“ถึงเวลาปล่อยฟู่อวิ๋นโจวไปแล้ว”
น้ำเสียงเย็นชาของลั่วชิงยวนทำให้ฟู่เฉินหวนรู้สึกโกรธอีกครั้ง
ดวงตาของเขามืดลงและพูดอย่างเย็นชา “ข้าเป็นคนรักษาคำพูดอยู่แล้ว”
“เช่นนั้นก็ดี!” น้ำเสียงของลั่วชิงยวนเย็นชาและไม่มีความอบอุ่นใด ๆ
ระหว่างทางกลับตำหนัก ทั้งคู่ต่างพากันเงียบ บรรยากาศอึดอัดไม่น้อย
เมื่อมาถึงตำหนักอ๋อง ลั่วชิงยวนบอกให้ฟู่เฉินหวนปล่อยตัวเขาทันที
ฟู่เฉินหวนไม่รอช้า และได้ปล่อยฟู่อวิ๋นโจวออกจากคุกน้ำทันที
ลั่วชิงยวนไปยังเรือนทักษิณาหลังจากนั้น
ใบหน้าของฟู่อวิ๋นโจวทั้งซีดและดูซูบผอม เส้นผมที่เปียกโชกของเขาแนบแก้มและลำคอ เผยให้เห็นผิวขาวซีดอย่างคนป่วย
ลั่วชิงยวนรีบจับชีพจรของเขาอย่างรวดเร็ว
ฟู่อวิ๋นโจวฟื้นคืนสติขึ้นมาด้วยความงุนงง และเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง “ชิงยวน ข้าเป็นภาระเจ้าอีกแล้วหรือ?”
ลั่วชิงยวนขมวดคิ้ว “ครั้งนี้ท่านเป็นหวัด ดังนั้นโปรดรักษาตัวด้วยเพคะ หม่อมฉันจักสั่งยาให้ท่าน ขอให้ท่านพักผ่อนให้เต็มที่เถิดเพคะ”
ขณะที่นางกำลังพูด จู่ ๆ หมอกู้ก็เดินเข้ามา
“มิรบกวนพระชายา ข้าดูแลองค์ชายห้าเองขอรับ”
ลั่วชิงยวนขมวดคิ้วและหันไปมองหมอกู้ “ในเมื่อหมอกู้เป็นหมอเทวดา ไฉนทักษะการรักษาของท่านถึงมิได้เรื่องเช่นนี้?”
“ท่านรักษาอาการป่วยขององค์ชายห้ามานมนานแล้ว แต่อาการของท่านกลับมิดีขึ้นเลย”
ไม่ต้องพูดถึงการรักษาองค์ชายห้าด้วยซ้ำ ต่อให้เป็นนางที่ได้รับบาดเจ็บ ก็ไม่มีทางที่หมอกู้จะรักษานางได้
หมอกู้ไม่คาดคิดว่าอีกฝ่ายจะพูดเช่นนี้ ใบหน้าของเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อยและเอ่ยปากว่า “ตัวข้าไร้ความสามารถ หากพระชายาพบหมอเทวดาที่มีความสามารถมากกว่านี้ พระชายาก็ไปขอให้ท่านอ๋องจ้างหมอคนอื่นมาได้เลยขอรับ”
นี่กำลังหมายความว่า เขาทำตามคำสั่งของท่านอ๋อง หากลั่วชิงยวนมิพอใจเขาก็ควรไปพูดกับท่านอ๋องด้วยตัวเอง
ดวงตาของลั่วชิงยวนเย็นชา นางยืนขึ้นและออกจากเรือนทักษิณา
หมอกู้ผู้นี้เอาแต่พูดว่าท่านอ๋องส่งเขามา นางรู้ว่าเขาถูกส่งมาติดตามฟู่อวิ๋นโจว แต่หมอกู้ผู้นี้ภักดีต่อฟู่เฉินหวนจริงอย่างนั้นหรือ?
ที่จริงแล้ว เขาเป็นใครกันแน่?
ฟู่จิ่งหลีออกไปกิน ดื่ม และสังสรรค์ทุกวัน จะพบเขาได้ในตลาดและโรงสุราที่มีผู้คนคึกคักบางแห่งเท่านั้น
แต่ทว่าในครั้งนี้ กลับได้พบเขาที่หอฝูเสวี่ย
หอคอยฝูเสวี่ยคึกคักไปด้วยกิจกรรมมากมาย
“วันนี้ข้าก็มิได้เจอแม่นางฝูเสวี่ยอีกแล้ว” ฟู่จิ่งหลีที่บัดนี้มีเด็กสาวรายล้อม กำลังดื่มสุราอึกใหญ่
แม่เล้าเฉินพูดด้วยรอยยิ้มขอโทษ “ยังเหลือเวลาอีกสามวันเพคะ องค์ชายมิต้องกังวล หม่อมฉันจักให้ท่านได้พบแม่นางฝูเสวี่ยภายในสามวันอย่างแน่นอนเพคะ!”
ฟู่จิ่งหลีไขว่ห้างและพูดอย่างเกียจคร้าน “ข้ารอมิไหวแล้ว! ให้แค่วันเดียว! หากข้าได้พบแม่นางฝูเสวี่ยได้ภายในหนึ่งวัน ข้าจักเหมาจ่ายให้หอฝูเสวี่ยสามเท่า!”
“ว่ากระไรนะเพคะ?”
แม่เล้าเฉินสะดุ้ง ดวงตาเป็นประกายทันที
แต่นางยังคงควบคุมสติและเอ่ยปากต่อไปว่า “หม่อมฉันคงต้องถามแม่นางฝูเสวี่ยเสียก่อนว่านางเห็นด้วยหรือไม่!”
ฟู่จิ่งหลีไม่เงยหน้าขึ้นและพูดอย่างใจเย็น “ห้าเท่า! ข้าจักจ่ายให้ห้าเท่า!”
แม่เล้าอยากจะตอบตกลงเสียเดี๋ยวนั้น แต่นางก็ไม่กล้าที่จะตัดสินใจโดยพลการ แม้ว่าราคาที่อีกฝ่ายเสนอซึ่งสูงกว่าราคาปกติถึงห้าเท่าจะทำให้นางตื่นเต้นมากก็ตาม

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...