หัวใจของฟู่เฉินหวนเต้นรัวเมื่อเขาได้ยินสิ่งนี้ เขามองฟู่จิ่งหลีด้วยสายตาจริงจังทันที
ก่อนจะเอ่ยอย่างจริงจัง “ภรรยาสหายมิอาจยุ่ง!”
หลังจากพูดอย่างนั้นเขาก็หันหลังกลับและเดินจากไป
เมื่อได้ยินสิ่งนี้ ฟู่จิ่งหลีก็ตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง “อะไรกัน? ท่านอยากตบแต่งกับนางในฐานะชายาจริง ๆ หรือ พวกตาแก่ในที่ว่าการพวกนั้นพูดอะไรอีก?”
……
ฝูเสวี่ยเปิดโรงทานและร่วมมือกับโรงหมอแห่งใหญ่หลายสิบแห่งในเมืองหลวง เพื่อจัดให้มีการรักษาเป็นเวลาเจ็ดวัน โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายสำหรับการรักษาพยาบาลและค่ายา
ข่าวนี้ยังสร้างความฮือฮาในที่ว่าการด้วย
ไม่มีผู้ใดกล้าพูดถึงทรัพย์สินเหล่านั้นอีก
เนื่องจากเงินถูกใช้ไปหมดแล้ว และใช้ไปในลักษณะที่เที่ยงตรงยุติธรรม สมควรได้รับการยกย่อง!
หากฝูเสวี่ยมีเจตนาแอบแฝง สิ่งที่แขวนอยู่คือชื่อของอ๋องผู้สำเร็จราชการและองค์ชายเจ็ด หากเกิดอะไรขึ้น จะมีผลกระทบต่ออ๋องผู้สำเร็จราชการและองค์ชายเจ็ด
ฝูเสวี่ยจะมิได้รับผลประโยชน์ใดเลย ทางการก็มิอาจหาเหตุผลใด ๆ มากล่าวหานางได้
แต่นางไม่ได้ประโยชน์อะไรเลยจริง ๆ หรือ? นั่นมิเป็นความจริงเช่นกัน
อย่างน้อยชื่อเสียงของหอฝูเสวี่ย ก็เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น
จากนี้ไป ผู้คนจะมองว่าหอฝูเสวี่ยเป็นมากกว่าหอนางโลม
หอฝูเสวี่ยปิดให้บริการมาครึ่งเดือนแล้ว
เมื่อเห็นผู้คนมาถามอยู่ตลอดเวลาว่าจะเปิดกิจการอีกครั้งเมื่อใด ลั่วชิงยวนจึงตัดสินใจเปิดกิจการอีกครั้ง
แต่โรงทานหน้าประตูยังคงอยู่ มิได้นำโรงทานออกไปแต่อย่างใด
นางยังหาลูกมือมาช่วยอีกหลายคน
นางต้องการทำสิ่งเหล่านี้ให้นานไปอีกหน่อย เพราะเงินที่ได้จากเครื่องประดับทองเหล่านั้นจะไม่หมดไปอีกสักระยะหนึ่ง
นางจะไม่เก็บเงินไว้เองสักตำลึง และไม่ยอมให้ผู้ใดเข้ามาฉกฉวยประโยชน์จากตรงนี้ด้วย
กิจการของหอฝูเสวี่ย เริ่มดีขึ้นเรื่อย ๆ ในทุก ๆ วัน
แม่เล้าเฉินนับเงินจนมุมปากเป็นตะคริวอยู่ทุกคืน
จากนั้นนางก็ส่งเงินให้ลั่วชิงยวนอย่างมีความสุข
“แม่นาง ท่านน่าทึ่งจริง ๆ! ข้าบริหารหอหลิงชุนมาเกือบทั้งชีวิต ข้ามิเคยเห็นกิจการเจริญรุ่งเรืองมากเช่นนี้มาก่อน!”
“หากข้าได้เห็นมันสักครั้งในชีวิต ข้าคงตายอย่างสงบ!”
ก่อนหน้านี้นี้นางยุ่งมากเกินไป และเจ้าของหอฝูเสวี่ยคนปัจจุบันคือฝูเสวี่ย ดังนั้นนางจึงไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจ
ไม่คาดคิดว่าฝูเสวี่ยจะพูดเรื่องนี้กับนางในวันนี้ ดังนั้นนางจึงสามารถเดินหน้าต่อไปได้!
…..
ลั่วชิงยวนรออีกสองวัน
ในที่สุดคนที่นางรอคอยก็มาถึง
ทันทีที่ฝูจ้าวเข้ามาในหอฝูเสวี่ยก็มีคนมารายงานกับลั่วชิงยวนทันที
“ในที่สุดก็มาเสียที”
นางลุกขึ้นแล้วเดินไปตามทางเดิน สำรวจบุรุษในอาภรณ์หรู
เขาแต่งตัวเฉกเช่นมนุษย์ปถุชนคนทั่วไป กอปรด้วยรูปลักษณ์ที่สง่างาม ทำให้สตรีรอบกายมิอาจเข้าถึงเขาได้ง่าย
แต่ลั่วชิงยวนกลับมองเห็นดวงตาของเขาจ้องมองใบหน้าของสตรีหลายต่อหลายคนได้อย่างชัดเจน
ลั่วชิงยวนยิ้มอย่างเย็นชา ที่เขาไม่ยอมใกล้ชิดสตรีเช่นนี้ อาจเป็นเพราะเขามิได้ชอบพวกนาง
“คุณชายท่านนี้ค่อนข้างรูปงาม เป็นไปได้หรือไม่ที่เซียนน้อยผู้นี้จักหลงรักข้า?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...