"ท่านอ๋อง เรื่องนี้..." ซูโหยวไม่คาดคิดว่าจะเกิดเรื่องเช่นนั้นขึ้นในตำหนัก
"ตรวจสอบให้ถี่ถ้วนและอย่าให้เรื่องแพร่งพรายออกไปได้"
"พ่ะย่ะค่ะ"
ในยามบ่าย ลั่วชิงยวนตื่นขึ้นมาด้วยอาการมึนงง นางเจ็บแผ่นหลังมากเสียจนอยากจะหันหน้าไปดูว่าอาการบาดเจ็บเป็นอย่างไรบ้าง แต่นางกลับไม่สามารถเอี้ยวตัวได้เลย
"พระชายา อย่าขยับตัวเจ้าค่ะ พอดีบ่าวเพิ่งจะใส่ยาให้ ตอนนี้คงจะไม่เจ็บมากแล้วกระมัง?" จือเฉาเดินเข้ามาพร้อมน้ำสะอาดอ่างหนึ่งพลางใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดใบหน้าและมือของนาง
ลั่วชิงยวนส่ายหน้า "ไม่เจ็บมากหรอก เพียงแต่หิวอยู่บ้างก็เท่านั้นเอง"
ทันทีที่พูดจบ แม่นมเติ้งก็ยกอาหารที่เป็นแค่โจ๊กกับหมั่นโถวเข้ามาในห้อง
"เสวยแค่นี้หรือเจ้าคะ? หรือว่า..." จือเฉาขมวดคิ้ว ในเมื่อพระชายาบาดเจ็บก็ควรจะกินของบำรุงดี ๆ สักหน่อย
แม่นมเติ้งสีหน้าอับจนหนทาง "พระชายา เสวยอะไรรองท้องก่อนเถิดเจ้าค่ะ คนที่อยู่ก้นครัวเป็นคนของแม่บ้านเมิ่ง พวกนางไม่เหลืออาหารไว้เลย แต่เกรงว่าถ้าจะต้องทำอาหารตอนนี้ พระชายาจะหิว ฉะนั้นบ่าวจึงได้ยกอาหารมาก่อนเจ้าค่ะ"
"ยกมาเถอะ" ลั่วชิงยวนหยัดตัวขึ้น
นั่นคืออาหารอันแสนน้อยนิดที่แม่นมเติ้งสู้อุตส่าห์หามาได้ ถ้าเปลี่ยนเป็นจือเฉา เกรงว่านางจะถูกรังแกอีกครั้ง และพวกนั้นจะไม่ยอมให้อะไรนางกินเลย
นางพยายามพยุงร่างกายท่อนบนของตนเอง จากนั้นค่อยกินหมั่นโถวรองท้อง
ในตอนนี้เอง เซียวชูก็เดินมาที่ประตู "พระชายา นี่คือโอสถรักษาแผลขอรับ"
การปรากฏตัวของเซียวชูทำให้ทุกคนตกตะลึงอยู่บ้าง การที่เขานำโอสถมามอบให้ย่อมเป็นคำสั่งของท่านอ๋อง แต่อีกฝ่ายเพิ่งจะสั่งโบยพระชายา ไฉนจึงนำโอสถมามอบให้อีกเล่า?
เมื่อลั่วชิงยวนเห็นเข้าก็โกรธจัด นางหยิบหมั่นโถวขึ้นมาแล้วขว้างออกไปอย่างแรง "ลิดรอนอาหารของพวกเราไปแล้ว โอสถรักษาแผลยังจะมีประโยชน์อยู่อีกรึ? ถ้าพวกเจ้าอยากให้ข้าอดตายก็บอกมาตรง ๆ เลิกเสแสร้งทำตัวเป็นคนดีเสียทีเถอะ!"
เซียวชูตกตะลึงพลางมองดูหมั่นโถวที่ทั้งแห้งและแข็งที่ถูกขว้างออกมาตรงหน้าตนเอง เขาถึงกับขมวดคิ้วแน่นขึ้นเรื่อย ๆ
เขาก้มตัวลงและวางโอสถรักษาแผลเอาไว้ตรงประตู จากนั้นก็หันหลังเดินออกไปทันที
"พระชายาเจ้าคะ ต่อว่าท่านอ๋องเช่นนี้ออกจะไม่เป็นการดีหรือไม่เจ้าคะ?" จือเฉารู้สึกตื่นตกใจ อีกฝ่ายเป็นถึงอ๋องเชียวนะ พระชายาใจกล้าเกินไปแล้ว
ลั่วชิงยวนกินหมั่นโถวไปสองสามลูกจนเกือบอิ่มท้อง ผู้ใดจะรู้ว่าตอนนี้จะมีกลิ่นหอมโชยมาจากข้างนอก จากนั้นก็เห็นนางรับใช้ยกอาหารเข้ามาวางลงบนโต๊ะจานแล้วจานเล่า
หลังจากพวกนางส่งอาหารแล้ว พวกนางก็จากไปโดยไม่เหลียวหลัง
จือเฉารู้สึกประหลาดใจยิ่งนัก "ดูเหมือนว่าพระชายาจะต่อว่าได้ดีจริง ๆ เจ้าค่ะ ท่านอ๋องถึงได้ทรงรีบรับสั่งให้คนพวกนั้นทำอาหารแล้วส่งมาให้!"
จือเฉาก้าวเข้าไปดู จากนั้นก็รีบตักน้ำแกงปลาถ้วยหนึ่งให้แก่ลั่วชิงยวน
"ข้ากินอิ่มแล้ว ยังจะกินลงที่ไหนกันเล่า" ลั่วชิงยวนไม่มอง มิหนำซ้ำยังไม่คิดจะแตะต้องเสียด้วยซ้ำไป
รอยยิ้มบนใบหน้าของจือเฉาพลันแข็งค้างแล้วค่อย ๆ หายวับไป จากนั้นก็มองมาที่แม่นมเติ้งด้วยความเสียดายน้ำแกงปลา
แม่นมเติ้งเองก็ดูจะอับจนหนทาง ดังนั้นนางจึงสั่งให้จือเฉาวางลงแล้วปลอบโยนลั่วชิงยวนพลางกล่าวว่า "ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ พระชายา ถึงตอนนี้ยังไม่หิว ก็รอจนกว่าจะหิวแล้วค่อยนำไปอุ่นก็ทานได้แล้วเจ้าค่ะ"
ทันใดนั้นก็มีเสียงกรีดร้องดังขึ้นมาจากนอกเรือน "โอ้สวรรค์ มีคนถูกฆ่า!"

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...