เมื่อเว่ยอวิ๋นเสี่ยและคนอื่น ๆ เห็นลั่วอวิ๋นสี่เดินเข้ามา พวกนางก็เห็นบุรุษผู้หนึ่งตามนางมาด้วย พวกนางจึงแค่นเสียงด้วยท่าทีไม่พอใจ “ข้ามิสนใจหรอกว่าวันนี้จะเป็นงานอันใด หากมีแต่นางรำจากหอนางโลมก็แล้วไปเถิด แต่ยามนี้ถึงกับมีนักเลงด้วย”
“ข้ามิลดตัวไปนั่งกับคนพรรค์นั้นหรอก”
หลังจากเว่ยอวิ๋นเสี่ยพูดจบ นางก็หันหลังเดินจากไป
คนอื่น ๆ เองก็ออกไปจากสวนเซียงอู๋พร้อมกับเว่ยอวิ๋นเสี่ยด้วย
หลังจากลั่วชิงยวนเห็นพวกนางจากไปแล้ว สายตาของนางก็ทอดมองมายังบุรุษที่อยู่ข้างหลังลั่วอวิ๋นสี่
สวีซงหย่วน
คาดไม่ถึงเลยว่า ลั่วอวิ๋นสี่ยังอยู่กับสวีซงหย่วน
เขาคิดจะทำอันใดกันแน่? ยามนี้จวนมหาราชครูต่างล้มหายตายจาก เหลือเพียงฮูหยินลั่วที่เจ็บป่วยกระเสาะกระแสะ เขาจะได้อันใดอีกหรือ?
ทว่าเขาก็ยังคิดจะหลอกลั่วอวิ๋นสี่ให้ได้
“พี่สวี อย่าไปถือสาคำพูดของพวกนางเลย ท่านหาใช่นักเลงไม่ เพียงแต่ว่าพวกนางไม่รู้ก็เท่านั้น!” ลั่วอวิ๋นสี่เองก็หันมาปลอบโยนสวีซงหย่วน
สวีซงหย่วนมองลั่วอวิ๋นสี่พลางยิ้มด้วยท่าทีรักใคร่ “ข้ามิสนใจหรอกว่าผู้อื่นคิดกับว่าเช่นใด เจ้ารู้ว่าข้าเป็นคนเช่นไรก็พอแล้ว”
ลั่วอวิ๋นสี่แย้มยิ้มพริ้มพราย “แน่นอนว่าข้าย่อมต้องรู้อยู่แล้ว”
“พี่สวีเป็นคนที่ดีกับข้าที่สุดในใต้หล้า!”
เมื่อลั่วอวิ๋นสี่พูดจบก็จูงมือเขาเดินจากไป
ลั่วชิงยวนขมวดคิ้ว หากมองเช่นนี้พวกเขาก็ราวกับเป็นคู่รักอันแสนหวานชื่นจริง ๆ หากสวีซงหย่วนเป็นคนดีบางทีพวกเขาก็อาจจะอยู่ด้วยกันได้
ไม่นานทุกคนก็มาถึงลานสนามแล้วนั่งลงกันทีละคน ๆ
ท่ามกลางลำธารอันคดเคี้ยว ต้นท้อยามวสันตฤดูล้วนเป็นสีแดงราวผลอิงเถา(1) เมื่อสายลมพัดพา กลีบดอกก็จะปลิวสะบัดพัดพลิ้วแล้วร่วงหล่นสู่ลำธาร บังเกิดเป็นภาพอันแสนงดงาม
วันนี้บรรดาคุณชายและคุณหนูจากตระกูลขุนนางต่างมาที่นี่ เพื่อสนทนาเรื่องกวีและบทเพลง
เมื่อลั่วเยวี่ยอิงเดินเข้ามา ก็มีนางรับใช้ยกขนมตามเข้ามาด้วย
“นี่คือขนมร้อยบุปผาที่เรือนเยวี่ยอิงเพิ่งจะลองทำขึ้นมา ยังไม่มีวางจำหน่าย วันนี้ข้าสั่งมาให้ทุกท่านได้ลิ้มลองโดยเฉพาะ”
เหล่านางรับใช้วางขนมร้อยบุปผาลงบนสายน้ำที่กำลังไหลริน จากนั้นทุกคนก็หยิบขนมขึ้นมาลองชิมทีละคน ๆ พลางชื่นชมไม่ขาดปาก
“หวานแต่ไม่เลี่ยน รสชาติอร่อยยิ่งนัก”
ลั่วอวิ๋นสี่ขมวดคิ้วครุ่นคิดอยู่สักครู่ จากนั้นก็ส่ายหน้า “หามีอันใดไม่ ข้าแค่ออกมาตามหาท่าน”
“ในเมื่อท่านมิชอบงานเช่นนี้ ท่านก็ควรจะออกไปก่อนแล้วอย่าได้เที่ยวเดินเพ่นพ่านไปทั่วเล่า”
ลั่วอวิ๋นสี่หนังตากระตุกไม่เลิก นางรู้สึกไม่ดีอยู่ตลอดเวลา
บุรุษชุดดำดูเหมือนจะมิใช่คนดี วันนี้กำลังจะเกิดเรื่องในสวนเซียงอู๋ใช่หรือไม่?
สวีซงหย่วนผู้นี้เป็นคนในยุทธภพ หากเกิดเรื่องในสวนเซียงอู๋ สวีซงหย่วนก็จะเป็นคนแรกที่ตกเป็นผู้ต้องสงสัย
ให้เขารีบออกไปจากสถานที่อันแสนวุ่นวายแห่งนี้ก็น่าจะดีกว่า
สวีซงหย่วนเพียงแค่พยักหน้า มิได้ถามให้มากความ “เช่นนั้นข้าออกไปรอเจ้านะ”
“ได้สิ”
ดังนั้นลั่วอวิ๋นสี่จึงส่งสวีซงหย่วนออกจากประตู เมื่อบรรดาแขกเหรื่อในสวนเซียงอู๋เห็นสวีซงหย่วนจากไป ลั่วอวิ๋นสี่ก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกแล้วกลับมานั่งที่
อิงเถาคือ เชอร์รี่ เป็นไม้ยืนต้นในสกุล Prunus สกุลย่อย Cerasus เป็นไม้พุ่มขนาดกลาง ชอบอากาศหนาวเย็น ใบเขียวเข้ม ดอกสีขาวอมชมพู ผลกลม ขนาดเล็ก เปลือกมีทั้งสีแดงเข้ม สีส้มและสีเหลือง

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...