ลั่วชิงยวนตัวแข็งทื่อ
วาจาต่ำช้าน่ารังเกียจเหล่านั้นทำให้นางรู้สึกโมโหเสียจนมิอาจสะกดกลั้นอีกต่อไปแล้ว
ฟู่เฉินหวนเองก็พลันขมวดคิ้วขึ้นมาทันทีแล้วเอ่ยน้ำเสียงเย็นชาขึ้นมาว่า “ใต้เท้าหลิว”
ฟู่เฉินหวนมีสีหน้าไม่พอใจ เมื่อใต้เท้าหลิวสังเกตเห็นเข้าก็รีบลุกขึ้นตะโกนว่า “นี่ วันนี้แม่นางฝูเสวี่ยมาเป็นแขกผู้ทรงเกียรติของพวกเรา นับเป็นเรื่องหาได้ยากยิ่งที่จะเชิญนางมาร่ายรำให้พวกท่านได้ชมดู อย่าได้ล้อเล่นจนสร้างความอับอายให้แก่แม่นางฝูเสวี่ยอีกเลย!”
จากนั้นเสียงดนตรีก็บรรเลงต่อไป
ลั่วชิงยวนกำหมัดแน่นแล้วมองฟู่เฉินหวนจากระยะไกล สายตาทิ่มแทงของนางทำให้ฟู่เฉินหวนรู้สึกอึดอัดจนต้องยกจอกสุราขึ้นดื่มอึกหนึ่ง
นางสามารถร่ายรำในหอนางโลมได้ แต่ไฉนจึงร่ายรำที่นี่มิได้?
ฟู่เฉินหวนเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันและแววตากลับเย็นชา
ในที่สุดลั่วชิงยวนก็มาถึงขั้นนี้แล้ว ร่างกายของนางจดจำทุกท่วงทำนองและการเคลื่อนไหวได้อย่างแม่นยำ ต่อให้ลิ่นฝูเสวี่ยมิได้อยู่ด้วยนางก็สามารถร่ายรำได้สมบูรณ์แบบ
ทว่าเรื่องนี้ก็ทำให้นางเข้าใจว่าตนมิใช่ลิ่นฝูเสวี่ย ย่อมมิอาจเปี่ยมเสน่ห์เย้ายวนใจดังเช่นอีกฝ่าย
ก่อนที่เสียงดนตรีจะจบสิ้นลง ก็มีคนตะโกนขึ้นมา “ยังไม่ดีพอ เจ้าต้องบิดสะโพกใหมาก จึงจะดูเย้ายวนมากขึ้น”
ผู้ที่กล่าววาจาคือบุรุษที่เพิ่งจะสั่งให้นางเปลื้องอาภรณ์นั่นเอง
ผู้ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ จึงเอ่ยเตือนว่า “แม่ทัพสวี่ อย่าส่งเสียงรบกวนสิ ชมแสดงไปเถิด”
“แม่นางฝูเสวี่ยมิได้มาร่ายรำให้เจ้าดูเพียงผู้เดียวสักหน่อย”
แม่ทัพสวี่เอ่ยด้วยความรู้สึกไม่พอใจขึ้นมาว่า “พี่ใหญ่หลิวเชิญพวกเรามาที่นี่เพื่อให้แม่นางฝูเสวี่ยสร้างความบันเทิง ข้าก็แค่อยากดูคนเขาออกท่าทาง ในเมื่อแม่นางฝูเสวี่ยทำการค้าด้านนี้ นางก็ควรจะทำให้ลูกค้าอย่างพวกเราพึงพอใจถูกหรือไม่?”
หลังจากเขากล่าวจบก็ขยิบตาให้ลั่วชิงยวนพลางกล่าวว่า “นี่ แม่นางฝูเสวี่ย เจ้าหว่านเสน่ห์อีกสักหน่อยสิ”
เขาเอ่ยพลางสาธิตให้ดูด้วยตนเอง
วาจาและการกระทำเหล่านั้นทั้งหยาบโลนและน่าสะอิดสะเอียน
จิตใจของลั่วชิงยวนเปี่ยมไปด้วยโทสะ นางมองอีกฝ่ายด้วยสายตาเย็นชาและจดจำใบหน้านี้เอาไว้แล้ว
มันจะมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นานนักหรอก!
นางมิได้นำพาแล้วร่ายรำต่อไป
หลังจากร่ายรำจบไปสามเพลง แม่ทัพสวี่ก็เอ่ยขึ้นมาอีกครั้งว่า “แม่นางฝูเสวี่ย เจ้าคงจะร่ายรำจนเหนื่อยแล้วกระมัง? ไฉนเจ้าไม่มาดื่มกับพวกเราเสียเล่า?”
เมื่อเขากล่าวจบก็เดินถือจอกสุรามายื่นให้ลั่วชิงยวน
ฟู่เฉินหวน เจ้ายังเป็นคนยู่หรือไม่?
ถึงแม้ว่านางจะร่ายรำในหอนางโลม แต่นางก็เพียงแค่ร่ายรำเท่านั้น มิต้องมาเอาอกเอาใจบุรุษ หรือดื่มเป็นเพื่อนพวกเขา ฟู่เฉินหวนบ้าไปแล้วใช่หรือไม่? เขาคิดจะทำให้นางต้องอัปยศอดสูเช่นนี้ให้ได้จริง ๆ หรือ?!
ทว่าสีหน้าเย็นชาของฟู่เฉินหวนก็รังแต่จะทำให้นางรู้สึกเหน็บหนาวถึงกระดูก
เห็นอยู่ชัด ๆ ว่าลมวสันต์พัดระเรื่อยพร้อมแสงแดดที่พอจะอบอุ่นอยู่บ้าง แต่แสงแดดอบอุ่นที่สาดส่องลงมากลับทำให้นางรู้สึกราวกับร่วงหล่นลงไปในโพรงน้ำแข็ง
ความเหน็บหนาวแล่นไปทั่วทั้งตัว ตั้งแต่ร่างกายจนถึงจิตใจ
"มา รีบมาดื่มเร็วเข้าสิ!" เมื่อได้ยินท่านอ๋องผู้สำเร็จราชการเอ่ยปากเช่นนั้นแล้ว แม่ทัพสวี่ก็พลันรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที
คนอื่น ๆ ต่างก็ร้องตะโกนตาม ๆ กัน "เช่นนั้นก็เริ่มจากข้าก่อน ทีละคนก็แล้วกัน!"
นางรับใช้ยกกาสุรากับจอกสุรามายื่นส่งให้ลั่วชิงยวน
ลั่วชิงยวนกำหมัดจนข้อนิ้วซีดขาว นางสะกดกลั้นโทสะพลางปล่อยวางแล้วยกจอกสุราขึ้น
นางแสร้งดื่มให้ผู้อื่นคนแล้วคนเล่า
แต่นางมิได้ดื่มจริง ๆ เพียงแค่ทำทีราวกับว่ากำลังดื่มอยู่ ทว่านางมิได้แตะต้องสุราในจอกแม้แต่หยดเดียว

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...