ท่านอาฉินยิ้มอย่างมีแต้มต่อ ทันใดนั้นก็คว้าคอของนางแล้วกดนางลงบนโต๊ะอย่างแน่นหนา
“เจ้าคิดว่าตัวเองมีอำนาจมากแค่ไหนกันเชียว? เพียงเพราะองค์ชายเจ็ดและอ๋องผู้สำเร็จราชการช่วยเจ้าเอาไว้ ไม่เช่นนั้น เจ้าจักยังนั่งอยู่ตรงหน้าข้าอย่างมีชีวิตเช่นตอนนี้ได้อย่างไร?!”
ลั่วชิงยวนขัดชืนอย่างอ่อนแอ กำลังเพียงหยิบมือนั้นก็มิได้เป็นภัยคุกคามต่อท่านอาฉินเลย
“เมื่อรู้ว่ามีทั้งองค์ชายเจ็ดและอ๋องผู้สำเร็จราชการ เจ้ายังกล้าวางยาข้าอีกรึ?” ลั่วชิงยวนกัดฟันดิ้นรน
ท่านอาฉินยิ้มอย่างเย็นชา “ยามฟ้าสางพรุ่งนี้ จะไม่มี ‘ฝูเสวี่ย’ ในใต้หล้านี้อีกต่อไป”
“ข้ามิสนใจว่าเจ้าเป็นใผู้ใด กับลิ่นฝูเสวี่ย ข้ายังสามารถทำให้นางตายไปอย่างเงียบ ๆ ได้ กับเจ้า ข้าก็จะทำให้หายไปอย่างเงียบ ๆ เช่นกัน!”
“พอเจ้าตาย สายลับที่ข้าส่งไปยังหอฝูเสวี่ยจะพบสมุดบัญชีและโฉนดที่ดินของเจ้าด้วย จากนั้นเราจะเก็บกระเป๋าไปยังหอฝูเสวี่ยทันที”
“ขอบคุณที่ดำเนินกิจการและมอบมันใหัข้า!”
ท่านอาฉินกล่าวและดึงกริชออกมาทันที
ดวงตาของลั่วชิงยวนเปลี่ยนเป็นเย็นชา นางกัดฟันและกระทืบเท้าเหยียบลงบนหลังเท้าของท่านอาฉินอย่างแรง ทำให้นางกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด
ลั่วชิงยวนใช้โอกาสนี้ผลักนางออกไปและตะเกียกตะกายออกจากห้อง
ท่านอาฉินใบหน้าบอกบุญไม่รับ “เจ้าคิดว่าเจ้ามีปัญญาหนีได้งั้นรึ?”
“ใครก็ได้เข้ามา!“ ท่านอาฉินตะโกนทันที
ทันใดนั้นก็มีเสียงฝีเท้ามากมายบนบันได
ทันทีที่ลั่วชิงยวนวิ่งไปที่บันได นางก็อดมิได้ที่จะประหลาดใจ ปรากฏว่าหอร่ำเมลัยก็เป็นของท่านอาฉินเช่นกัน
นางรีบเข้าไปในห้องด้วยความตื่นตระหนกและปิดประตูลง
ท่านอาฉินค่อย ๆ ออกไปนอกประตู
“ช่างน่าทึ่งจริง ๆ ที่เจ้ายังสามารถอดทนมาได้จนถึงตอนนี้ หลังจากถูกฤทธิ์ยาเข้าแล้ว”
“แต่กำลังในกายของเจ้าก็คงสลายไปหมดแล้ว หากเจ้าเชื่อฟังข้า ข้าจักให้เจ้าตายอย่างมิทรมาน”
เสียงที่เย็นชานั้นมีเจตนาสังหารเล็กน้อย
ลั่วชิงยวนเปิดหน้าต่างแล้วมองดู ก่อนจะเห็นลานเล็ก ๆ อยู่ด้านนอกหน้าต่าง
หันหน้าไปทางประตูหลัง
นี่คือชั้นสอง แต่กลับมีเชือกมากมายห้อยอยู่บนผนัง และมีเสาไม้ไผ่ตั้งไว้สำหรับตากผ้า
ที่ประตู คนเหล่านั้นเริ่มทุบประตูกันแล้ว
ลั่วชิงยวนดึงเชือกออกแล้วกระโดดลงไปทันที
เมื่อนางร่วงลงไป อาภรณ์ที่แขวนอยู่ก็พันร่างนางไว้ ลั่วชิงยวนมิได้รับบาดเจ็บ นางเดินโซเซลุกขึ้นจากพื้น ตะเกียกตะกายและวิ่งไปที่ประตูหลัง
ลั่วชิงยวนเหงื่อออกมากและรู้สึกเวียนศีรษะ แต่นางก็ยังคงพยายามอย่างเต็มที่ที่จะมองหน้าคนตรงหน้าให้ชัดเจน
“คุณชายฝู...”
ฝูจ้าวขมวดคิ้ว "แม่นางฝูเสวี่ยเมื่อกี้เป็นผู้ใดกัน? แม่นางมิได้รับบาดเจ็บใช่หรือไม่? อาการดูไม่ดีเท่าไหร่"
“ข้าพาเจ้ากลับไปจวนและตามหมอมาให้ดีหรือไม่?”
ลั่วชิงยวนจับแขนของเขาอย่างกระตือรือร้น “ไม่! ข้าอยากกลับไปที่หอฝูเสวี่ย ส่งข้ากลับไปที่หอฝูเสวี่ย!”
ฝูจ้าวพยักหน้า "ตกลง!”
ฝูจ้าวบังคับรถม้าของเขาไปที่หอฝูเสวี่ยทันที
รถม้ามาถึงที่ประตูด้านหลังของหอฝูเสวี่ยและลั่วชิงยวนก็ได้รับการช่วยเหลือออกจากรถม้า
“คุณชายฝู โปรดเงียบไว้และอย่ารบกวนผู้ใดเลย ข้าขอโทษที่รบกวนท่าน คุณชายฝู”
ฝูจ้าวพยักหน้าและช่วยพยุงนางขึ้นไปชั้นบน
จนมาถึงประตูห้องอย่างเงียบ ๆ
ลั่วชิงยวนมองไปรอบ ๆ และตรวจดูให้แน่ใจว่าไม่มีผู้ใดอื่นแล้ว ก่อนที่นางจะเปิดประตูและเข้าไปทันที
ฝูจ้าวเดินตามนางเข้าไปในห้องแล้วปิดประตู

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...