“เสด็จพี่สาม ท่านมิจำเป็นต้องร้อนใจถึงเพียงนั้น สตรีบอบบางอย่างลั่วเยวี่ยอิงจะทำอันใดแม่นางฝูเสวี่ยได้กระนั้นหรือ?”
“ท่านอยากจะด้านหน้ามาที่สวนเซียงอู๋ก็ช่างเถิด แต่ท่านยังใช้กำลังบีบบังคับให้ข้ามาด้วยอีก”
“ข้ามิเคยข้องแวะกับคนในแวดวงขุนนาง ท่านก็เอาแต่ลากข้าเข้าไปพัวพันอยู่ร่ำไป หากเกิดคนในราชสำนักพวกนั้นที่ขัดแข้งขัดขากับท่านพุ่งเป้ามาที่ข้าอีกจักทำอย่างไรเล่า?”
“มิใช่ท่านกำลังทำลายความสงบสุขของข้าอยู่กระนั้นหรือ?”
ยามนี้ฟู่จิ่งหลีกับฟู่เฉินหวนมาถึงนอกประตูของสวนเซียงอู๋แล้ว
"ไยเจ้าถึงเอ่ยวาจาเลื่อนเปื้อนมากมายถึงเพียงนั้น?" น้ำเสียงของฟู่เฉินหวนฉายแววเย็นชา
ฟู่เฉินหวนมิได้เกรงว่าลั่วเยวี่ยอิงจะทำอันใดกับลั่วชิงยวน เพราะลั่วชิงยวนหาใช่ผู้ที่จะเอาชนะได้ง่าย ๆ
แต่เขาเกรงว่าลั่วเยวี่ยอิงจะล่วงรู้ตัวตนที่แท้จริงของลั่วชิงยวน
ยิ่งไปกว่านั้น ลั่วเยวี่ยอิงเจตนาเชิญฝูเสวี่ยมาที่สวนเซียงอู๋ น่าจะมีอันใดมากกว่าแค่การกินดื่มและเล่นสนุกเสียแล้ว ชะรอยคงจะมีจุดประสงค์อื่นเป็นแน่
เกรงว่าอาจจะก่อเรื่องใหญ่จนเปิดโปงตัวตนของลั่วชิงยวนเอาได้
เมื่อทั้งสองคนเดินผ่านประตูเข้ามา ฟู่จิ่งหลีก็เตรียมคำอธิบายเอาไว้แล้ว แต่กลับพบว่าหามีผู้ใดเฝ้าประตูเอาไว้เลย
ทั่วทั้งลานสนามแลดูว่างเปล่าและเงียบสงัดยิ่งนัก
“ไฉนจึงไม่มีผู้ใดอยู่ที่นี่เลยเล่า?” ฟู่จิ่งหลีรู้สึกสงสัย
เมื่อฟู่เฉินหวนเห็นควันหนาทึบพวยพุ่งขึ้นสู่ฟ้าตรงท้ายเรือน คิ้วตาของเขาก็พลันกระตุก
เกิดเรื่องแล้ว!
เขารีบวิ่งไปท้ายเรือน
ฟู่จิ่งหลีเองก็ตามไปทันที
ควันหนาทึบลอยโขมงท่ามกลางเปลวเพลิง สกัดทางออกทั้งหมดเอาไว้จนสิ้น เพลิงอัคคีแผดเผาเสื้อผ้าอาภรณ์ของพวกเขาและลมหายใจร้อนระอุแสบร้อนยิ่งนัก
ลั่วชิงยวนดึงผ้าห่มออกมาพลางเทน้ำจากกาน้ำชาแล้วห่มคลุมลั่วอวิ๋นสี่เอาไว้
จากนั้นนางก็กระแทกประตูแรง ๆ
ตอนนี้มีเสียงร้องตะโกนของผู้คนดังขึ้นทางด้านนอก
“รีบดับไฟเร็ว! รีบดับไฟเร็วเข้า!”
ลั่วเยวี่ยอิงรีบลุกขึ้น แต่เพราะบาดแผลมีโลหิตไหลมิได้หยุด นางจึงเจ็บปวดเสียจนล้มลง
ฟู่เฉินหวนรับนางเอาไว้โดยมิรู้ตัว จากนั้นลั่วเยวี่ยอิงก็ตกอยู่ในอ้อมแขนของเขา
ฟู่เฉินหวนขมวดคิ้ว “เกิดเรื่องอันใดขึ้น? ฝูเสวี่ยอยู่ที่ไดเล่า?”
ฟู่เฉินหวนผละจากนางและกำลังจะกระแทกประตู
ทว่าลั่วเยวี่ยอิงกลับร้องไห้ด้วยความเจ็บปวดแล้วกอดท่อนแขนของฟู่เฉินหวนเอาไว้แน่น “ท่านอ๋อง หม่อมฉัน… กำลังจะตายแล้วเพคะ... ท่านอ๋อง...”
ท่าทางเช่นนั้นทำให้ฟู่เฉินหวนถึงกับกำหมัดแน่น รู้สึกทรมานอย่างบอกไม่ถูก
เมื่อเห็นห้องนั้นกำลังจะถูกเพลิงอัคคีกลืนกิน เขาก็มักจะรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง!
มีคนเอ่ยขึ้นมาว่า “ห้องนั้นถูกลั่นกุญแจเอาไว้ตลอดมา น่าจะไม่มีผู้ใดอยู่ในนั้นหรอก ดูจากความแรงของเพลิงไหม้แล้ว ต้นเพลิงอาจมาจากโรงครัว”
“พวกเราออกไปจากที่นี่กันก่อนเถอะ อันตรายยิ่งแล้ว!”
ฟู่จิ่งหลีเองก็ขมวดคิ้วพลางกวาดสายตามองไปรอบ ๆ แต่กลับไม่พบฝูเสวี่ย “ฝูเสวี่ยอยู่ที่ใดกัน?”
มีคนตอบว่า “นางเป็นแค่แม่นางจากหอนางโลม หามีผู้ใดสนใจนางไม่ บางทีหลังจากเกิดไฟไหม้อาจหนีไปแล้วก็ได้พ่ะย่ะค่ะ”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...