ทันทีที่เอ่ยวาจาออกมา
แม่เล้าเฉินก็ตกตะลึง
จากนั้นนางก็แค่นยิ้มเย็นชา “ท่านคิดจักซื้อหอหลินชุนของพวกเราในราคาห้าพันตำลึงกระนั้นหรือ?”
“จริงอยู่! กิจการของหอหลินชุนเราอาจมิดีเท่าแต่ก่อน ทว่าอย่างไรเสียข้าก็เปิดกิจการมาหลายสิบปี! ข้าจักขายให้ท่านในราคาเพียงห้าพันตำลึงได้อย่างไรกัน?”
“เลิกคิดเรื่องนั้นไปได้เลย! ไปซะ ไปซะ!”
“ซิ่งอวี่ พาตัวเขาออกไป!”
แม่เล้าเฉินออกคำสั่งขับไล่โดยไม่ลังเลสักนิด
ลั่วชิงยวนจึงเริ่มเกลี้ยกล่อมว่า “ข้าซื้อหอคณิกาเอาไว้ก็มิได้ไล่เจ้าไปสักหน่อย เจ้ายังอยู่ดำเนินกิจการต่อไปได้”
“มิหนำซ้ำข้ายังทำให้กิจการของเจ้ารุ่งเรืองขึ้นมาอีกครั้งด้วย”
เมื่อแม่เล้าเฉินได้ยินเช่นนี้ก็ตะลึงงันไปชั่วขณะ จากนั้นก็หันมามองนางด้วยสายตาเคลือบแคลงใจ “ลำพังตัวท่านน่ะหรือ? ท่านมีความสามารถอันใดจักทำให้กิจการของหอหลินชุนเราเฟื่องฟูขึ้นมาได้เล่า?”
ลั่วชิงยวนยังไม่ตอบ
ซิ่งอวี่รีบก้าวเข้ามาคว้าตัวแม่เล้าเฉินพลางกล่าวว่า “นางคือแม่นางฝูเสวี่ยนะเจ้าคะ!”
เมื่อแม่เล้าเฉินได้ยินเช่นนี้ก็รู้สึกประหลาดใจยิ่งนัก “ฝูเสวี่ย?”
“ฝูเสวี่ยที่ร่ายรำอยู่ในหอเจาเซียงกระนั้นหรือ?”
ลั่วชิงยวนพยักหน้าไม่ใส่ใจ
แม่เล้าเฉินพลันแววตาเป็นประกาย จากนั้นก็เดินวนไปวนมารอบตัวนางพลางกวาดสายตามองขึ้น ๆ ลง ๆ
“เช่นนั้นท่านก็คือแม่นางฝูเสวี่ยกระนั้นหรือ?”
“ท่านยินดีมาที่หอหลินชุนของพวกเราจริง ๆ หรือ?”
ลั่วชิงยวนค่อย ๆ ก้าวเข้ามานั่งลงพลางเอ่ยขึ้นมาว่า “ข้ายินดีจ่ายห้าพันตำลึงเงินเพื่อซื้อหอหลินชุนของเจ้า ทุกคนสามารถอยู่ที่นี่ต่อได้”
“ทว่านับจากนี้เป็นต้นไป ข้าคือเจ้าของหอหลินชุน เจ้าสามารถจัดการเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้เอง แต่การตัดสินใจส่วนใหญ่จักตกเป็นของข้า”
“ยิ่งไปกว่านั้น ชื่อหอหลินชุนก็จะเปลี่ยนเป็นหอฝูเสวี่ย”
“นี่เป็นหนทางดึงดูดความสนใจของเหล่าลูกค้าได้รวดเร็วที่สุดแล้ว”
“หากเจ้าตอบตกลง เช้าวันพรุ่งพวกเราก็ลงนามสัญญากันเถอะ”
“แต่หากเจ้ามิตอบตกลงก็หาเป็นอันใดไม่ เพราะข้าสามารถซื้อหอคณิกาแห่งใดก็ย่อมได้”
ลั่วชิงยวนให้สัญญาว่าจะมอบเงินให้ยามเช้าวันรุ่งขึ้น
แม่เล้าเฉินรับสัญญาแล้วเก็บเข้าแขนเสื้อด้วยท่าทีเบิกบานใจพลางกล่าวว่า “เรื่องเงินมิสำคัญ อยากให้ทำอันใดก็เชิญว่ามาได้เลย!”
“คืนนี้ข้าจักสั่งให้คนมาทำความสะอาดแล้วจัดห้องใหญ่เอาไว้ให้ท่านแล้ว ท่านชอบอาภรณ์สีอันใดเจ้าคะ ข้าจักได้สั่งให้คนไปซื้อหามาสักหลาย ๆ ชุด”
“วันพรุ่งพวกเราร่ายรำกันเลยหรือไม่เจ้าคะ?”
ลั่วชิงยวนครุ่นคิดอยู่สักครู่ก็เอ่ยขึ้นมาว่า “ยังมิต้องรีบร้อน”
“ข้าเพิ่งจะออกมาจากหอเจาเซียง เกรงว่าหลายคนยังมิทราบเรื่อง ข้าจักเริ่มสร้างแรงกระตุ้นด้วยการเปลี่ยนป้ายชื่อเพื่อบอกว่าฝูเสวี่ยมาที่หอฝูเสวี่ยแล้ว ให้คนพวกนั้นมาเสวนาเรื่องการร่ายรำกันที่นี่”
เมื่อแม่เล้าเฉินได้ยินเช่นนี้ก็ผงกศีรษะ “ใช่แล้ว นี่เป็นความคิดที่ดี! ข้าใจร้อนเกินไป!”
เมื่อเริ่มค่ำมืดดึกดื่นขึ้นเรื่อย ๆ ลั่วชิงยวนก็ไม่มีทางเลือกนอกจากกล่าวร่ำลาแล้วเดินจากไป
นางกลับไปที่ร้านทำนายดวงชะตาก่อน จากนั้นก็เปลี่ยนชุดแล้วกลับมาที่ตำหนักอ๋อง
อากาศเริ่มอุ่นขึ้นเรื่อย ๆ หลังจากนางสวมชุดพวกนี้อยู่นานก็มีเหงื่อผุดซึมออกมาแล้ว เมื่อนางเดินกลับมาถึงตำหนักอ๋อง ชุดของนางก็ชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อเสียแล้ว
ทันทีที่นางเข้ามาใกล้เรือน นางก็เห็นเงาร่างสายหนึ่งค่อย ๆ ประชิดเข้ามาภายใต้ท้องนภายามราตรี
นางมิทันมีเวลาเปิดประตูเรือนเข้าไปเสียด้วยซ้ำ

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...