หลีเถารีบวิ่งเข้ามาด้วยท่าทีตื่นเต้นพลางเหลือบมองไปทั่วห้อง ก่อนจะโผเข้าหาซิ่งอวี่ที่ยังสลบไสลอยู่กับพื้น
“นางสารเลว! เจ้าวางยาจนข้าขึ้นเวทีมิได้เพื่อได้ช่วงชิงความสนใจ!”
หลีเถาบีบคอซิ่งอวี่ด้วยความโมโหจัด
ลั่วชิงยวนรีบก้าวเดินเข้าไปดึงตัวอีกฝ่ายออกมา
ในยามนี้เอง แม่เล้าปี้พร้อมกับคนอื่น ๆ ก็เข้ามา
“ปล่อยข้านะ! ข้าจักตีนางสารเลวผู้นี้ให้ตาย!” หลีเถาโกรธจัด
แม่เล้าปี้รีบคว้าตัวหลีเถาเอาไว้ “เจ้ากินยาแล้วใช่หรือไม่? รีบกลับไปพักผ่อนซะ อย่าได้เที่ยววิ่งพล่านไปทั่ว”
“เร็วเข้า รีบพาแม่นางหลีเถากลับห้องไปเสีย!”
หลีเถาดิ้นรนขัดขืนพร้อมสีหน้าที่เต็มไปด้วยโทสะ “ข้ามิกลับ! เป็นนางสารเลวผู้นี้ที่วางยาข้า! นางทำลายโอกาสที่ข้าจักได้ขึ้นเวที ข้ามิไปหรอก!”
ทว่าถึงแม้หลีเถาจะไม่ยอมจากไป แต่การตอบสนองในทางกลับกันของร่างกายก็บีบให้นางต้องออกไป
นางปวดท้องขึ้นมาอีกแล้ว!
หลีเถารีบวิ่งออกไปทันที
หลังจากหลีเถาจากไปแล้ว แม่เล้าปี้ก็รีบสั่งคนให้มาช่วยประคองซิ่งอวี่ อาภรณ์เป็นของซิ่งอวี่ก็จริง แต่เรือนร่างกลับแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด
หลังจากซิ่งอวี่ฟื้นแล้ว แม่เล้าปี้ก็รีบถามว่า “ซิ่งอวี่ เมื่อสักครู่นี้เจ้าเป็นผู้ที่ขึ้นไปร่ายรำบนเวทีใช่หรือไม่?”
ซิ่งอวี่มองพวกเขาด้วยสีหน้าสับสนแล้วถามด้วยท่าทีงุนงง “ร่ายรำอันใดเจ้าคะ? ไฉนข้าจึงสลบไป… ข้า…”
แม่เล้าปี้มองแวบเดียวก็รู้ว่าซิ่งอวี่มิได้โป้ปด “เอาเถอะ มิเป็นไร เจ้าลงไปพักผ่อนได้แล้ว”
จากนั้นสายตาของแม่เล้าปี้ก็ทอดมองลงบนร่างของบุรุษสวมผ้าคลุมหน้าที่อยู่ข้าง ๆ ตน หลังจากพินิจพิเคราะห์ดูเขาแล้วก็พบว่าช่างเหมือนกันจริง ๆ!
แม่เล้าปี้สั่งให้ทุกคนออกไปจากห้อง จากนั้นก็ยิ้มพลางมองมาที่ลั่วชิงยวน “ข้านึกว่าเป็นแม่นางสักคนในหอแห่งนี้ แต่กลับกลายเป็นแขกไปเสียได้”
“แม่นาง เจ้าหมายความว่าเยี่ยงไร?”
ลั่วชิงยวนเอามือไพล่หลังแล้วค่อย ๆ เอ่ยขึ้นมาว่า “ข้าอยากจะมาร่ายรำที่หอเจาเซียง เพียงแค่ร่ายรำเท่านั้น หามีอื่นใดไม่”
“จากนั้นก็ร่ายรำโดยสวมผ้าคลุมหน้าเอาไว้”
หลังจากเกิดเรื่องเมื่อสักครู่นี้ขึ้น นางคิดว่าแม่เล้าปี้ย่อมไม่ปฏิเสธนางเป็นแน่
“การร่ายรำของแม่นางช่างน่าชื่นชมอย่างแท้จริง! หากมิใช่เพราะเหตุนี้ ข้าคงมิยอมแหกกฎหรอก”
จากนั้นลั่วชิงยวนก็เจรจาข้อตกลงกับอีกฝ่ายว่า จะไม่ปลดผ้าคลุมหน้า ไม่ถามไถ่ถึงตัวตนของนางและไม่ลงนามสัญญา
นางเป็นนักแสดงอิสระ อยากจะมาก็มาอยากจะไปก็ไป และอยากจะจะร่ายรำเมื่อใดก็ได้ และเงินรางวัลก็ควรจะแบ่งเป็นเจ็ดสิบส่วน
แม่เล้าปี้หาได้มีเงื่อนไขอันใดไม่ อีกฝ่ายเพียงแค่เกลี้ยกล่อมให้นางมาบ่อย ๆ แล้วเอ่ยชมเชยฝีมือการร่ายรำของนาง ดังนั้นคราวหน้านางย่อมหาเงินได้มากเป็นแน่
แน่นอนว่าลั่วชิงยวนทราบเรื่องนี้ดี มิฉะนั้นไฉนนางถึงต้องการเงินรางวัลถึงเจ็ดสิบส่วนด้วยเล่า?
แน่นอนว่าหอเจาเซียงย่อมมิอาจได้อะไรมาเปล่า ๆ
“คราวหน้าแม่นางจะมาเมื่อใดเล่า?” แม่เล้าปี้เอ่ยถามด้วยสีหน้าเป็นกังวล
ลั่วชิงยวนจึงเดินจากไปอย่างสง่างาม “แล้วแต่อารมณ์ของข้า”
แม่เล้าปี้รู้สึกตื่นตะลึง
นางมิเคยเห็นผู้ใดบ้าคลั่งเรื่องการหาเงินถึงเพียงนั้นมาก่อนเลย

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...