เป็นไปได้อย่างไร?!
ใต้หล้านี้ นอกจากลิ่นฝูเสวี่ยแล้วจะยังมีผู้ใดที่สามารถแสดงรำเทพที่สมบูรณ์ได้อีกหรือ?!
แม้แต่ตัวนางเองก็ได้เรียนรู้ไปเพียงครึ่งเดียวเท่านั้น!
เป็นลิ่นฝูเสวี่ยที่กลับมาจากความตายหรืออย่างไร? เป็นไปไม่ได้! มันเป็นไปไม่ได้!
การแสดงจบลงแล้ว
ภายในโถงกว้างเงียบราวกับสามารถได้ยินเสียงเข็มหล่นได้
เกิดความเงียบขึ้นครู่หนึ่งก่อนที่จะมีเสียงปรบมือดังกึกก้องดังขึ้นตามมา
“งดงามยิ่ง! นี่สิ รำเทพเหมันต์ของจริง!”
แม้แต่ฟู่จิ่งหลีก็ลุกขึ้นจากที่นั่งของตนอย่างมีความสุขไม่น้อย ก่อนเอ่ยอย่างฝีปากกล้า “แม่นางฝูเสวี่ยเก่งกาจสมคำร่ำลือจริง ๆ! ข้ายังชมการร่ายรำไม่จุใจเลย ข้าจักขอถามแม่นางฝูเสวี่ยว่าจะสามารถร่ายรำอีกสองสามครั้งได้หรือไม่?”
“วันนี้ ข้าจะดูแลเรื่องเครื่องดื่มและของว่างทั้งหมดในหอฝูเสวี่ยเอง!”
ท่าทางใจป้ำเช่นนี้ทำให้เกิดเสียงโห่ร้องอย่างตื่นเต้นเร้าใจในหอฝูเสวี่ย
แม่เล้าเฉินมีความสุขมาก “เพคะ หม่อมฉันขอบพระทัยองค์ชายเจ็ดแล้ว!”
ฟู่จิ่งหานอดไม่ได้ที่จะหัวเราะในขณะที่เขานั่งอยู่บนที่นั่งของเขา กวักมือเรียกเครื่องเคียงและสุราดี ๆ
“องค์ชายเจ็ดผู้นี้เอื้อเฟื้อนัก หากข้ามีโอกาส ข้าอยากออกไปเที่ยวกับเขาจริง ๆ!” ฟู่จิ่งหานถอนหายใจ
เป็นจักรพรรดิมีประโยชน์อะไรเล่า ไม่ว่าอะไรก็ถูกควบคุมอยู่ทุกฝีก้าว
ไม่สู้เป็นอย่างน้องเจ็ดผู้นี้ มีทั้งอิสระและสุขสำราญ
ฟู่เฉินหวนขมวดคิ้วและมองเขาอย่างเคร่งขรึม “เจ้ากำลังพูดเรื่องบ้าอะไร?”
ฟู่จิ่งหานรีบรินสุราให้อีกฝ่ายแล้วพูดว่า “พี่สาม ไฉนท่านเป็นจริงเป็นจังนักเล่า?”
ฟู่เฉินหวนไม่พูดอะไรอีก แต่สายตาเอาแต่จับจ้องไปยังสตรีอาภรณ์สีแดงบนเวที
ฟู่จิ่งหานหัวเราะและพูดว่า “พี่สามตกหลุมรักสตรีนางนี้แล้วกระมัง? เช่นนั้นเหตุใดพี่สามมิพานางกลับตำหนักแล้วแต่งตั้งให้เป็นชายาข้างกายเสียเล่า?”
“อย่าได้ลืมธุระของเรา” ฟู่เฉินหวนเตือนเขาอย่างเย็นชา
"เข้าใจแล้ว”
บนเวทีท่านอาฉินยังคงตกตะลึง นางไม่อยากจะเชื่อเลยว่าในใต้หล้านี้จะมีคนที่สามารถร่ายรำเทพเหมันต์ได้อย่างสมบูรณ์
ลั่วชิงยวนค่อย ๆ สาวเท้าเข้าหาท่านอาฉิน และพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ท่านมิสามารถร่ายรำเทพเหมันต์ได้สำเร็จ กลับกล้าเรียกตัวเองว่าศิษย์ของลิ่นฝูเสวี่ยอย่างนั้นหรือ?”
ท่านคงคิดว่าในใต้หล้านี้ไม่มีผู้ใดรู้ว่าท่านคือนางรับใช้ข้างกายลิ่นฝูเสวี่ยงั้นรึ?”
“เพราะอย่างไรเสีย ในใต้หล้านี้ก็มีเพียงไม่กี่คนที่รู้ว่านางเป็นนางรับใช้ของข้า”
ลั่วชิงยวนยกมุมปากของตนอย่างเย็นชา “อย่างไรพวกเราก็มีปัญหาอยู่แล้ว เรื่องเล็กน้อยเพียงนี้เจ้าต้องกังวลด้วยหรือ?”
“วันนี้ถือเป็นการเตือนนาง เพื่อให้นางรู้ว่าหอฝูเสวี่ยแห่งนี้มิใช่ที่ที่นางจะเล่นงานกันได้ง่าย ๆ”
หลังจากกลับไปวันนี้ ท่านอาฉินคงขบคิดไม่ตกและคาดเดาตัวตนของนางไปต่าง ๆ นานา
หากไม่ทราบตื้นลึกหนาบางของนาง ท่านอาฉินจะมิกล้าลงมืออย่างแน่นอน
อย่างน้อยก็คงไม่กล้าโจมตีหอฝูเสวี่ยง่าย ๆ
แม่เล้าเฉินเดินเข้ามาแล้วพูดว่า “แม่นางฝูเสวี่ย ผู้คนเข้ามาในหอมากขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว เหตุใดวันนี้ท่านมิทำงานให้หนักและร่ายรำอีกสักสองสามเพลงเล่า?”
ลั่วชิงยวนพยักหน้า “เอาตามที่ท่านว่า”
“เจ้าค่ะ!” แม่เล้าเฉินมีความสุขมาก
ลั่วชิงยวนคว้าผ้าไหมสีแดงไว้ในมือ กระโดดขึ้นไปยังชั้นสองแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “วันนี้ข้าจักยอมให้เจ้าได้ร่ายรำได้เต็มที่”
ลิ่นฝูเสวี่ยรู้สึกซาบซึ้งในหัวใจ “ท่านเซียนน้อย ข้าจักมิลืมเมตตาของท่านเลย”
ดวงตาของลั่วชิงยวนเป็นประกาย “เช่นนั้นแล้ว วันนี้เจ้าช่วยเล่าเรื่องของท่านแม่ให้ข้าฟังเพิ่มหน่อยได้หรือไม่?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...