สตรีนางนั้นชี้นิ้วใส่ลั่วชิงยวนด้วยท่าทีเปี่ยมโทสะ จากนั้นก็รีบเดินเข้ามาผลักเข้าที่ไหล่ของนาง “มิน่า คนข้างนอกจึงเรียกเจ้าว่าโสเภณีชาย เจ้าชอบทำลายงานวิวาห์ของผู้อื่นและเกี้ยวพาสตรีก็แล้วไปเถิด แต่ข้าไม่นึกเลยว่าเจ้าจะถึงขั้นไล่ตามบุรุษด้วย ปล่อยเอาไว้มิได้แล้ว!”
ลั่วชิงยวนสับสนไปชั่วขณะ คนผู้นี้เอ่ยถึงนางกระนั้นหรือ?
ดูเหมือนว่านางจะเคยพบอีกฝ่ายที่ไหนสักแห่ง
“แม่นาง โปรดพูดจาให้เกียรติกันด้วย!” ลั่วชิงยวนปัดมือของอีกฝ่ายออกด้วยท่าทีไม่พอใจ
สตรีร่างท้วมโมโหจัด “ให้เกียรติงั้นรึ? ข้าจะสั่งสอนเจ้าเอง!”
หลังจากนางพูดจบก็ยกมือขึ้น
ลั่วชิงยวนขมวดคิ้วพลางหลบไปด้านข้างแล้วเอ่ยขึ้นมาว่า “แม่นาง ข้ามิลงไม้ลงมือกับสตรี ได้โปรดสำรวมด้วย”
“เจ้า!” สตรีร่างท้วมโกรธเสียจนร้องตะโกนออกมาว่า “จับมันไว้!”
จากนั้นผู้คุ้มกันหลายสิบคนก็พุ่งเข้ามาเตรียมพร้อมที่จะลงมือ
ในยามนี้เอง ก็มีเสียงตะคอกดังลั่นขึ้นมา “หยุดนะ!”
ทันใดนั้นเงาร่างอันแสนคุ้นตาก็ปรากฏขึ้นตรงหน้านาง
ฟู่จิ่งหลี
ฟู่จิ่งหลีโบกพัดจีบพลางเหลือบมองสตรีร่างท้วมด้วยสีหน้าไม่พอใจ “เจ้าจักทำกระไร?”
ยามที่โม่เซียนอวี้เห็นฟู่จิ่งหลีเดินเข้ามา ท่าทางเจ้าอารมณ์เมื่อก่อนหน้านี้พลันเปลี่ยนไปทันที จากนั้นนางก็ทำปากยื่นเพื่อเสริมจริตลงไปบ้าง
นางเอ่ยด้วยโทสะปนกับจริตมารยาเล็ก ๆ น้อย ๆ ว่า “พระสวามี เป็นนักทำนายลวงโลกผู้นี้แล ที่คราวก่อนบอกว่าท่านจักต้องเสียใจกับการแต่งงานของตัวเอง!"
"มันก็เป็นแค่มนุษย์คนหนึ่ง ไฉนท่านต้องไปฟังมันด้วยเล่า? หม่อมฉันเป็นภรรยาของท่านนะเจ้าคะ!"
เมื่อลั่วชิงยวนเห็นหญิงสาวจู่ ๆ ก็เปลี่ยนสีหน้า นางก็สัมผัสได้ถึงอารมณ์ความรู้สึกอันยากจะอธิบายที่ผุดขึ้นในใจ
จากนั้นนางก็เบือนหน้าหนี
นางจำได้ว่าตนเคยเห็นสตรีผู้นี้มาก่อน
ครั้งแรกที่นางพบฟู่จิ่งหลี เขาถูกสตรีผู้นี้ไล่ตามมาตลอดทาง ฟู่จิ่งหลีจึงหนีเข้ามาหลบในร้านของนาง
โม่เซียนอวี้โกรธเสียจนปรี่เข้ามาหมายจะสั่งสอนลั่วชิงยวนสักยก
ฟู่จิ่งหลีคว้าแขนของโม่เซียนอวี้เอาไว้แล้วผลักอีกฝ่ายออกไป “ข้าไม่มีทางแต่งงานกับเจ้า! มิเกี่ยวอันใดกับเซียนฉู่สักนิด!”
“ข้าขอพูดเป็นครั้งสุดท้าย จงไสหัวไปให้พ้นสายตาข้าซะ!”
ดวงตาของฟู่จิ่งหลีฉายแววโหดเหี้ยม สร้างความหวาดกลัวให้แก่โม่เซียนอวี้
ทว่าโม่เซียนอวี้กลับรู้สึกคับข้องใจเสียจนดวงตาแดงก่ำ “จิ่งหลี…”
แววตาของฟู่จิ่งหลีพลันเปลี่ยนเป็นเย็นชาและไม่คิดจะเอ่ยวาจาอื่นใดอีก ทันใดนั้นเขาก็ชักดาบตรงเอวขององครักษ์นายหนึ่งมาชี้ใส่โม่เซียนอวี้
ประกายคุกคามที่แฝงไปด้วยแววเย็นชาทำให้ท่าทีของเขาชัดเจนยิ่งขึ้น
โม่เซียนอวี้ขยี้เท้าด้วยท่าทีเกรี้ยวกราด จากนั้นก็จ้องมองลั่วชิงยวนอย่างเป็นเดือดเป็นแค้นแล้วนำคนจากไป
หลังจากพวกเขาจากไปแล้ว ฟู่จิ่งหลีก็ทิ้งดาบลงด้วยท่าทีโกรธเกรี้ยว
เมื่อเขาเห็นลั่วชิงยวนก็มีรอยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้าอีกครั้ง “ข้าทำให้คุณชายฉู่ต้องมาเห็นเรื่องน่าอับอายเสียแล้ว ในเมื่อท่านก็มาแล้ว ข้าจักเลี้ยงสุราเป็นการขอขมาท่านก็แล้วกัน!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...