ทั้งสองคนมิได้เอ่ยวาจาใดอีกตลอดการเดินทาง
แต่รถม้าก็มาถึงนอกจวนตระกูลหลิวอย่างรวดเร็ว
ก่อนที่พวกเขาจะลงจากรถม้าก็ได้ยินเสียงดังขึ้นทางด้านนอก จนฟังดูราวกับมีผู้คนอยู่มากมาย
ฟู่เฉินหวนนั่งสงบจิตใจอยู่ในรถม้าก่อนที่จะลุกขึ้นจากรถม้า
ลั่วชิงยวนลุกขึ้นและกำลังจะลงจากรถม้า เมื่อนางเห็นฟู่เฉินหวนยื่นมือให้นาง
ลั่วชิงยวนก็ลังเลไปชั่วขณะ ในยามนี้เอง เสียงของใต้เท้าหลิวก็ดังขึ้นมาว่า “โอ้ แขกผู้สูงศักดิ์มาแล้ว!”
ดวงตาของลั่วชิงยวนพลันแปรเปลี่ยนเป็นเย็นชา จากนั้นนางก็ฝืนใจวางฝ่ามือลงบนมือของฟู่เฉินหวนเพื่อให้เขาช่วยพานางลงจากรถม้า
แต่ทันทีที่เท้าสัมผัสพื้น ลั่วชิงยวนก็รีบชักมือกลับทันที
ยามนี้ฟู่เฉินหวนสัมผัสได้ถึงความเคลื่อนไหวอันเปี่ยมไปด้วยความกังวลและความรังเกียจที่นางมีต่อเขา
ฟู่เฉินหวนสูดหายใจลึก ๆ พลางกำหมัดแน่นแล้วเอามือไพล่หลัง
“แม่นางฝูเสวี่ย ในที่สุดเจ้าก็มาที่จวนของข้ามิใช่หรือไร?” ใต้เท้าหลิวมีสีหน้าภูมิอกภูมิใจแล้วยื่นมือออกมาราวกับจะกอดนางไว้
ลั่วชิงยวนหลบฉากด้วยท่าทีรังเกียจเพื่อหลีกเลี่ยงสัมผัสของเขา
เมื่อเห็นท่าทีเมินเฉยของนาง ใต้เท้าหลิวกลับมิได้บังเกิดโทสะ แต่กลับหันมาให้ความสนใจต่อฟู่เฉินหวน
“กระหม่อมมิคาดคิดเลยว่าท่านอ๋องจักเชิญแม่นางฝูเสวี่ยมาได้จริง ๆ เป็นเพราะกระหม่อมดูเบาท่านอ๋องเกินไป วันนี้แม่นางฝูเสวี่ยอยู่ที่นี่แล้ว กระหม่อมจักจัดงานเลี้ยงใหญ่ขึ้นมาเป็นพิเศษแล้วเชิญสหายมากหลายมาเพื่อให้แม่นางฝูเสวี่ยร่ายรำให้พวกเราดู!”
“กราบเรียนเชิญท่านอ๋องร่วมงานเลี้ยงด้วยพ่ะย่ะค่ะ!”
ใต้เท้าหลิวผายมือเชื้อเชิญ
ฟู่เฉินหวนเอ่ยเสียงเรียบนิ่งด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ว่า “สิ่งของ…”
ใต้เท้าหลิวยิ้มพลางเอ่ยขึ้นมาทันทีว่า “ท่านอ๋องโปรดวางพระทัย หลังจากงานเลี้ยงวันนี้จบลง ย่อมต้องมอบสมุนไพรทั้งหลายที่ตระกูลของกระหม่อมเก็บสะสมมาหลายสิบปีให้แก่ท่านอย่างแน่นอนพ่ะย่ะค่ะ!”
“จะว่าไปเมื่อไม่นานมานี้คุณหนูรองลั่วก็มาขอโอสถจากฮูหยินของกระหม่อม แต่กระหม่อมมิยอมมอบให้นาง”
“กระหม่อมรู้สึกประทับใจในความจริงใจที่ท่านมีต่อคุณหนูรองลั่วอย่างแท้จริง”
คาดไม่ถึงเลยว่าอีกฝ่ายจะขอให้ฟู่เฉินหวนเอาตัวฝูเสวี่ยมาแลกกับเครื่องยาสมุนไพร
หลิวหม่านรู้สึกเบิกบานใจยิ่งนัก
เมื่อลั่วชิงยวนได้ยินวาจาเหล่านี้ก็ให้รู้สึกสันหลังเย็นวาบ
มีเสียงตะโกนโห่ร้องดังขึ้นตรงโต๊ะ บางคนถึงขั้นคิดจะตีสนิทกับท่านอ๋องผู้สำเร็จราชการเพื่อปีนป่ายขึ้นสู่พฤกษาต้นใหญ่เสียด้วยซ้ำไป
หลังจากแนะนำตัวแล้ว หลิวหม่านก็หัวเราะพลางกล่าวว่า “วันนี้ผู้คนที่อยู่ ณ ที่แห่งนี้ล้วนเป็นพี่เป็นน้องกันทั้งนั้น! มาร่วมดื่มด่ำกับช่วงเวลาดี ๆ กันเถอะ!”
“วันนี้ท่านอ๋องของพวกเราเชิญแม่นางฝูเสวี่ยมาร่ายรำให้พวกเราเป็นพิเศษ! พี่น้องทั้งหลาย พวกท่านประสงค์สิ่งใดเชิญบอกมาได้เลย!”
“ขอเชิญแม่นางฝูเสวี่ยมาตรงนี้ด้วย!”
ลั่วชิงยวนเดินเข้ามาในสวนด้วยฝีเท้าอันหนักอึ้ง
ยามที่นางเดินเยื้องกราย ลูกปัดก็ส่งเสียงดังกรุ๊งกริ๊ง จากนั้นเสียงโห่ร้องก็ดังขึ้นทั่วทุกสารทิศ สายตานับไม่ถ้วนจับจ้องมาที่เรือนร่างทุกตารางนิ้วของนาง
ราวกับจับนางเปลื้องอาภรณ์ก็มิปาน
เสียงโห่ร้องและเสียงหัวเราะผสมปนเปกับเสียงผิวปากหยอกเย้า
ลั่วชิงยวนกำหมัดแน่น พลางอดกลั้นต่อความรู้สึกอันน่าอัปยศอดสูชวนคลื่นไส้
เมื่อเสียงดนตรีดังขึ้น นางก็เริ่มร่ายรำ
ทว่ากลับมีเสียงหัวเราะของบุรุษผู้หนึ่งดังขึ้นมาจากโต๊ะสุรา “ไยเจ้ามิเปลื้องอาภรณ์ให้พวกเราดูก่อนเล่า!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...