ใต้เท้าเหอพยักหน้า “ข้าเพียงแต่เป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยของแม่นาง อย่างไรเสียอิทธิพลด้านการเมืองในราชสำนักก็สลับซับซ้อน ฝูจ้าวเป็นบุตรชายของเจ้ากรมกลาโหม นอกเหนือไปจากบิดาของเขาแล้ว คงมีผู้อื่นอยู่เบื้องหลังเป็นแน่”
“แม่นางฝูเสวี่ยตกอยู่ในสถานการณ์ล่อแหลม เช่นนั้นโปรดระวังตัวด้วย!”
ลั่วชิงยวนรู้สึกประหลาดใจอยู่บ้าง นางคาดมิถึงว่าใต้เท้าเหอจะเป็นห่วงเป็นใยนาง
“ขอบคุณใต้เท้าเหอที่เตือนข้านะเจ้าคะ"
……
ตอนที่นางกลับมาถึงหอฝูเสวี่ยในยามบ่าย ฝูจ้าวก็มาที่หอฝูเสวี่ยอีกครั้ง
คราวนี้เขานำเอาของกำนัลมากมายมาด้วยพร้อมประโคมข่าวใหญ่โต
สิ่งนี้ทำให้ทั้งหอฝูเสวี่ยเกิดเสียงฮือฮาด้วยความประหลาดใจ
ฟู่จิ่งหลีที่บังเอิญนั่งดื่มสุราอยู่ในหอฝูเสวี่ย เห็นฝูจ้าวสั่งให้คนแบกหีบหนักอึ้งหลายใบเข้ามา
เขาเงยหน้ามองขึ้นมาที่ชั้นสองพลางร้องอุทานเสียงดังว่า “ความงามของแม่นางฝูเสวี่ยยากจักหาใดเปรียบ แม้แต่ท่วงท่าการร่ายรำของนางก็ยากจักพานพบได้ในพิภพ ชวนให้ข้าชื่นชมยิ่งนัก!”
“วันนี้ข้าเตรียมของกำนัลเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อเชื้อเชิญให้แม่นางฝูเสวี่ยออกมาร่ายรำ!”
กล่าววาจาเหล่านี้สร้างความตกตะลึงให้แก่ทุกคน แม้แต่ฟู่จิ่งหลีก็ถึงกับขมวดคิ้ว
“งามยากหาใดเปรียบ? คุณชายฝูเคยเห็นหน้าตาที่แท้จริงของแม่นางฝูเสวี่ยแล้วหรือ?”
ฟู่จิ่งหลีเองก็สงสัยเช่นกันแล้วจู่ ๆ ก็รู้สึกไม่พอใจขึ้นมา
เขามิได้สนิทสนมกับฝูเสวี่ยเท่ากับฝูจ้าวเชียวหรือ?
เขายังมิเคยเห็นใบหน้าของแม่นางฝูเสวี่ยเลยนะ!
ในยามนี้เอง ลั่วชิงยวนก็เดินออกมาจากห้องแล้วปรากฏตัวอยู่ตรงระเบียงทางเดินชั้นสอง
นางเข้าใจว่าฝูจ้าวเจตนาเอ่ยเรื่องนี้ให้องค์ชายเจ็ดฟัง
ยิ่งไปกว่านั้น ยังเป็นไปได้ว่าเพื่อหยั่งเชิงนางเรื่องสถานะของเขากับฟู่จิ่งหลีในใจของนาง
เพื่อดูว่านางจะอธิบายสิ่งใดสักอย่างเพราะเห็นแก่หน้าของฟู่จิ่งหลีหรือไม่
หากเป็นเช่นนั้น ไยนางจะมิให้ความร่วมมือเล่า?
ลั่วชิงยวนยิ้มแย้มแล้วตอบตกลง “ได้สิเจ้าคะ หลังจากข้าจัดการเรื่องหอเจาเซียงแล้ว ย่อมต้องออกมาแน่เจ้าค่ะ”
หลังจากฝูจ้าวได้ยินเช่นนี้ก็รู้สึกพึงพอใจมากทีเดียว
“แม่นางฝูเสวี่ย เจ้าอยากดูของกำนัลพวกนี้หรือไม่?” ฝูจ้าวเอ่ยถาม
ลั่วชิงยวนตอบว่า “มิจำเป็นต้องดูหรอกเจ้าค่ะ ไม่ว่าเป็นของกำนัลใดก็ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งแทนใจของคุณชายฝู”
ทันทีที่เอ่ยวาจาเหล่านี้ออกมา หลายคนต่างรู้สึกตกตะลึง ความสัมพันธ์ระหว่างแม่นางฝูเสวี่ยกับคุณชายฝูช่างคลุมเครือจริง ๆ
ฟู่จิ่งหลีอดมิได้ที่จะกำหมัดและมีสีหน้าไม่พอใจ
เมื่อลั่วชิงยวนได้ยินเช่นนี้เข้าก็รู้สึกตกตะลึง
ย้ายกลับมาอีกกระนั้นหรือ?
ช่างไร้ยางอายเสียจริง
นางมิได้เป็นห่วงเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างลั่วเยวี่ยอิงกับฟู่เฉินหวน อย่างไรเสียทุกคนต่างก็ทราบเรื่องของพวกเขาอยู่แล้ว แต่นางเกรงว่าลั่วเยวี่ยอิงจะพยายามทำร้ายนางอีก
หากลั่วเยวี่ยอิงรู้ว่าหามีผู้ใดอยู่ในเรือน คงได้เกิดเรื่องเพราะอีกฝ่ายล่วงรู้ตัวตนของนางเข้าเป็นแน่
"ช่างเถิด คืนนี้ข้าจะกลับไปที่ตำหนักอ๋องก็แล้วกัน"
หลังจากผลัดเปลี่ยนอาภรณ์แล้ว นางก็ขึ้นรถม้าแล้วกลับมาที่ตำหนักอ๋องอย่างเงียบ ๆ
แน่นอนว่ามิไกลจากนอกเรือนนัก นางก็เห็นเงาร่างลับ ๆ ล่อ ๆ สายหนึ่ง
แต่หลังจากสังเกตให้ถี่ถ้วนอยู่สักพัก ก็พบว่าเงาร่างลับ ๆ ล่อ ๆ มิได้มุ่งหน้าไปที่เรือนของนาง
แต่นางกลับเดินไปที่ประตูหลัง!
ลั่วชิงยวนรีบซ่อนตัวอยู่ในห้องเก็บฟืนตรงท้ายเรือน จากนั้นก็เห็นลั่วเยวี่ยอิงลอบออกมาจากประตูหลังท่ามกลางแสงจันทร์
อีกฝ่ายจากไปด้วยท่าทีรีบร้อนและตื่นตระหนก
ลั่วเยวี่ยอิงลอบออกจากตำหนักอ๋องตอนกลางดึก นางคิดทำอันใดกันแน่?

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...