“เงินรึ? ข้ามีเยอะแล้ว”
“หากพวกเจ้าอยากให้ข้าไว้ชีวิต หาใช่เพียงแค่เงินไม่ มอบสัญญาขายตัวของพวกเจ้าเพื่อแสดงความจริงใจเป็นอย่างไรเล่า?”
เมื่อทุกคนได้ยินเช่นนี้ก็ตกตะลึงแล้วมองหน้ากัน
ฝูเสวี่ยรู้ว่าพวกนางมีสัญญาขายตัวของตนได้อย่างไรกัน?
หลังจากลังเลอยู่สักพัก พวกนางต่างก็หยิบสัญญาขายตัวของตนออกมาจากแขนเสื้อแล้วยื่นให้
ซิ่งอวี่ก้าวเข้ามารับสัญญาขายตัวเอาไว้
ฟู่จิ่งหลีที่อยู่บนชั้นสองพิงราวบันไดพร้อมด้วยท่าทีสงสัยเป็นอันมากแล้วถามว่า “สัญญาขายตัวพวกนี้มิน่าเป็นของหอเจาเซียงกระมัง?”
แม่เล้าเฉินครุ่นคิดอยู่สักครู่พลางกล่าวว่า “หม่อมฉันทุ่มเงินมหาศาลเพื่อล่อแม่นางพวกนี้ออกมา ยามนั้นพวกนางคงได้สัญญาขายตัวมาและเป็นอิสระแล้วเพคะ”
“แต่หม่อมฉันคิดว่าแม่นางคงมิเก็บพวกนางไว้ แต่มิคาดคิดว่าแม่นางจักยอมปล่อยพวกนางไป”
ยามนี้หอเจาเซียงล่มสลายไปแล้ว หอฝูเสวี่ยจึงมีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดในเมืองหลวง ณ เวลานี้ หากแม่นางเหล่านี้มิได้อยู่ที่หอฝูเสวี่ย พวกนางย่อมต้องไปที่อื่น
ในยามนี้เอง ลั่วชิงยวนมองดูสัญญาขายตัวแล้วเอ่ยด้วยท่าทีมิรีบร้อนว่า “ข้าให้พวกเจ้าอยู่ที่หอฝูเสวี่ยก็ได้ แต่พวกเจ้าจักมิได้รับการปฏิบัติเช่นก่อนหน้านี้อีก”
“หากพวกเจ้าคิดปีนป่ายเข้ามาในหอฝูเสวี่ย พวกเจ้าก็ต้องทำงานหนักเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยน”
“พวกเจ้าอยู่ในหอเจาเซียงมาตั้งนานเสียขนาดนั้น ย่อมล่วงรู้ความลับมากมายของหอเจาเซียง พวกเจ้าสามารถเล่าเรื่องนั้นให้แม่เล้าเฉินฟังเป็นการส่วนตัวได้ มีเพียงแม่เล้าเฉินกับข้ารู้เรื่องนี้จึงไร้ภัยคุกคามต่อตัวพวกเจ้า”
ยามนี้คนพวกนี้ได้มอบทั้งเงินและสัญญาขายตัวมาให้ เรียกว่าพวกนางสิ้นเนื้อประดาตัวเสียแล้ว
เนื่องจากคราวนี้พวกนางแฝงตัวเข้ามาพวกนางย่อมไม่มีชีวิตที่ดีในหอฝูเสวี่ย หากพวกนางต้องการเงิน พวกนางต้องเอาความลับมาแลกเปลี่ยน
ลั่วชิงยวนไม่เชื่อหรอกว่านางจะดูดเอาทรัพย์สมบัติของท่านอาฉินมามิได้!
“เจ้าค่ะ”
จากนั้นแม่เล้าเฉินก็พาพวกนางไป
ทุกสิ่งทุกอย่างในหอฝูเสวี่ยกลับคืนสู่สภาพปกติ
ผู้คนในหอยังคงตกตะลึง พวกเขามิคาดคิดเลยว่าวิกฤตในวันนี้จะจบลงเช่นนี้ได้
หอฝูเสวี่ยหาได้เปลี่ยนเมือแต่อย่างใดไม่
วันนี้พวกเขาก็รู้ชัดแล้วว่า แม่นางฝูเสวี่ยเป็นเจ้าของหอฝูเสวี่ยตัวจริง
ในห้องขังอีกห้องหนึ่ง ท่านอาฉินกำลังนั่งอยู่กับพื้นด้วยท่าทีตื่นตระหนก
เมื่อลั่วชิงยวนเดินเข้ามา ท่านอาฉินก็เงยหน้าขึ้นพลางยิ้มเยาะ ดวงตาของนางเต็มเปี่ยมไปด้วยแววท้าทาย
“เจ้าคิดว่าตัวเจ้าชนะแล้วรึ?” ท่านอาฉินยิ้มเยาะ
“อย่างน้อยข้าก็หาได้พ่ายแพ้ไม่”
ท่านอาฉินจ้องมองนางด้วยสายตาคมกริบ “ช่างไร้เดียงสานัก!”
ลั่วชิงยวนหรี่ตามองอีกฝ่ายแล้วค่อย ๆ เอ่ยขึ้นมาว่า “วันนี้ดูเหมือนว่าเจ้ายังมิได้เล่าเรื่องที่ข้าอยากรู้เลยกระมัง?”
ท่านอาฉินแค่นเสียงเย็นชา “เจ้าอยากรู้เรื่องที่เกิดขึ้นกับหอสมุทรมรกตใช่หรือไม่? เจ้าอยากรู้ว่าผู้ใดทำลายหอสมุทรมรกตและอยากรู้สาเหตุด้วย”
“ยอมแพ้เสียเถอะ ข้ามิบอกอันใดเจ้าหรอก!”
เมื่อเห็นท่าทีของท่านอาฉิน นางก็มิทราบว่าจะพูดอย่างไรดีแล้ว
“ดูเหมือนว่าเจ้ามิเห็นโลงศพก็มิหลั่งน้ำตาสินะ”
“เจ้าคิดว่าผู้ที่อยู่เบื้องหลังเจ้าจักช่วยเจ้าได้รึ?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...