ฟู่จิ่งหลีกล่าวพลางผายมือเชื้อเชิญ
ลั่วชิงยวนตามเขาไปในโรงเตี๊ยมแล้วเดินขึ้นไปที่ห้องบนชั้นสอง
“หรือว่าท่าทีเมื่อสักครู่นี้ขององค์ชายเจ็ด…”
เมื่อฟู่จิ่งหลีได้ยินเช่นนี้เข้าก็ออกจะรู้สึกประหลาดใจอยู่บ้าง “อ้อ ท่านรู้จักตัวตนของข้าอยู่แล้วนี่เอง ข้าคิดจะแนะนำตัวอยู่เลย”
“ท่านหมายถึงเรื่องที่ข้าเพิ่งชี้ดาบใส่โม่เซียนอวี้ใช่หรือไม่? ก็แค่เคยชินนั่นแหละ นี่เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว”
ลั่วชิงยวนรู้สึกแปลกใจ “โม่เซียนอวี้ผู้นี้ค่อนข้างใจกล้าทีเดียว ถึงขนาดไล่ตามรังควานองค์ชายเช่นนี้”
ฟู่จิ่งหลีถอนหายใจอย่างอับจนหนทาง “เป็นความผิดของท่านตา ตอนที่ท่านเมาดันเผลอไปตกปากรับคำเรื่องการแต่งงานครั้งนี้กับตระกูลของพวกเขา ถึงแม้ต่อมาท่านตาจักแสร้งทำเป็นไม่รับรู้ก็เถอะ”
“น่าเสียดายที่หลังจากท่านตาสิ้นไป พวกเขาก็เริ่มตามราวีข้ามิลดละ”
“ในเมื่อไร้ซึ่งทะเบียนสมรสหรือประจักษ์พยาน แล้วข้าจักแต่งงานกับนางได้อย่างไรกันเล่า? ตอนแรกข้าไปหาฝ่าบาท แต่ฝ่าบาทกลับรับสั่งว่าจักให้ต่างฝ่ายต่างก็แต่งงานไปเสียจึงทำให้โม่เซียนอวี้ยอมรามือไป มิฉะนั้นก็คงทำกระไรมิได้แล้ว”
“ดังนั้นพวกเขาจึงได้แต่ตามราวีอยู่เช่นนี้”
ฟู่จิ่งหลีกล่าวพลางนึกถึงเรื่องของตัวเองแล้วดื่มสุราจอกหนึ่ง
“นางก็เป็นแบบนั้นแล ขอเพียงข้าพูดคุยกับใครสักคน นางก็จะโมโหใส่พวกเขา มิว่าเป็นบุรุษหรือสตรีก็เช่นกัน”
“ฉะนั้นอย่าได้เก็บมาใส่ใจเลย ข้าคิดว่าอีกไม่กี่วัน พอข้าแสดงความสนใจในตัวผู้อื่น นางก็หยุดตามรังควานเจ้าไปเอง”
เมื่อลั่วชิงยวนได้ยินเช่นนี้ก็พยักหน้า
“กระหม่อมเข้าใจแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
ฟู่จิ่งหลีเอ่ยเสริมขึ้นมาว่า “จริงสิ คืนนี้ข้าจัดงานที่โรงเตี๊ยมฮุ่ยเฟิงและมีสมบัติสองสามชิ้นที่คิดประมูล หากคุณชายฉู่สนใจ คืนนี้ท่านเองก็มาร่วมงานได้เช่นกัน!”
ลั่วชิงยวนถามด้วยท่าทีประหลาดใจ “จัดงานหรือพ่ะย่ะค่ะ?”
“มีคนมากหลายหรือไม่?”
ฟู่จิ่งหลียิ้มพลางกล่าวว่า “แน่นอนอยู่แล้ว! ลำพังด้วยหน้าตาของข้า ฟู่จิ่งหลี คงมีคนมามิน้อยเชียวกระมัง? นอกเหนือไปจากบรรดาพ่อค้าผู้มีชื่อเสียงในเมืองหลวง ก็ยังมีเหล่าคุณชายจากตระกูลขุนนางด้วย”
“มีผู้คนมากมายที่ต้องการสมบัติประจำตระกูลจางอันเก่าแก่ของข้า แต่ข้ามิได้ต้องการเงินทอง ข้าเพียงต้องการสิ่งที่ตัวเองสนใจที่จะแลกเปลี่ยนด้วย! หากคุณชายฉู่อยากเข้าร่วมงาน ท่านก็ต้องเตรียมของมาด้วย”
บางทีอาจเป็นเพราะเขาชอบกินดื่มและเล่นสนุกก็ได้ เขาจึงมิได้สนใจเรื่องเกี้ยวพาสตรีเลย ความปรารถนาของเขามิได้ยิ่งใหญ่อันใดนัก แค่มีความสุขและอิสรเสรีก็พอใจแล้ว
ทว่าคืนนี้ฟู่จิ่งหลีบังเอิญจัดงานที่นี่ แต่ฟู่อวิ๋นโจวกลับนัดเจอนางที่นี่ก็ออกจากแปลกประหลาดอยู่บ้าง
อย่างไรเสียฟู่อวิ๋นโจวก็อยากจะขอความช่วยเหลือจากนาง เขาจะต้องเล่าความลับบางอย่างให้นางฟังเป็นแน่ เมื่อมีผู้คนมากมายอยู่ที่นี่ก็คงมิใคร่สะดวกนัก
เรื่องนี้ทำให้นางเกิดข้อกังขาว่าจดหมายฉบับนั้น ใช่ฟู่อวิ๋นโจวเขียนขึ้นมาจริง ๆ หรือไม่
นางหยิบจดหมายออกมาอ่านอีกครั้ง พลางรู้สึกคลางแคลงใจ
ทว่าหลังจากย่ำค่ำ นางก็ยังไปที่โรงเตี๊ยมฮุ่ยเฟิงตามนัดหมาย
แต่นางไปตามนัดในฐานะของฉู่ลั่ว
หลังจากฟ้ามืด ท้องถนนก็เงียบสงัดยิ่ง ทว่าโรงเตี๊ยมฮุ่ยเฟิงกลับคึกคักยิ่งและแขกเหรื่อที่มาก็ล้วนแล้วแต่เป็นผู้สูงศักดิ์
ทันทีที่ลั่วชิงยวนเข้ามาในโรงเตี๊ยมฮุ่ยเฟิง เมื่อนางเงยหน้าขึ้นก็เห็นเงาร่างสายหนึ่งตรงประตูห้องชั้นสอง

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...