“ใช่” ฟู่เฉินหวนมิได้ปิดบังสิ่งใด
ทว่าเมื่อลั่วเยวี่ยอิงได้ยินเช่นนี้เข้า นางกลับร้อนใจมากเสียจนคว้าแขนเสื้อของฟู่เฉินหวนเอาไว้ “ท่านอ๋อง จักทำเช่นนี้ได้อย่างไรเพคะ!”
“ท่านกับหม่อมฉันต่างรู้ดีว่าท่านพี่เกลียดชังท่านพ่อของหม่อมฉัน หากนางทำร้ายท่านพ่อขึ้นมาจักทำเช่นไรเพคะ?"
“ท่านอ๋อง ท่านทำเช่นนั้นมิได้นะเพคะ!”
ฟู่เฉินหวนขมวดคิ้วพลางมองดวงตาแดงก่ำของลั่วเยวี่ยอิงที่ราวกับจวนจะร้องไห้อยู่รอมร่อ จนเขาเกือบจะตกปากรับคำนางไปแล้ว
ทว่าเหตุผลทำให้เขาต้องระงับตนเองพลางตอบว่า “ข้าจักคอยดูมิให้นางทำร้ายท่านอัครเสนาบดี ยิ่งมิต้องเอ่ยถึงเรื่องที่นางเองก็เป็นบุตรีคนหนึ่งของท่านอัครเสนาบดีเช่นกัน”
“ท่านอ๋อง!” ลั่วเยวี่ยอิงขวางลั่วชิงยวนเอาไว้ด้วยท่าทีร้อนรนกังวลใจ
ลั่วชิงยวนเลิกคิ้วแล้วมองฟู่เฉินหวน “หากมิต้องการให้ข้าตรวจดูก็ช่างเถอะ เช่นนั้นข้าก็จักกลับแล้ว”
หลังจากนางพูดจบก็หันหลังเดินจากไป
ไหน ๆ นางก็ไม่เต็มใจที่จะรักษาลั่วไห่ผิงมาตั้งแต่แรกแล้ว
ฟู่เฉินหวนคว้ามือนางเอาไว้ ทว่ายามนี้หมอหลวงทั้งหลายต่างกำลังเฝ้ามองดูอยู่ ฟู่เฉินหวนไม่อาจพูดจารุนแรงจึงได้แต่เอ่ยกระซิบว่า “เจ้าตกลงกับตัวข้าแล้ว”
เสียงทุ้มดังเข้าสู่โสตของลั่วเยวี่ยอิง ทว่ากลับเต็มไปด้วยท่าทีคลุมเครือ ชวนให้นางรู้สึกชิงชังจนเข็ดฟันขึ้นมาทันที
ลั่วชิงยวน เกิดอันใดขึ้นกับนางกันแน่?
เมื่อรู้สึกตัวอีกที นางก็ได้ยินฟู่เฉินหวนบอกตนว่า “เรื่องจบไปแล้ว ให้ลั่วชิงยวนลองตรวจดูเถอะ”
หลังจากเขาพูดจบก็เดินผ่านหน้าลั่วเยวี่ยอิงไป แล้วจูงมือลั่วชิงยวนเข้าไปในเรือนชั้นใน
ลั่วเยวี่ยอิงนิ่งงัน พลางมองฟู่เฉินหวนกุมมือของลั่วชิงยวนด้วยความรู้สึกตกตะลึงสุดขีด
เพราะเหตุใดกัน? แทนที่จะลงโทษนาง ท่านอ๋องกลับ...
หลังจากโดนจูงมือเข้ามาที่เรือนชั้นใน ลั่วชิงยวนก็พยายามชักมือออก ทว่ากลับถูกมือของฟู่เฉินหวนกุมเอาไว้แน่น
“ปล่อมหม่อมฉันเพคะ! ในเมื่อหม่อมฉันตกลงกับท่านแล้ว หม่อมฉันย่อมมิกลับคำ!” น้ำเสียงของลั่วชิงยวนฉายแววมิพอใจ
ฟู่เฉินหวนเหลือบมองรอบข้าง จากนั้นก็ลดเสียงพลางข่มขู่ด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “หากเจ้าอยากจะสยบข่าวลือ แม้เจ้ามิเต็มใจ เจ้าก็ต้องทำสิ่งที่พระชายาสมควรกระทำ!”
ลั่วไห่ผิงกำลังนอนหมดสติจวนสิ้นลมหายใจอยู่บนเตียง สีหน้าซูบซีดอิดโรยยิ่งนัก
ลั่วชิงยวนก้าวเข้ามาจับชีพจรและพบว่า ถึงแม้ลั่วไห่ผิงจะชีพจรเต้นอ่อน ทว่ากลับไร้วี่แววจวนจะสิ้นชีพและสีหน้าก็หาได้มืดมนไม่
แน่นอนว่าของพวกนี้ย่อมมิเพียงพอที่จะทำให้ลั่วไห่ผิงสิ้นชีวิตได้หรอก
ก็แค่ทำให้พลังชีวิตของเขาพร่องมากเกินไปสักหน่อยเท่านั้นเอง
แต่ในสายตาของหมอ นี่เป็นสัญญาณของอาการป่วยระยะสุดท้ายแล้ว เพียงได้กลิ่นโอสถในห้อง นางก็รู้ว่าพวกเขาใช้สมุนไพรล้ำค่ากับลั่วไห่ผิงไปมากมาย
นางหยิบเข็มเงินออกมาแล้วเริ่มฝังเข็มให้แก่ลั่วไห่ผิง
ขอเพียงฟื้นฟูพลังชีวิตของลั่วไห่ผิงขึ้นมาได้ชั่วคราว พวกเขาก็จะคิดว่าอาการป่วยของลั่วไห่ผิงดีขึ้นแล้ว!
ทันทีที่แทงเข็มเงินลงไป ลั่วไห่ผิงก็พลันสะดุ้งตื่นด้วยความเจ็บปวดแล้วกระอักโลหิตออกมาคำหนึ่ง
ลั่วเยวี่ยอิงได้ยินเสียงก็รีบวิ่งเข้าไปในห้อง
เมื่อเห็นสถานการณ์เช่นนี้เข้า นางก็สีหน้าซีดขาวพลางร้องอุทานว่า “เจ้าทำกระไรท่านพ่อของข้า!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...