เล็บของหลีเถาจิกจนไม้ขาด ในใจนางตะลึงยิ่ง
รำเทพเหมันต์หรือ?
นางได้ยินว่า เหมือนจะเป็นการร่ายรำที่ลิ่นฝูเสวี่ยออกแบบเอง…
ผู้ที่เติบโตในหอนางโลมต้องใช้ความสามารถในการหากิน พวกนางน่าจะต่างรู้จักรำเทพเหมันต์ของลิ่นฝูเสวี่ย
แต่ลิ่นฝูเสวี่ยตายไวเกินไป รำเทพเหมันต์ยังมิทันสืบทอดให้ผู้ใดก็หายไปจากใต้หล้านี้เสียก่อนแล้ว
กระทั่งอาจารย์ของนาง ยังเรียนรู้ไปเพียงครึ่งหนึ่ง และถูกอาจารย์ของนางมองเป็นสิ่งล้ำค่า จนมิเคยนำมาแสดงต่อหน้าผู้อื่นมาก่อน
แต่แม่นางที่ชื่อฝูเสวี่ย กลับบอกว่าที่นางร่ายรำคือรำเทพเหมันต์!
เป็นไปได้อย่างไร!
ผู้คนด้านล่างซุบซิบกันขึ้นมา
“ข้าเคยได้ยินรำเทพเหมันต์มาก่อน รำเอกลักษณ์ของหอสมุทรมรกตในอดีต!”
“ได้ยินว่าลิ่นฝูเสวี่ยเป็นผู้ออกแบบท่ารำเอง! นามของแม่นางฝูเสวี่ยเหมือนลิ่นฝูเสวี่ยพอดี หรือว่านางเป็นศิษย์ลิ่นฝูเสวี่ย?”
พวกเขาพูดถึงคำว่าลิ่นฝูเสวี่ยอีกครั้ง
บัดนี้ลิ่นฝูเสวี่ยยิ้มออกมาอย่างพออกพอใจ
ใต้หล้านี้ยังมีคนจดจำนางได้
ลั่วชิงยวนเห็นสถานการณ์เช่นนี้จึงรีบจากไป เพราะนางกลัวจะถูกล้อม
แต่ทันทีที่นางไป คนด้านล่างก็ต่างตะโกนกันขึ้นมา “อีกเพลงหนึ่ง! อีกเพลงหนึ่ง!”
“ข้ายอมออกร้อยตำลึง เพื่อให้แม่หญิงรำอีกเพลงหนึ่ง!”
“ข้าออกสามร้อยตำลึง!”
“ข้าออกหนึ่งพันตำลึง!”
เห็นท่าทีเช่นนี้ก็รู้ได้เลยว่าบัดนี้ชื่อเสียงของลิ่นฝูเสวี่ยโด่งดังเพียงใด
แต่ลิ่นฝูเสวี่ยกลับไม่มีลังเลแม้แต่นิด เดินจากไปโดยไม่แม้แต่จะหันหลังกลับ
เดินเข้าห้อง ลั่วชิงยวนเอ่ยถามอย่างอดมิได้ “พวกเขาให้เงินมากเช่นนี้ เหตุใดเจ้าจึงมิสั่นคลอนเลยเล่า หากร่ายรำอีกเพลงต้องได้เงินมิน้อยแน่”
ลิ่นฝูเสวี่ยยิ้มอ่อนทีหนึ่ง “คนตายอย่างข้า เงินมากน้อยเพียงใดแล้วเกี่ยวกระไรกับข้าเล่า?”
“ข้าไม่มีทางปล่อยให้ท่านได้เงินแล้วทิ้งข้าไปแน่!”
ลั่วชิงยวนเปลี่ยนชุดเสร็จ น้ำเสียงเอือมระอา “เจ้าคิดมากเสียจริง!”
“วันนี้เจ้าอย่าหวังจักได้ก้าวออกจากประตูนี้เลย!” หลีเถาติอย่างเกรี้ยวกราด
แต่ลั่วชิงยวนกลับก้าวข้ามธรณีประตูไปอย่างเฉยเมย
แม่เล้าปี้ถือเงินเดินมาพอดี นางยัดเข้าไปในแขนเสื้อลั่วชิงยวน พร้อมเอ่ยพูดเบา ๆ “รีบพกไว้ อย่าให้ผู้อื่นเห็นเข้าล่ะ”
“แม่นางฝูเสวี่ยวันนี้ทำข้าเบิกวิสัยทัศน์แล้ว มิทราบว่าแม่นาง ใช่ศิษย์ของลิ่นฝูเสวี่ยจริงหรือไม่?” แม่เล้าปี้ถามอย่างสงสัย
ลั่วชิงยวนเอ่ยเสียงเย็น “เราคุยกันไว้ตั้งแต่แรกแล้ว มิถามตัวตน”
แม่เล้าปี้ยิ้มแห้ง “ได้สิ ข้ามิถามแล้ว ครั้งหน้าแม่นางมาเมื่อใดกัน”
“แล้วแต่อารมณ์”
“เดินทางปลอดภัยหนาแม่นาง”
ลูกค้าด้านล่างต่างยอมจ่ายราคาสูง เพื่อจองที่นั่งดี ๆ ในการชมการร่ายรำของแม่นางฝูเสวี่ยในครั้งหน้า หากเป็นเช่นนี้ต่อไป นางได้นับเงินจนมืออ่อนแน่
หลีเถาได้ยินคำพูดเหล่านี้ และเห็นแม่เล้าปี้ยัดเงินให้ลั่วชิงยวนอย่างกระตือรือร้นเช่นนี้ หลีเถาโมโหเสียจนร่างแทบจะระเบิด
“แม่เล้าปี้ เหตุใดท่าน!”
แม่เล้าปี้ตะลึง รีบดึงนางไว้อย่างรวดเร็ว “เดี๋ยว เจ้าอย่าเพิ่งรีบร้อน เย็นวันนี้ข้าจัดเวลาแสดงให้เจ้าแน่ รับรองว่าครึกครื้น!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...