รอยยิ้มหยันผุดขึ้นตรงมุมปาก จากนั้นนางก็เงยหน้ามองฟู่เฉินหวน
“ท่านอ๋องเอาแต่กล่าวโทษว่าหม่อมฉันทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง เช่นนั้นในฐานที่เป็นอ๋องผู้สำเร็จราชการแล้ว การที่มอบพระชายาอย่างหม่อมฉันให้บุรุษอื่นหมายความว่าอันใดกัน?”
ฟู่เฉินหวนแววตามืดมน เขาหันหลังเดินจากไปพลางเอ่ยน้ำเสียงเย็นชาว่า “ข้าจะให้เวลาเจ้าได้เตรียมตัวชั่วหนึ่งถ้วยชา”
เมื่อฟู่เฉินหวนออกมาจากเรือนก็เดินมาที่หน้าเรือน
ซูโหยวรีบเดินเข้ามาหา “ท่านอ๋อง ทุกอย่างพร้อมแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
ฟู่เฉินหวนสายตาเย็นชาเล็กน้อยพลางกล่าวขึ้นมาว่า "หลังจากเข้าไปในจวนแล้วเจ้าจงรีบลงมือเสีย!"
“พ่ะย่ะค่ะ!” ซูโหยวตอบตกลงพลางขมวดคิ้วแล้วถามด้วยท่าทีลังเลใจว่า “แต่ให้พระชายาไปถ่วงเวลาจะมิอันตรายเกินไปสักหน่อยหรือพ่ะย่ะค่ะ?”
“นั่นก็คือสาเหตุที่ต้องรีบลงมืออย่างไรเล่า! นอกเหนือไปจากนั้น ก็ยังมีองครักษ์เงาอีกห้าสิบนายที่ลอบเคลื่อนพลพร้อมลงมือได้ทุกเมื่อ!”
“พ่ะย่ะค่ะ!”
ลั่วชิงยวนที่อยู่ในห้องผลัดเปลี่ยนอาภรณ์เรียบร้อยแล้ว
ที่แท้ก็เป็นอาภรณ์ที่สั่งให้ศาลารุ้งเมฆาตัดเย็บขึ้นมา นางสวมอาภรณ์สีแดงที่มีผ้าแพรแดงถักเป็นดอกโบตั๋นขนาดใหญ่อันงามหรู เสริมให้นางแลดูงดงามชวนตื่นตะลึง
นางสวมเสื้อคลุมตัวบาง ทั้งยังสวมหน้ากากผีเสื้อทองคำแล้วสวมหมวกคลุมหน้าเอาไว้ จากนั้นลูกปัดเม็ดเล็ก ๆ ก็ส่งเสียงดังกรุ๊งกริ๊งซึ่งทำให้แลดูเย้ายวนใจเป็นพิเศษ
ทว่าเมื่อลั่วชิงยวนมองตนเองในคันฉ่องสีทองแดง แววตาของนางกลับเต็มไปด้วยความเย็นชา
ครั้นนางก้าวเดินออกมา ฟู่เฉินหวนก็บังเอิญมาถึงนอกเรือนพอดี
เมื่อประตูเรือนเปิดออก สตรีสวมอาภรณ์สีแดงก็ค่อย ๆ เดินออกมา ลูกปัดส่งเสียงดังกรุ๊งกริ๊ง และเรือนร่างงดงามก็ปรากฏแก่สายตาชวนให้ฟู่เฉินหวนพลันแววตาเป็นประกาย
นี่ยังใช่ลั่วชิงยวนที่ถูกเรียกว่านังหมูตอนอย่างน่าขบขันอยู่อีกหรือ?
ราวกับนางเป็นอีกคนไปโดยสิ้นเชิง
ทำให้เขายิ่งสงสัยเรื่องใบหน้าที่อยู่ใต้หน้ากากและหมวกคลุมหน้ามากขึ้นเรื่อย ๆ
ฟู่เฉินหวนจิตใจวอกแวกไปชั่วขณะ แต่ลั่วชิงยวนกลับมิได้สนใจแล้วเดินออกไปโดยไม่เหลือบแลมองมาที่เขาเสียด้วยซ้ำไป
เมื่อฟู่เฉินหวนรู้สึกตัวก็เดินเข้ามาหา
อาภรณ์ของลั่วชิงยวนส่งกลิ่นหอมกรุ่น ยามที่สายลมพัดพากลิ่นหอมพิเศษก็ชวนให้ฟู่เฉินหวนเคลิบเคลิ้มไปชั่วขณะ
ลั่วชิงยวนเอาแต่เดินไปข้างหน้าตลอดทางมาจนถึงหน้าเรือน เมื่อเหล่าคนรับใช้เห็นนางเข้าก็รู้สึกตื่นตะลึง
“นั่นผู้ใดกัน? ช่างงดงามนัก”
นางรู้สึกอึดอัดคับข้องใจ
นางทราบว่าการเดินทางคราวนี้คงไม่มีเรื่องดีเกิดขึ้น แต่นางก็ต้องไป
เมื่อสองวันก่อน นางทำนายโชคชะตาของตนเองดูแล้ว มีเส้นทางวกเวียนไปมาอยู่มากมาย ทว่าล้วนแล้วแต่นำไปสู่ทางตัน
นี่คือหายนะที่นางต้องเผชิญ
“หลังจากวันนี้ไป ท่านเลิกเข้ามาก้าวก่ายเรื่องของหม่อมฉันได้หรือไม่?” น้ำเสียงของลั่วชิงยวนฟังดูเย็นชา
ฟู่เฉินหวนลืมตามองนาง จากนั้นก็พิงรถม้าด้วยสีหน้าเกียจคร้าน “ได้สิ”
ถึงแม้ว่าน้ำเสียงของเขาจะสงบนิ่ง ราวกับไม่เกี่ยวข้องอันใดกับตนเอง
ทว่ากลับรู้สึกสับสนวุ่นวายใจเสียแล้ว
โทสะที่สะสมอยู่ในใจทำให้เขาอึดอัดใจ
บุรุษคนไหนบ้างที่จะสามารถยอมรับเรื่องที่ภรรยาของตัวเองปรากฏตัวต่อหน้าผู้คน จนถึงขั้นไปสถานที่อย่างหอนางโลมเพื่อร่ายรำให้คนดู?
พอนึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมา ฝ่ามือที่อยู่ภายใต้ก็กำแน่น

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...