ถึงกระนั้นบุรุษพวกนั้นก็รู้สึกตื่นเต้นสุดขีด
อันที่จริงผู้ที่มาในวันนี้ต่างคละเคล้ากันไป บางคนก็สุภาพอ่อนน้อมและบางคนก็คิดจะเข้าใกล้นาง
ทว่าหามีผู้ใดเป็นดังเช่นแม่ทัพสวี่
กระทั่งถึงทีของแม่ทัพสวี่ เขาก็ยกจอกสุราพลางรีบลุกขึ้นแล้วคว้าข้อมือของลั่วชิงยวน “แม่นางฝูเสวี่ย มาแลกกันดื่มเถอะ”
“ปล่อยข้านะ!” น้ำเสียงของลั่วชิงยวนกรุ่นโกรธขึ้นมาบ้างแล้ว
แต่แม่ทัพสวี่กลับจับข้อมือของนางเอาไว้แน่นมิยอมปล่อย
“แม่นางฝูเสวี่ย ในเมื่อเจ้าอยู่ที่นี่แล้ว ดื่มสักจอกก็คงไม่เสียหายหรอกกระมัง” แม่ทัพสวี่ยิ้มเยาะฉายแววสัปดน
ลั่วชิงยวนอดรนทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว นางกระแทกจอกสุราลงบนโต๊ะพลางรีบชักมีดสั้นออกมาจากแขนเสื้อ จากนั้นก็วาดผ่านอย่างว่องไว
ถึงแม่ทัพสวี่จะตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว แต่มีดสั้นคมกริบก็ยังถากเข้าตรงลำคอจนทิ้งรอยเลือดเอาไว้
แม่ทัพสวี่หวาดกลัวเสียสีหน้าซีดขาวจวนจะล้มลงไปอยู่แล้ว หลังจากมีคนคอยประคองเอาไว้ เขาก็โมโหจนตัวสั่นพลางกล่าวว่า “เจ้า! เจ้ากล้าดีอย่างไรมาสังหารคน?!”
“ใครก็ได้ จับตัวนางมาให้ข้า”
ลั่วชิงยวนกำมีดสั้นเอาไว้แน่น จากนั้นนางก็ข่มกลั้นโทสะแล้วหันไปมองท่านอ๋องผู้สำเร็จราชการที่อยู่ห่างออกไป
“ท่านอ๋อง ทุกคนต่างมีขีดความอดทน”
“ยามที่จนตรอกกระต่ายก็กัดคนได้ ถ้าหากท่านอ๋องยืนกรานที่จะบีบบังคับกันให้ได้ พวกเราก็ตายไปด้วยกันเถอะ!”
วาจาของนางเฉียบขาดยิ่ง กระทั่งสัมผัสได้ถึงโทสะและความเด็ดเดี่ยวที่แฝงอยู่ในน้ำเสียงของนาง
นางสามารถทำได้อย่างที่พูดจริง ๆ
มือของฟู่เฉินหวนกำที่พักแขนเก้าอี้ไว้แน่น ภายใต้สายตาเย็นชาและสงบนิ่งมีสระน้ำเย็นเยียบแห่งหนึ่งซ่อนอยู่
ฟู่เฉินหวนมองหลิวหม่านพลางกล่าวว่า “ใต้เท้าหลิว พอได้แล้วกระมัง”
“หากเกิดเรื่องขึ้นมา อาจจะพาลให้ทุกคนลำบากไปด้วย”
วาจาเย็นชาแฝงไปด้วยแววตักเตือน
หลิวหม่านได้แต่ข่มกลั้นโทสะพลางลุกขึ้นพลางปลุกปลอบว่า “อย่างไรเสีย แม่นางฝูเสวี่ยก็ต่างไปจากแม่นางทั่ว ๆ ไปในหอนางโลม หากท่านต้องการสตรีมาอยู่เป็นเพื่อน ข้าก็จักเตรียมการแสดงอย่างอื่นให้ท่านเอง”
“แม่นางฝูเสวี่ยก็คงจะเหนื่อยแล้ว ให้นางไปพักผ่อนที่ห้องปีกสักครู่เถอะ จากนั้นค่อยมาร่ายรำอีกสักสองสามเพลง! ข้ายังมิเคยชมการร่ายรำเทพเหมันต์อันเลื่องชื่อเลย!"
ดังนั้นนางรับใช้ทั้งสองคนจึงเดินเข้ามาเชิญลั่วชิงยวนออกไปจากงานเลี้ยง
แม่ทัพสวี่ยังมีโทสะและรู้สึกไม่พอใจ “เจ้ามันก็แค่หญิงคณิกาที่ร่ายรำเก่งสักหน่อยก็เท่านั้นแหละ ยังมีหน้ามาทำทีราวกับบริสุทธิ์ไร้เดียงสาเสียเต็มประดาอีก”
เมื่อนางเปิดฝาครอบออก นางรับใช้ก็ร้องอุทานว่า “แม่นาง ระวังลวกมือเจ้าค่ะ”
ลั่วชิงยวนเจตนาทำเตากำยานหลุดมือจนร่วงตกสู่พื้น
“อ๊ะ”
ขี้เถ้าจากเตากำยานกระจายไปทั่วพื้น
นางรับใช้รีบเดินเข้ามาพลางกล่าวว่า “แม่นาง อย่าได้ไปแตะต้องนะเจ้าคะ ประเดี๋ยวบ่าวเก็บกวาดเองเจ้าค่ะ”
ไม่นานนางรับใช้ก็ยกเตากำยานออกไปแล้วทำความสะอาดพื้น
ลั่วชิงยวนเดินเพ่นพ่านไปทั่วห้อง จากนั้นก็เคาะข้าวของหลายสิ่งหลายอย่าง ชวนให้นางรับใช้เหงื่อกาฬพรั่งพรู
หลังจากเก็บกวาดเสร็จแล้ว อีกฝ่ายก็รีบออกจากห้องโดยมิได้ยกสิ่งใดเข้ามาในห้องอีก
ลั่วชิงยวนตรวจสอบจนแน่ใจว่าไม่มีกลิ่นอื่นใดอยู่ในห้อง ก่อนจะคลายการระวังป้องกันแล้วนั่งลง
ทว่าหลังจากนั้นไม่นาน นางก็ได้ยินเสียงสบถด้วยความเกรี้ยวกราดดังขึ้นทางด้านนอก…
“ไฉนเจ้ามิยอมให้ข้าพบนังจิ้งจอกน้อยผู้นี้? ข้าเป็นถึงฮูหยินใหญ่แห่งตระกูลหลิวเชียวนะ ยังมีผู้ใดที่ข้าพบมิได้บ้าง? วันนี้ข้าจักต้องกรีดหน้าของนังจิ้งจอกน้อยผู้นี้ให้จงได้!"

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...