หลังจากนั้นไม่นาน ลั่วเยวี่ยอิงก็เดินเข้ามาพร้อมขนมจานใหม่
“คราวนี้เป็นขนมกุ้ยฮวา(1)ที่ข้าลงทุนขอร้องให้พ่อครัวแห่งเรือนเยวี่ยอิงทำขึ้นโดยเฉพาะ ทุกท่านต้องชิมให้ได้นะเจ้าคะ!”
เมื่อลั่วเยวี่ยอิงพูดจบ ขนมก็ถูกจัดวางในลำธารแล้วถูกหยิบไปคนละชิ้น ๆ เมื่อถึงทีของลั่วชิงยวนก็เหลือเพียงชิ้นสุดท้าย นางจึงมิได้เอื้อมมือไปหยิบ
“แม่นางฝูเสวี่ย เจ้ามิชอบหรือ?” ลั่วเยวี่ยอิงยิ้มพลางมองมาที่นาง
เดิมทีหามีผู้ใดให้ความสนใจลั่วชิงยวนที่อยู่ ณ มุมหนึ่ง แต่เมื่อลั่วเยวี่ยอิงเอ่ยขึ้นมาเช่นนี้ หลาย ๆ คนจึงหันมาให้ความสนใจทันที
ลั่วชิงยวนหยิบขนมกุ้ยฮวามาอังใต้มูกแล้วสูดดม จากนั้นกลิ่นโอสถจาง ๆ ก็ลอยเข้าจมูกของนาง
ลั่วเยวี่ยอิงกำลังมองนางอยู่
ลั่วชิงยวนยกแขนขึ้นบดบังใบหน้าพลางขยับหน้ากาก จากนั้นก็กัดขนมกุ้ยฮวากลิ่นหอมหวานเข้าไปคำหนึ่งแล้ววางกลับไปบนจาน
เมื่อเห็นนางกัดเข้าไปแล้ว ลั่วเยวี่ยอิงก็รู้สึกพอใจ
ในยามนี้เอง ผู้คนโดยรอบก็สังเกตเห็นฝูเสวี่ยแล้วหัวข้อสนทนาก็เปลี่ยนไป
“แม่นางฝูเสวี่ยผู้นี้มีความเป็นมาเช่นใดกันแน่? แม้แต่คุณหนูรองลั่วก็ถึงกับเชิญนางมาที่นี่ ทั้ง ๆ ที่นางเป็นแค่นางรำจากหอนางโลมแท้ ๆ”
“ผู้ใดจะรู้เล่า? ว่ากันว่านางรูปโฉมงดงามราวกับเทพธิดา ทว่ากลับหามีผู้ใดเคยเห็นนางถอดหน้ากากออก เกรงว่าใต้หน้ากากนั้นอาจจะมีใบหน้าอันแสนอัปลักษณ์อยู่ก็เป็นได้”
“มิฉะนั้น ไยนางจึงมิเปิดเผยหน้าตาที่แท้จริงให้ผู้อื่นได้เห็นเล่า?”
“ยิ่งนางอัปลักษณ์มากเท่าไหร่ นางก็ยิ่งอวดตนว่างดงามได้มากขึ้นเท่านั้นอย่างไรเล่า”
หลายคนเอ่ยไปพลางหัวเราะไปพลางคนแล้วคนเล่า
วาจาและเสียงหัวเราะอันน่ารังเกียจของพวกเขาที่คมกริบราวกับมีดดังเข้าหูของลั่วชิงยวน
ทว่านางกลับหาได้ใส่ใจไม่
ลั่วเยวี่ยอิงเองก็ได้ยินวาจาเหล่านี้จึงเดินเข้ามาหาลั่วชิงยวน “แม่นางฝูเสวี่ยยังมิค่อยชินกับเรื่องเช่นนี้อีกหรือ?”
“ดูเหมือนว่าข้าจะเสียมารยาทแล้ว ข้าขอเชิญแม่นางฝูเสวี่ยไปสนทนากันตรงท้ายเรือนเป็นอย่างไร?”
ลั่วชิงยวนตอบว่า “ย่อมได้”
จากนั้นนางก็ลุกขึ้นแล้วเดินจากไปพร้อมกับลั่วเยวี่ยอิง
สวนเซียงอู๋ใหญ่โตกว้างขวางนัก แม้แต่ท้ายเรือนก็ยังมีทัศนียภาพอันเป็นเอกลักษณ์และเงียบสงบยิ่ง
“ในฐานะที่เป็นบุตรีแห่งจวนอัครเสนาบดี การที่ข้าพยายามผูกมิตรกับเจ้านับว่าเป็นเกียรติของเจ้าแล้ว แต่เจ้ากลับบอกว่าข้าเสแสร้งกระนั้นหรือ?”
“เป็นเจ้าที่ไม่รู้จักผิดชอบชั่วดีเอง เช่นนั้นก็อย่ามาโทษข้าก็แล้วกัน”
เมื่อลั่วชิงยวนได้ยินเช่นนี้เข้า นางก็มองอีกฝ่ายด้วยสายตาเย็นชาแล้วลุกพรวดขึ้นมาทันที “ท่านคิดทำอันใดกันแน่?”
แต่ทันทีที่นางลุกขึ้น จู่ ๆ นางก็พลันรู้สึกเวียนศีรษะและร่างกายซวนเซจนต้องรีบคว้าโต๊ะเอาไว้
การตอบสนองของร่างกายทำให้นางรู้สึกไม่สบายใจเป็นอันมาก นางจึงรีบก้าวเดินหมายที่จะจากไป แต่กลับล้มลงกับเสาด้วยท่าทีอ่อนแรง
นางจึงหันกลับมามองลั่วเยวี่ยอิงด้วยความตกตะลึง “เจ้าทำอันใดลงไป?!”
ลั่วเยวี่ยอิงเชิดคางพลางมองนางด้วยสายตาเย็นชาแล้วค่อย ๆ เดินเข้ามาหา “วันนี้ข้าสู้อุตส่าห์เตรียมขนมร้อยบุปผากับขนมกุ้ยฮวามาให้เจ้าโดยเฉพาะเลยเชียวนะ”
“มิคาดคิดเลยว่าเจ้าจักมิชอบกินของพวกนี้เสียได้ มิฉะนั้นเจ้าคงได้ตายไปนานแล้ว หาได้ถึงทีให้เจ้ามีโอกาสดูหมิ่นข้าอีกหรือ?”
ลั่วชิงยวนพยุงตัวพลางลุกขึ้นยืนเกาะเสาด้วยความยากลำบาก จากนั้นก็จ้องมองอีกฝ่ายด้วยสายตาคมกริบและพร้อมตั้งรับ “เจ้าคิดทำอันใดกันแน่?!”
ขนมกุ้ยฮวา เป็นขนมที่ทำมาจากการนำดอกกุ้ยไปผสมลงถั่วกวน เมื่อรสชาติหวานอ่อน ๆ ผสานกับกลิ่นดอกกุ้ยที่หอมอวลขึ้นมา ทำให้มีความรู้สึกสดชื่นขึ้นมาในโพรงปาก

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...