คำพูดอันชอบธรรมของท่านอาฉินทำให้หลายคนวิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องนี้
ในเวลานี้ ลั่วชิงยวนก้าวไปข้างหน้าอย่างช้า ๆ
เสียงที่ชัดเจนดังขึ้น ทำให้บริเวณโดยรอบเงียบลงทันที
“ข้าชื่อฝูเสวี่ย แต่ข้ามิได้บอกว่าชื่อของข้าคือลิ่นฝูเสวี่ย ในฐานะผู้เป็นนายของหอเจาเซียง ท่านมาร่ายรำเทพเหมันต์ที่หอฝูเสวี่ยของข้า มิทราบว่าจุดประสงค์ของท่านคือสิ่งใดกัน?”
“อีกอย่าง ข้าได้ยินมาว่าทุกคนในหอสมุทรมรกตประสบอุบัติเหตุในปีนั้น และไม่มีผู้ใดรอดแม้แต่คนเดียว จู่ ๆ ศิษย์ของลิ่นฝูเสวี่ยก็ปรากฏตัวขึ้น ข้าสงสัยยิ่งนักว่าท่านรอดมาได้เช่นไร?”
“เหตุใดจึงเร้นกายไปเสียหลายปีเช่นนี้เล่า?”
ลั่วชิงยวนถามคาดคั้น ทำให้ใบหน้าของท่านอาฉินซีดลง
ท่านอาฉินโต้กลับอย่างเย็นชา “ในปีนั้นหอสมุทรมรกตประสบเรื่องราวเช่นที่เจ้าว่าจริง ข้าโชคดีที่สามารถเอาชีวิตรอดมาได้เพียงผู้เดียว มันเป็นความเจ็บปวดที่สุดในชีวิตสำหรับข้า ข้าจึงเลือกปลีกวิเวกเร้นกายจากสังคม แปลกมากหรือไร?”
“ข้าต้องอธิบายเรื่องนี้ให้เจ้าฟังด้วยรึ?”
มุมปากของลั่วชิงยวนยกขึ้นด้วยความสนใจ “โอ้? เพราะความเจ็บปวด ท่านจึงหายตัวไปและกลายเป็นนายหญิงหอเจาเซียงเช่นนั้นรึ?”
“ทุกคนในหอสมุทรมรกตประสบอุบัติเหตุและเสียชีวิต แต่ท่านกลับรอดมาได้และเป็นนายหญิงของหอเจาเซียง ท่านเอาเงินมาจากไหนมาเปิดหอเจาเซียงเล่า?”
“เป็นไปได้หรือไม่ว่าการเสียชีวิตของผู้คนมากมายในหอสมุทรมรกตล้วนเกี่ยวข้องกับท่าน?”
ลั่วชิงยวนเอ่ยเสียงเรียบ แต่คำพูดของนางเฉียบคมมาก
ทันทีที่คำพูดดังกล่าวหลุดออกไป ก็มีการอภิปรายรอบตัวนางมากขึ้น
ใบหน้าของท่านอาฉินบอกบุญไม่รับ แม่นางฝูเสวี่ยผู้นี้รู้ชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องราวนี้ได้อย่างไร
นางรู้เกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนั้นมากน้อยเพียงใด?!
เป็นไปมิได้! อายุน้อยเช่นนี้ นางจะรู้เรื่องนั้นได้เยี่ยงไร?
มันเป็นไปไม่ได้เลยที่นางจะรับรู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนั้น!
“ไร้สาระ! อย่ามาสาดโคลนใส่ข้า! หากคิดกล่าวหาว่าข้าทำร้ายคนในหอสมุทรมรกต เจ้าก็ต้องมีหลักฐาน ไม่อย่างนั้นข้าคงต้องแจ้งเรื่องนี้กับทางการ!”
การเคลื่อนไหวของมือและเท้าของนางนับว่าคล่องแคล่ว แต่ดวงตาที่เย็นชาและเย่อหยิ่งของนางนั้นดูเลอค่าราวกับเทพธิดาผู้สูงส่ง
มันเป็นท่วงท่าที่ดูน่ากลัว แต่ยังดึงดูดให้ผู้ชมตราตรึงไปกับการร่ายรำซึ่งน่าหลงใหลและยากจะละสายตา
เดิมทีฟู่เฉินหวนมิได้ตั้งตารอการร่ายรำของแม่นางฝูเสวี่ยผู้นี้ สำหรับเขาแล้ว เขามาที่นี่เพื่อทำธุรกิจเท่านั้น
แต่เมื่อได้เห็นการร่ายรำนั้น เขาก็ถูกดึงดูดอย่างไม่อาจถอนสายตาได้
สตรีนางนี้สวมหน้ากาก แต่ดวงตาที่สดใสและหยิ่งผยองของนางภายใต้หน้ากากกลับทำให้เขาลืมไม่ลง
ดวงตาของนางแสดงให้เห็นถึงความสูงส่งอย่างไม่มีใครเทียบได้ ฝังลึกลงไปในกระดูกดำ
สตรีนางนี้เป็นเพียงนางรำธรรมดา ๆ เช่นนั้นหรือ?
ท่านอาฉินที่อยู่ด้านข้างจ้องไปยังร่างของนางที่กำลังแสดงรำเทพเหมันต์ที่สมบูรณ์แบบด้วยดวงตาลุกเป็นไฟ!
นี่เป็นไปได้อย่างไร?!

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...