”โอ๊ย ปวดเหลือเกิน…” หญิงงามนางหนึ่งกำลังนอนอยู่บนเตียงพลางกุมท้องเอาไว้
สตรีหลายคนกับแม่เล้าที่อยู่ใกล้ ๆ ช่วยประคองนางเอาไว้
หมอท่านหนึ่งกำลังจับชีพจรให้อยู่
“เป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ ท่านหมอ? เป็นอันใดหรือไม่?” แม่เล้ารีบถามขึ้นมา
ท่านหมอทำสีหน้าเคร่งขรึมพลางกล่าวว่า “เป็นเพราะนางกินยาระบายเข้าไปเป็นมาก! มันมิเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตหรอก! แต่สาเหตุที่ทำให้ปวดมากขนาดนั้นเป็นเพราะกินเข้าไปเกินขนาด หลังจากหายปวดก็ดีขึ้นเองนั่นแหละ”
“ข้าจักเขียนเทียบยาให้นางค่อย ๆ กิน ประเดี๋ยวนางก็จะหายดีในสามวันห้าวัน”
เมื่อแม่เล้าได้ยินเช่นนี้ก็รู้สึกตกตะลึง “ยาระบายกระนั้นหรือ? เช่นนั้นหลังจากหายปวด นางจักขึ้นเวทีไหวอยู่อีกหรือเจ้าคะ?”
ท่านหมอมีสีหน้าหนักใจพลางกล่าวว่า “ยาระบายก็ตามที่ชื่อบอกไว้นั่นแหละ จักทำให้เกิดอาการท้องร่วง”
“เกรงว่าคงไม่เหมาะที่จะขึ้นเวที มิฉะนั้น…”
พอเอ่ยถึงตรงนี้ท่านหมอก็หยุดพูด จากนั้นทุกคนในห้องก็ขมวดคิ้วแล้วปิดจมูกเอาไว้ เห็นได้ชัดว่ากลิ่นแปลกประหลาดโชยออกมา
หลีเถารู้สึกอับอายขายหน้าจึงกล่าวว่า “ออกไป! รีบออกไปสิ!”
แม่เล้ารีบไล่สตรีคนอื่น ๆ ออกจากห้องและส่งท่านหมอออกไป
จากนั้นภาพก็หายไปแล้วเสียงของลิ่นฝูเสวี่ยก็ดังขึ้นมา “มิต้องแอบดูหรอก อุจาดตาสิ้นดี”
ลั่วชิงยวนขมวดคิ้ว “ดูเหมือนว่าจะมีคนกลั่นแกล้งแม่นางหลีเถาผู้นี้ เพื่อมิให้นางขึ้นเวทีได้”
เมื่อเห็นหน้าต่างห้องฝั่งตรงข้ามเกือบจะเต็มแล้ว หากหลีเถามิสามารถขึ้นแสดงได้ ก็คงจบเห่เป็นแน่
ลิ่นฝูเสวี่ยหัวเราะพลางกล่าวว่า “นี่มิใช่โอกาสของพวกเราหรอกหรือ?”
มือของลั่วชิงยวนที่ถือแก้วสุราสั่นเทาเล็กน้อยแล้วสำลัก “โอกาสของเจ้า หาใช่ข้าไม่”
“เร็วเข้า ไปหาอาภรณ์มาเปลี่ยนสิ!” ลิ่นฝูเสวี่ยเอ่ยเร่ง น้ำเสียงของนางชักจะทวีความตื่นเต้นขึ้นเรื่อย ๆ
ลั่วชิงยวนวางแก้วสุราลง วันนี้นางมาเพื่อเจรจากับแม่เล้าของหอนางโลมเผื่อวันหน้าจะมาร่ายรำที่นี่ แต่นางจะไม่ขายตัวให้
อย่างไรเสียนางก็ไม่อาจร่วงหล่นสู่ชีวิตที่หมกมุ่นในโลกีย์
นางทำเช่นนี้ก็เพียงเพื่อเติมเต็มความฝันของลิ่นฝูเสวี่ย
ทว่ายามนี้จู่ ๆ ก็เกิดเรื่องขึ้น นางจะไปหาอาภรณ์มาจากที่ไหนเล่า?
บังเอิญมีสตรีสวมชุดแดงนางหนึ่งเดินถือสุราขวดหนึ่งเข้ามาในห้อง จากนั้นก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานว่า “ข้าน้อยมาอยู่เป็นเพื่อนท่านเจ้าค่ะ”
เมื่อเห็นตัวเองในยามนี้ กลับทำให้นางรู้สึกประหลาดใจยิ่ง
“โอ้ รูปร่างดีจริง ๆ หากเขาปลดผ้าคลุมหน้าออก คงจะสร้างความตื่นตะลึงให้พิภพเป็นแน่” ลิ่นฝูเสวี่ยเพลิดเพลินกับความรู้สึกของการมีร่างกาย
ขณะที่นางพูดอยู่นั้นก็ใช้มือข้างหนึ่งปลดผ้าคลุมหน้าออก
ลั่วชิงยวนรีบใช้มือซ้ายขวางเอาไว้ “ไม่ได้!”
“เงื่อนไขตามข้อตกลงของพวกเราคือจะไม่ปลดผ้าคลุมหน้าออก! หากปลดผ้าคลุมหน้าออก ข้าคงไม่อาจมีชีวิตอยู่ต่อไปได้!”
“หากปลดผ้าคลุมหน้าออก ความร่วมมือของพวกเราก็เป็นอันสิ้นสุดและจะไม่มีหนหน้าอีก!”
น้ำเสียงของลั่วชิงยวนฟังดูจริงจังยิ่งนัก
“ก็ได้ ๆ ข้ามิปลดผ้าคลุมหน้าออก ข้าแค่อยากจะชื่นชมตามลำพังก็เท่านั้น”
ลิ่นฝูเสวี่ยลุกขึ้นด้วยท่าทีสง่างามพลางดินเยื้องย่างเบา ๆ ไปตรงหน้าต่างแล้วเหลือบมองลงมา ค่อนข้างสูงทีเดียว
“ท่านเซียนน้อย ท่านรู้จักวิชาตัวเบาหรือไม่?”
ยามที่เท้าเปลือยเปล่าเดินอยู่บนพื้นเย็นเฉียบประดุจดั่งน้ำแข็ง ลั่วชิงยวนก็สัมผัสได้เพียงความรู้สึกหนาวเหน็บซึ่งชวนให้รู้สึกอึดอัดเหลือเกิน

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...