ลั่วชิงยวนยิ้มพลางปล่อยตัวทาสใบ้โดยมิได้กล่าวอันใด จากนั้นก็เดินออกไปจากเรือน
เมื่อเห็นว่านางออกไปแล้ว ลั่วเยวี่ยอิงก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกแล้วรีบช่วยเข้าไปช่วยประคองทาสใบ้ให้ลุกขึ้น
หลังจากเดินออกมาจากเรือน เสียงขิงลิ่นฝูเสวี่ยก็ดังขึ้น "ข้ามิคาดคิดเลยว่าเจ้าจะหาเงื่อนงำจากข่าวที่ข้าบอกเจ้าได้มากมายถึงเพียงนั้น"
“ท่านเซียนน้อยช่างมิธรรมดาสามัญจริง ๆ”
“แต่ข้ากลับไม่เชื่อหรอกว่ามารดาของท่านจะทำร้ายมารดาของลั่วเยวี่ยอิง”
“ถึงแม้ว่ามารดาของท่านจะมีอุปนิสัยดื้อรั้นดันทุรัง แต่นางมิเคยรังแกผู้อ่อนแอ มิหนำซ้ำนางถึงขนาดดูแคลนการกระทบกระทั่งในเรือนเสียด้วยซ้ำไป มารดาของท่านหาใช่คนเช่นนั้นไม่”
ลั่วชิงยวนยิ้ม “ข้ารู้”
“หลังจากเซี่ยหว่านให้นางลั่นคำสัตย์สาบาน หลังจากคำสัตย์สาบานของนางกลายเป็นความจริง ข้าก็ได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับนาง เพราะนางกำลังโกหก”
เมื่อลิ่นฝูเสวี่ยได้ยินเช่นนี้ก็รู้สึกประหลาดใจ “แม่นถึงเพียงนั้นเชียวหรือ?”
“ดูเหมือนว่าคำสัตย์สาบานเช่นนี้มิอาจพูดส่ง ๆ ได้เลย”
“แต่ในเมื่อท่านรู้ว่านางกำลังโกหกอยู่แท้ ๆ ไฉนท่านจึงมิเปิดโปงนางเสียเล่า?”
ลั่วชิงยวนตอบว่า “เพราะข้ามิทราบสาเหตุที่ทำให้เซี่ยหว่านต้องโกหกน่ะสิ หากข้าเปิดโปงนางเข้า นางอาจมิยอมบอกความจริงก็ได้”
“ทำความเข้าใจกับสถานการณ์ก่อนลงมือให้เหมาะสมจึงจะได้ผลยิ่งกว่า”
หลังจากกลับมาแล้ว นางก็สั่งอู๋อิ่งให้ลอบจับตามองเซี่ยหว่านเอาไว้
“หากคนในครอบครัวของนางลงมือกับนาง ก็ให้เจ้าแอบช่วยนางและอย่าปล่อยให้นางตายเป็นอันขาด”
“ตามสืบกิจวัตรประจำวันและคนในครอบครัวของนางด้วยเล่า”
อู๋อิ่งตอบว่า “ขอรับ!”
……
ฟู่เฉินหวนอยู่ที่หอฝูเสวี่ยมาครึ่งค่อนเดือนแล้ว ทว่าฝูจ้าวกลับมิกล้ามาหานางที่หอฝูเสวี่ยอีกต่อไป เพื่อหลีกเลี่ยงมิให้พบเจอฟู่เฉินหวน ลั่วชิงยวนจึงแทบจะไม่มาที่หอฝูเสวี่ยอีกเลย
บังเอิญว่าพอจะมีเวลาเหลืออยู่บ้าง นางจึงผลัดเปลี่ยนเป็นอาภรณ์ของฉู่ลั่วแล้วไปทำนายดวงชะตาสักสองสามวัน
หรือไม่นางก็จะกลับตำหนักอ๋องในคราบของลั่วชิงยวน ไปเยือนจวนแม่ทัพใหญ่เพื่อตรวจดวงตาของฉินไป๋หลี่ และไปที่จวนมหาราชครูเพื่อตรวจอาการของท่านอาลั่วหรง
อาการของท่านอาลั่วหรงสืบเนื่องมาจากการตรากตรำทำงานหนักเกินไป ลั่วชิงยวนจึงเขียนเทียบยาที่มีตัวยาชั้นเลิศให้นาง แต่หลังจากกินเอาไปแล้ว ก็มิได้ทำให้อาการดีขึ้นนัก
ลั่วชิงยวนเองก็อ่านจดหมายที่ลั่วหลางหลางเขียนมาหานาง ในจดหมายฉบับนั้น ลั่วหลางหลางเล่าเรื่องเกี่ยวกับชีวิตของตน ถึงแม้ว่านางจะพบปัญหาจุกจิกอยู่บ้าง ทว่าก็มิใช่ปัญหาใหญ่อันใด
วันนี้มีผู้ที่ได้รับเชิญมาค่อนข้างมาก ทันทีที่ลั่วชิงยวนปรากฏตัวก็ดึงดูดความสนใจของผู้คนมากมาย
“นั่นมิใช่นางรำจากหอฝูเสวี่ยหรอกหรือ? ผู้ใดเชิญนางมาที่นี่กัน?”
“จริงด้วย นางรำจากหอนางโลมคู่ควรที่จะนางนั่งโต๊ะเดียวกับพวกเราแล้วหรือ?”
“หึ ข้าไม่นั่งกับคนชั้นต่ำเช่นนั้นหรอกนะ หากมิไล่นางออกไป เช่นนั้นข้าไปเอง!”
“ใช่ ข้าก็มิอยากนั่งกับนางเช่นกัน”
สตรีหลายนางเอ่ยขึ้น ผู้ที่อยู่ข้างหน้าก็คือเว่ยอวิ๋นเสี่ยที่ลั่วชิงยวนคุ้นเคยนั่นเอง!
นางอยู่ทุกที่จริง ๆ!
ในยามนี้เอง น้ำเสียงเย็นชาก็ดังขึ้น…
"หากพวกเจ้าอยากไปก็รีบไปเสีย อย่ามัวแต่พูดจาทำลายทัศนียภาพอันงดงามแห่งนี้อยู่ที่นี่เลย"
ลั่วชิงยวนหันมองไปตามเสียงก็ให้รู้สึกประหลาดใจที่ได้เห็นผู้ที่กำลังเดินเข้ามา
เมื่อกล่าววาจาเหล่านี้ออกมา ลั่วชิงยวนก็รู้สึกตกตะลึง

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...