“องค์ชาย หม่อมฉันจักพยายามโน้มน้าวแม่นางฝูเสวี่ยอย่างเต็มที่ แต่หม่อมฉันมิสามารถรับประกันได้ว่าแม่นางฝูเสวี่ยจักยอมรับปากเพคะ”
ลั่วชิงยวนบังเอิญได้ยินการสนทนาของพวกเขาและอดไม่ได้ที่จะแอบตกใจ กับเรื่องนี้แล้วฟู่จิ่งหลีนับว่าหน้าใหญ่ใจโตไม่น้อยเลย
“องค์ชายฟู่” ลั่วชิงยวนก้าวไปข้างหน้าและเอ่ยปากขึ้น
เมื่อได้ยินเสียงของนาง ฟู่จิ่งหลีก็เงยหน้าขึ้น รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย “นี่ ช่างบังเอิญนัก ท่านเซียนฉู่ก็มาที่นี่เพื่อดื่มด้วยงั้นรึ?”
“กระหม่อมมาเพราะมีเรื่องจะถามองค์ชายฟู่พ่ะย่ะค่ะ” ลั่วชิงยวนกล่าว
เมื่อได้ยินสิ่งนี้ ฟู่จิ่งหลีก็โบกมือและขอให้เหล่าสตรีที่อยู่รอบตัวเขาออกไปก่อน
แม่เล้าเฉินเองก็จากไปอย่างรู้งานเช่นกัน
ลั่วชิงยวนก้าวไปข้างหน้า และฟู่จิ่งหลีก็รินสุราให้นางหนึ่งแก้ว “ไม่ง่ายเลยที่จะได้พบกับท่านเซียนฉู่ที่นี่ มาดื่มกันหน่อยเถอะ”
ลั่วชิงยวนปฏิเสธ “กระหม่อมดื่มมิเก่ง เพราะฉะนั้นกระหม่อมมิดื่มกับองค์ชายฟู่หรอกพ่ะย่ะค่ะ”
“กระหม่อมมาที่นี่ครั้งนี้เพื่อถามองค์ชายฟู่ว่า ภาพวาดที่ถูกนำมาประมูลครั้งก่อนนั้นเป็นของสะสมตระกูลองค์ชายฟู่จริงหรือ?”
“กระหม่อมได้ยินมาว่าภาพวาดนั้นสร้างความปั่นป่วนให้ตำหนักอ๋อง กระหม่อมรู้สึกได้ว่าภาพภาพนั้นมีเงื่อนบางอย่างพ่ะย่ะค่ะ”
เมื่อได้ยินสิ่งนี้ ฟู่จิ่งหลีก็คิดอย่างจริงจังอยู่พักหนึ่ง ก่อนขมวดคิ้วและพูดว่า “ภาพวาดอันใดรึ ขอข้าคิดดูก่อน...”
“เป็นภาพเหมือนของพี่ห้ารึ?”
“ตอนนั้นข้าก็สับสนกับภาพวาดนั้นเหมือนกัน ที่บ้านข้าไม่มีภาพวาดแบบนั้น”
ฟู่จิ่งหลีคิดอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็ขมวดคิ้วและมองคู่สนทนา “นี่ท่านกำลังจะหมายความเช่นไร? มีบางอย่างผิดปกติกับภาพวาดนั้นจริง ๆ รึ?”
“มีคนจงใจยัดมันลงในหีบของข้าเช่นนั้นรึ?”
ลั่วชิงยวนพยักหน้า “มีความเป็นไปได้ กระหม่อมถูกขอให้ตรวจสอบที่มาของภาพเหมือนภาพนี้ กระหม่อมก็คงต้องขอให้องค์ชายฟู่ช่วยในเรื่องนี้แล้วพ่ะย่ะค่ะ”
เมื่อได้ยินสิ่งนี้ ฟู่จิ่งหลีก็เลิกคิ้วแล้วพูดว่า
“ตกลง ข้าจักกลับไปดูว่ารูปนั้นมีที่มาจากไหน ทันทีที่ข้ารู้ ข้าจักให้คำตอบแก่เจ้า”
“พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมปล่อยให้เป็นหน้าที่ขององค์ชายฟู่” ลั่วชิงยวนพยักหน้าเล็กน้อยแล้วพูดต่อ “กระหม่อมมีธุระอื่นต้องทำ เช่นนั้นคงต้องขอตัวก่อนแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
ฟู่จิ่งหลีหยุดเขาอย่างรวดเร็ว “คุณชายฉู่ ท่านเคยได้ยินชื่อของสตรีนางนี้หรือไม่? นางมีนามว่าฝูเสวี่ย ข้าได้ยินมาว่าลีลาการร่ายรำของนางโด่งดังในเมืองหลวง แต่ก็น่าเสียดายที่ข้าพลาดไป”
“หากวันหนึ่งแม่นางฝูเสวี่ยจากเมืองหลวงมาที่นี่ได้ ข้าจักชวนคุณชายฉู่มาดื่มด้วยกัน! คุณชายฉู่ต้องมาให้ได้นะ!”
“ท่านเซียนน้อย โปรดใช้วิชาตัวเบาด้วย”
เมื่อลั่วชิงยวนได้ยินสิ่งนี้ นางก็แตะเท้า คว้าผ้าไหมสีแดงแล้วกระโดดลงจากชั้นสอง ร่างที่เบาบางของนางกระโดดขึ้นไปในอากาศและค่อย ๆ ลงไป
ท่ามกลางเสียงอุทานที่ระเบิดออกมา ฟู่เฉินหวนได้เห็นเหตุการณ์ทันทีที่ก้าวเข้าไปในประตู
สีแดงที่ร้อนแรงนั้นสร้างความประหลาดใจได้ในทันที
“แม่นางฝูเสวี่ย! แม่นางฝูเสวี่ย!”
“วันนี้แม่นางฝูเสวี่ยสามารถร่ายรำเทพเหมันต์ได้หรือไม่?”
“รำเทพเหมันต์ รำเทพเหมันต์!”
หลายคนมาที่นี่เพื่อดูรำเทพเหมันต์ในตำนาน
แต่ทว่าลั่วชิงยวนยังไม่ปริปากเอ่ยสิ่งใด
เสียงเย็นชาดังมาจากภายนอก “พวกเจ้ามันหลอกลวง นี่ไม่ใช่การร่ายรำเทพเหมันต์ที่แท้จริงเสียหน่อย!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...