“หากเช่นนั้น ข้าจักไปหาลี่เซียงแล้วถามให้ชัดเจน!”
ดวงตาของลั่วชิงยวนเย็นชาเล็กน้อย นางเอ่ยอย่างแผ่วเบา “หาอย่าได้กังวลไป หากนางอับจนหนทางจริง แค่รอให้นางมาหาข้าก็เท่านั้น”
วันรุ่งขึ้นก็มีคนส่งจดหมายลับมา
ไม่รู้ว่าผู้ใดส่งมา แต่มันถูกเขียนไว้ว่า ‘แม่นางฝูเสวี่ย’
ลั่วชิงยวนเปิดจดหมาย
ข้อความบอกว่า: เจ้าอยากรู้หรือไม่ว่าในตอนนั้นเกิดอะไรขึ้นที่หอสมุทรมรกต คืนนี้ เจอกันที่หอร่ำเมลัย เวลาสามทุ่มครึ่ง
ลั่วชิงยวนเลิกคิ้ว คืนนี้อย่างนั้นหรือ?
นางไม่ได้พาลิ่นฝูเสวี่ยไปด้วย เพราะกลัวว่านางจะควบคุมอารมณ์ของตนเองไม่ได้
และแผนการของนางจะทลายลง
เช่นนั้นนางจึงไปที่หอร่ำเมลัย เพียงลำพัง
นางรับใช้พานางเข้าไปในห้อง ท่านอาฉินกำลังนั่งรออยู่ก่อนแล้ว
“หลังจากรอคอยมานาน ในที่สุดเจ้าก็มาถึงเสียที” ท่านอาฉินพูดพร้อมกับรินสุราสองจอก นางยกสุราจอกหนึ่งดื่มทันที
ลั่วชิงยวนก้าวไปข้างหน้า นางนั่งลงแล้วพูดอย่างเย็นชา “อย่ามาเล่นลิ้น บอกความจริงกับข้ามา”
ท่านอาฉินเหลือบมองจองสุราตรงหน้านาง “เจ้ามิอยากดื่มรึ?”
“ท้ายที่สุดแล้ว วันนี้ข้ามิได้มาที่นี่เพื่อทะเลาะหรือต่อสู้กับเจ้า”
ลั่วชิงยวนเหลือบมองจองสุราเบา ๆ และยิ้มอย่างเย็นชา “ข้ามิได้มาที่นี่เพื่อร่ำสุรา”
“บอกข้ามาว่า เงื่อนไขในการเปิดเผยทุกอย่างที่เจ้ารู้เกี่ยวกับหอสมุทรมรกตแก่ข้าคือสิ่งใด?”
เนื่องจากท่านอาฉินเข้าหานางเพราะเรื่องนี้ เช่นนั้นลั่วชิงยวนจึงต้องเจรจาเงื่อนไขกับนาง
ท่านอาฉินรินสุราแล้วดื่มอีกจอก ก่อนจะยิ้มแล้วพูดขึ้นว่า “แม่นางฝูเสวี่ยฉลาดจริง ๆ”
“เงื่อนไขก็มิยากเลย เอาคนของข้าคืนมา! แล้วข้าจะบอกความลับทั้งหมดให้ฟัง จากนี้ไปเราทั้งสองน้ำบ่อไม่ยุ่งน้ำคลอง รวมทั้งเรื่องของหอเจาเซียงและหอฝูเสวี่ยด้วย”
ลั่วชิงยวนเหลือบมองนางด้วยความประหลาดใจ “แค่นั้นรึ?”
“ดูเหมือนว่าการตายของผู้คนมากมายในหอสมุทรมรกตมิเกี่ยวข้องกับเจ้า มิเช่นนั้น เจ้าจักกล้าบอกข้าให้ต่างคนต่างอยู่ได้อย่างไร”
ทันใดนั้นท่านอาฉินก็กำมือของนางไว้ และจ้องมองนางแววตาเฉียบคม ราวกับว่านางต้องการเห็นรูปลักษณ์ที่แท้จริงภายใต้หน้ากากของลั่วชิงยวน
นางขมวดคิ้ว “เจ้าต้องการแก้แค้นให้หอสมุทรมรกตหรือไม่ เจ้าเกี่ยวข้องกับลิ่นฝูเสวี่ยจริง ๆ รึ?”
“รถม้าคันแล้วคันเล่าร่วงลงไป”
เมื่อได้ยินสิ่งนี้ ลั่วชิงยวนก็ขมวดคิ้ว นางตระหนักได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ
นางขัดจังหวะขึ้น “ไม่! หากรถม้าคันแรกร่วงลงไปแล้ว แล้วรถม้าคันหลังร่วงลงไปได้อย่างไร?”
“พวกเขาลงจากรถม้ามิได้รึ? เพียงแค่รอความตายบนรถม้าอย่างนั้นรึ?”
ด้วยรอยยิ้มบนริมฝีปากของนาง ท่านอาฉินเดินไปด้านข้างแล้วหยิบกระถางธูปขึ้นมา จากนั้นจึงค่อย ๆเดินไปที่ด้านข้างของลั่วชิงยวน
“นั่นเป็นเพราะรถม้าทุกคันในวันนั้นมีกระถางธูปเช่นนี้”
“เมื่อพวกเขาไปถึงขอบหน้าผา ขบวนรถทุกคันก็ไร้สติกันหมดแล้ว”
ขณะที่นางพูดอย่างนั้น ท่านอาฉินได้สูดกลิ่นมันและเอ่ยอย่างประหลาดใจ “กลิ่นในรถม้าในวันนั้นเหมือนกันกับสิ่งนี้ทุกประการ!”
“แม่นางฝูเสวี่ย เจ้าอยากดมกลิ่นดูหรือไม่เล่า?”
ท่านอาฉินยิ้มและยื่นกระถางธูปให้ลั่วชิงยวน
“เจ้า!” ดวงตาของลั่วชิงยวนเบลอ นางบีบฝ่ามืออย่างแรง แต่ยังควบคุมอาการวิงเวียนศีรษะของนางมิได้

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...