอย่างไม่มีผิดเพี้ยน

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...