ลั่วชิงยวนรู้สึกตื่นตกใจอยู่บ้าง
ฮูหยินของใต้เท้าหลิว
ก่อนหน้านี้นางเคยได้ยินซิ่งอวี่เล่าให้ฟังว่าฮูหยินของใต้เท้าหลิวเป็นคนเข้มงวดยิ่งนัก เขาจึงมิกล้าไปที่หอนางโลมอย่างโจ่งแจ้ง เขามักจะสั่งให้ผู้ใดสักคนส่งตัวแม่นางมาที่จวนอยู่เสมอ
วันนี้ใต้เท้าหลิวจัดงานเลี้ยงใหญ่ขึ้นในจวนและเชิญฝูเสวี่ยมาร่ายรำเป็นพิเศษ ฮูหยินผู้นี้น่าจะมาคิดบัญชีกับนางเป็นแน่
ชั่วครู่ต่อมา ประตูก็โดนถีบให้เปิดออก
ฮูหยินหลิวบุกเข้ามาในห้องด้วยท่าทีคุกคาม สายตาของอีกฝ่ายที่คมกริบราวกับมีดจับจ้องมาที่นาง “เจ้าคือนังจิ้งจอกน้อยจากหอฝูเสวี่ยใช่หรือไม่?!”
ฮูหยินหลิวมีโหนกแก้มสูง ใบหน้าเรียวเล็ก และสายตามุ่งร้ายอันเด่นชัดก็แฝงไปด้วยแววอำมหิต อีกฝ่ายมิใช่ผู้ที่จะรับมือได้ง่าย ๆ เลย
ฮูหยินหลิวก้าวเดินเข้ามาคว้าไหล่ของลั่วชิงยวน อีกฝ่ายพยายามออกแรงกระชากหน้ากากบนใบหน้าของนาง เพราะหมายจะกรีดหน้านางโดยแท้จริง
“นางสารเลว! เจ้าหารู้ไม่ว่าจวนตระกูลหลิวของข้าเป็นสถานที่ใด กล้าดีอย่างไรถึงได้เข้ามาที่นี่?”
ลั่วชิงยวนคว้าข้อมือของฮูหยินหลิวเอาไว้แน่น ทำให้ฮูหยินหลิวเจ็บเสียจนต้องร้องออกมา
“หยุดนะนางสารเลว! ปล่อยข้าสิ!” ฮูหยินหลิวตะคอกใส่ด้วยท่าทีเดือดดาล
แต่ลั่วชิงยวนมิยอมปล่อยมือพลางเอ่ยน้ำเสียงเย็นชาว่า “ฮูหยินหลิว ท่านคิดว่าจวนตระกูลหลิวของตนเองเป็นสถานที่วิเศษวิโสอันใดกัน? ไยข้าจักต้องแล่นมาถึงที่นี่ด้วยเล่า?”
“หากมิใช่เพราะท่านอ๋องผู้สำเร็จราชการแล้วล่ะก็ ข้าคงมิมาที่จวนตระกูลหลิวแน่”
“ข้ามิได้สนใจในตัวใต้เท้าหลิวของท่านแม้แต่น้อย ข้ามิได้ต้องการตัวเขาหรือเงินทองของเขาเลย”
“หากฮูหยินหลิวขับไล่ข้าออกไปจากจวนตระกูลหลิวเสียตั้งแต่ตอนนี้ ข้าจักซาบซึ้งในบุญคุณของฮูหยินหลิวยิ่งนัก”
บัดนี้ลั่วชิงยวนเพียงแค่อยากจะออกไปจากจวนตระกูลหลิว เพราะมิต้องการทนรับความอัปยศอดสูพวกนั้นอีก
หากนางถูกขับไล่ออกไปจากจวนตระกูลหลิว เรื่องที่นางตกลงกับฟู่เฉินหวนก็จะถือว่าสัมฤทธิผล นับแต่บัดนี้เป็นต้นไปมิว่านางจะทำสิ่งใด เขาจะมิสอดมือเข้ามายุ่งอีกต่อไป!
หลังจากฮูหยินหลิวได้ยินเช่นนี้ อีกฝ่ายก็มองนางด้วยท่าทีตกตะลึง “จริงรึ?”
“จริงแท้แน่นอน!”
“ได้ ข้าจักส่งเจ้าออกไปเอง!” ฮูหยินหลิวเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา
จากนั้นลั่วชิงยวนก็ตามฮูหยินหลิวออกจากห้อง ทว่าแทนที่จะมุ่งหน้าไปที่ประตูใหญ่ พวกนางกลับเดินมาท้ายเรือน
ยามที่เดินผ่านประตูใหญ่อาจจะต้องผ่านสวนไป ดังนั้นจึงเกรงว่าอาจจะถูกคนที่อยู่ในสวนพบเจอเข้าก็เป็นได้
ฮูหยินหลิวคุกเข่าลงกับพื้นแล้วขอร้องอย่างเอาเป็นเอาตาย “ข้าทำเรื่องที่ท่านสั่งแล้ว ท่านปล่อยเขาไปได้หรือไม่?”
บุรุษที่อยู่เบื้องหลังแสงสว่างเอ่ยเสียงแผ่วเบาขึ้นมาว่า “แน่นอนว่าข้าย่อมต้องปล่อยเขาไปอยู่แล้ว ข้าเองก็รู้สึกซาบซึ้งใจที่ฮูหยินหลิวให้ความช่วยเหลือเช่นกัน"
เขาค้อมกายลงจนฮูหยินหลิวต้องช่วยประคองให้เขาลุกขึ้น
ลั่วชิงยวนรู้สึกจิตใจสั่นสะท้าน
พวกเขาร่วมมือกัน!
ฮูหยินหลิวกับใต้เท้าหลิวเป็นพวกเดียวกัน!
“ได้ ขอเพียงท่านปล่อยเขาไป นับแต่บัดนี้เป็นต้นไปข้าจักเชื่อฟังท่าน” ฮูหยินหลิวหยุดร้องไห้แล้ว
“เช่นนั้นฮูหยินช่วยออกไปแจ้งกับแขกเหรื่อแทนข้าที จากนั้นก็บอกท่านอ๋องผู้สำเร็จราชการว่าเจ้าขับไล่แม่นางฝูเสวี่ยไปแล้ว”
เมื่อเสียงของใต้เท้าหลิวดังขึ้นมา
สิ่งนี้ทำให้ลั่วชิงยวนพลันหนังศีรษะชาหนึบขึ้นมาทันที

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...