เมื่อลั่วชิงยวนมองไปที่ประตู นางก็เห็นหลายคนถือโคมไฟเข้ามาในเรือน
ดูเหมือนว่าท่านอาลั่วหรงจะมาแล้ว
“ข้าต้องไปก่อน! เจ้าจงจดจำคำของข้าไว้ให้มั่น อย่าได้เล่าเรื่องคืนนี้ให้ผู้ใดฟังเป็นอันขาด!”
“รวมทั้งมารดาและคนรักของเจ้าด้วย!”
“เจ้ามีเจตจำนงสังหารอยู่แล้ว หากเกิดเรื่องผิดพลาดขึ้นมา จะต้องมีคนตายมากกว่าหนึ่งศพ!”
ลั่วชิงยวนเห็นมีดดาบเล่มสีดำสนิทตรงหว่างคิ้วของลั่วอวิ๋นสี่ยังคงอยู่ตรงนั้น นี่อาจจะเป็นเคราะห์หนักของลั่วอวิ๋นสี่ก็ได้ หากนางผ่านพ้นไปได้โดยไร้ซึ่งรอยขีดข่วน เช่นนั้นเคราะห์กรรมสลายไป
หากนางผ่านพ้นไปมิได้ นางคงได้เดือดร้อนหนักเป็นแน่!
ลั่วอวิ๋นสี่หาใช่เพียงผู้เดียวที่ได้รับผลกระทบไม่
ในยามนั้นเอง ลั่วอวิ๋นสี่ก็รู้สึกตะลึงงัน ไฉนวาจาเหล่านี้จึงฟังดูคุ้นหูนัก?
ใช่ฟังดูคล้ายกับสิ่งที่ลั่วชิงยวนเคยกล่าวไว้หรือไม่?
ฝูเสวี่ยผู้นี้ทำนายดวงชะตาไม่เป็นมิใช่หรือ นางเป็นแค่นางรำจากหอนางโลมเท่านั้น ไฉนนางจึงได้เอ่ยวาจาเช่นนั้นออกมา?
“ข้าเข้าใจแล้ว” ลั่วอวิ๋นสี่ตอบพลางขมวดคิ้วแน่น
นางมองผู้ที่อยู่ตรงหน้าด้วยสายตาเคร่งเครียดยิ่ง ราวกับว่านางอยากจะเห็นใบหน้าภายใต้หน้ากาก
เมื่อบังเกิดความคิดเช่นนี้ขึ้นมา ยามที่นางมองฝูเสวี่ยที่อยู่ตรงหน้า ยิ่งมองเท่าไหร่ก็ยิ่งเหมือนลั่วชิงยวนมากขึ้นเรื่อย ๆ
นางมิได้พบหน้าลั่วชิงยวนมานานแล้ว ได้ยินว่านางหมกตัวอยู่ในตำหนักอ๋องอยู่ทุกวี่ทุกวันแล้วก็แช่น้ำยาสมุนไพรเพื่อรักษาร่างกาย
ดูเหมือนว่านับตั้งแต่ลั่วชิงยวนเลิกออกไปไหนมาไหน ฝูเสวี่ยผู้นี้กลับมีชื่อเสียงเลื่องลือในเมืองหลวง
เป็นลั่วชิงยวนจริง ๆ ใช่หรือไม่?
ขณะที่นางกำลังครุ่นคิดอยู่นั้น คนก็กระโดดออกทางหน้าต่างหนีไปเงียบ ๆ แล้ว
“อวิ๋นสี่? อวิ๋นสี่ เจ้าหลับแล้วหรือไม่?” เสียงร้องไห้ด้วยความร้อนใจของมารดานางดังขึ้นนอกประตู
ลั่วอวิ๋นสี่คิดจะเดินไปเปิดประตู แต่เมื่อนางเห็นโลหิตที่กระอักอยู่บนพื้นและยังมิได้ทำความสะอาด หากมารดารู้เข้านางเกรงว่าอีกฝ่ายจะเป็นกังวลเอาได้
“ท่านแม่ ข้ากำลังจะนอนเจ้าค่ะ” นางมิได้เปิดประตู
เมื่อลั่วหรงได้ยินคนรับใช้บอกว่าลั่วอวิ๋นสี่สั่งให้คนไปต้มยาตอนกลางดึก นางมิทราบว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้นจึงรู้สึกเป็นห่วงยิ่งนัก
ลั่วหรงอยากจะเปิดประตูเข้าไป แต่เมื่อนึกถึงเรื่องที่ลั่วอวิ๋นสี่เอ่ยขึ้นระหว่างที่ทะเลาะกันเมื่อคืนนี้ นางก็ลังเลใจแล้วชักมือกลับ
หลังจากเงียบไปชั่วครู่ ในที่สุดลั่วหรงก็เอ่ยขึ้นมาว่า “อวิ๋นสี่ จู่ ๆ เจ้าก็กินโอสถ เจ้ารู้สึกมิสบายหรือ? ให้ข้าเรียกท่านหมอมาตรวจดูดีหรือไม่?”
……
ลั่วชิงยวนออกจากจวนมหาราชครูด้วยท่าทีรีบร้อน
เมื่อเห็นว่าเกือบฟ้าสางแล้ว นางจึงรีบเดินไปที่ถนนฝูลู่
นางปรากฏตัวอยู่นอกเรือนของเซี่ยหว่าน จากนั้นเงาดำสายหนึ่งก็กระโดดลงมาที่พื้น
“อู๋อิ่ง! สถานการณ์ทางนี้ของเซี่ยหว่านเป็นอย่างไรบ้างเล่า?”
อู๋อิ่งตอบว่า “นางยังมีบุตรสาวอยู่คนหนึ่ง ผู้ที่นางแต่งงานด้วยเป็นเดรัจฉานตนหนึ่ง ยามที่เมาก็คิดจะแตะต้องบุตรสาวของนาง เซี่ยหว่านปกป้องบุตรสาวจึงโดนซ้อมเสียจนย่ำแย่”
“ข้าช่วยนางไปสองครั้งแล้ว”
ลั่วชิงยวนรู้สึกประหลาดใจอยู่บ้างที่เซี่ยหว่านมีบุตรสาวจริง ๆ
หากมีจุดอ่อนก็จัดการได้มิยากนักแล้ว
“เจ้าไปตรวจสอบเถ้าแก่หลิวซิงเหอแห่งสวนเซียงอู๋ก่อน ไม่ว่าเจ้าคิดใช้วิธีใดก็ช่าง ต้องทำให้เขาบอกความจริงเรื่องสวนเซียงอู๋มาให้ได้ ข้าต้องการผลลัพธ์ก่อนเที่ยงวัน”
อู๋อิ่งตอบด้วยท่าทีเคารพนบนอบ “ขอรับ!”
จากนั้นเขาก็จากไปโดยมิได้ทิ้งร่องรอยเอาไว้ จากนั้นลั่วชิงยวนเองก็รีบจากไปทันที

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...