ใต้เท้าเหอตอบว่า “ยืนยันตัวตนของพวกเขาได้มิต้องกังวลไปหรอก แต่ก็ยังคงต้องแกะรอยทุกคนที่มาในวันนี้”
ลั่วชิงยวนพยักหน้าและกำลังจะออกไป จู่ ๆ ก็พลันนึกถึงผู้ใดสักคนขึ้นมาได้
“จริงด้วยสิ ท่านลองตรวจสอบหลิวซิงเหอเจ้าของสวนเซียงอู๋ดูสิเจ้าคะ คนผู้นี้มีบางอย่างมิชอบมาพากล!”
“แต่หาอย่าได้กระโตกกระตากไป”
ใต้เท้าเหอดวงตาเป็นประกาย “เข้าใจแล้ว”
ลั่วชิงยวนออกจากคุกแล้วลอบออกทางประตูหลังของจวนใต้เท้าเหอ
ค่ำมืดดึกดื่นและถนนก็เงียบสงัดยิ่ง ลั่วชิงยวนลอบเข้าไปในจวนมหาราชครู
นับตั้งแต่ท่านมหาราชครูจากไป จวนมหาราชครูก็ร้างไร้ผู้คน ประตูปิดสนิทและบ่าวเฝ้าประตูก็ไปพักผ่อนกันหมดแล้ว
ลั่วชิงยวนมาถึงเรือนชั้นในโดยไร้ซึ่งอุปสรรค
เมื่อเห็นนอกห้องยังจุดโคมอยู่ นางจึงลอบเข้ามาใกล้ ๆ
เสียงร้องไห้ของลั่วอวิ๋นสี่ดังขึ้นมาจากในห้อง “ท่านแม่! ตอนนั้นท่านลงโทษข้าเพราะลั่วชิงยวนก็แล้วไปเถอะ ทว่ายามนี้เพียงเพราะสตรีจากหอนางโลม ไฉนท่านต้องช่วยนางด้วยเล่า?”
“ข้ามิได้ทำอันใดผิด! ในสายตาของท่าน ข้ายังสู้นางคณิกาคนหนึ่งมิได้เชียวหรือ? ไยท่านจึงคิดว่าข้าเจตนาทำร้ายนางเล่า?”
“ข้าเป็นบุตรีของท่านนะ ในใจของท่านเห็นข้าเป็นตัวอันใดกัน!”
เห็นได้ชัดถึงความคับข้องใจของลั่วอวิ๋นสี่
ลั่วหรงเองก็โกรธจัดเช่นกัน “ข้ามิสนใจหรอกว่านางเป็นนางคณิกาหรือไม่ สิ่งที่ข้าสนใจคือความปลอดภัยของเจ้าต่างหาก!”
“ท่านปู่ของเจ้าจากไปแล้ว มิหนำซ้ำพี่สาวของเจ้าเองก็ไปจากเมืองหลวง เกิดเรื่องขึ้นมากมายถึงเพียงนั้น เจ้ามิเข้าใจอันใดบ้างเลยรึ?”
“ไฉนเจ้ายังเอาตัวเข้าไปพัวพันกับจวนอัครเสนาบดีอีกเล่า! ข้าเคยบอกให้เจ้าอย่าได้ข้องแวะกับลั่วเยวี่ยอิง เจ้าเคยฟังคำของข้าบ้างหรือไม่!”
“เจ้าต้องทำให้ข้าโมโหตายให้ได้หรือไร?”
วันนี้ลั่วอวิ๋นสี่เกือบต้องตายอยู่ในสวนเซียงอู๋ เมื่อลั่วหรงล่วงรู้เข้าก็หวุดหวิดจะสิ้นลมหายใจ
เรื่องอันใดที่เกี่ยวพันกับลั่วเยวี่ยอิงย่อมมิใช่เรื่องดีเป็นแน่!
ลั่วหรงเป็นทุกข์จนรู้สึกส้นไร้เรี่ยวแรง นางรู้ว่าตนเหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว แต่นางก็มิทราบว่าจะทำให้ลั่วอวิ๋นสี่มีสติได้อย่างไร
นางเหลือบมองเข้าไปในห้องด้วยท่าทีลังเลใจ จากนั้นก็เห็นลั่วหรงกำลังปิดประตู
เมื่อสักครู่นี้ลั่วอวิ๋นสี่พูดแรงเกินไป คงจะทำร้ายจิตใจของท่านอาลั่วหรงเข้าแล้ว นางคิดจะเข้าไปดู แต่นึกขึ้นได้ว่าคืนนี้นางหาได้มีเวลามากมายนัก ฉะนั้นนางจึงตัดสินใจที่จะไปทำธุระสำคัญเสียก่อน!
นางลอบติดตามลั่วอวิ๋นสี่ที่เดินออกมา
ลั่วอวิ๋นสี่เดินเข้ามาในสวนแล้วเตะต้นหญ้าอยู่สองสามครั้ง “เหตุใดกัน! เพราะเหตุใดข้าทำอันใดก็ผิดไปเสียทุกอย่าง! ทุกอย่างที่ข้าทำล้วนไม่ถูกต้องทั้งนั้น!”
“หรือข้าจะเป็นเด็กกำพร้าที่ถูกเก็บมาเลี้ยง?”
น้ำเสียงสั่นเครือของลั่วอวิ๋นสี่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตา จากนั้นนางก็รู้สึกได้รับความอยุติธรรมอย่างถึงที่สุด
ลั่วอวิ๋นสี่ก็กลับเข้าห้องไปพลางร้องไห้ไปพลาง
เมื่อเห็นท่าทีคับข้องใจของอีกฝ่าย ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะมิได้โป้ปดอยู่จริง ๆ
ลั่วอวิ๋นสี่กลับมาที่ห้องแล้วจุดตะเกียงในห้อง
เงาร่างเยียบเย็นก็เดินเข้ามาทางด้านหลังพลางกล่าวว่า “ลั่วอวิ๋นสี่ เจ้ามีชีวิตอยู่ได้อีกมินานแล้ว”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...