นางกลับมาที่ห้องขังก่อนยามฟ้าสาง
ใต้เท้าเหอพยายามสุดความสามารถเพื่อไต่สวนจ้าวต้าเปียวที่อยู่ในคุกและหาหลักฐานอยู่ตลอดทั้งคืน
“ใต้เท้าเหอ ลำบากท่านแล้วเจ้าค่ะ” ขณะที่ลั่วชิงยวนเดินผ่านห้องไต่สวน นางก็พยักหน้าให้ใต้เท้าเหอ
ใต้เท้าเหอเองก็พยักหน้าให้พลางรู้สึกโล่งอกที่เห็นนางกลับมา
ช่างบังเอิญที่ยามนั้นได้ยินเสียงไก่ขันขึ้นทางด้านนอกพอดี
“ก่อนฟ้าสางก็คือก่อนฟ้าสางจริง ๆ ช่างตรงเวลานัก”
ใต้เท้าเหอนวดคึงดวงตาที่อ่อนล้าแล้วเตรียมที่จะไปพักผ่อน
“ไต่สวนต่อไป แต่ระวังอย่าทรมานคนจนถึงตายเล่า”
เมื่อลั่วชิงยวนกลับมาที่ห้องขัง นางก็นั่งขัดสมาธิรอฟังข่าว
หากพยานที่จู่ ๆ ก็ปรากฏตัวเหล่านี้ถูกข่มขู่หรือไม่ก็ติดสินบน ขอเพียงไต่สวนให้ละเอียดรอบคอบก็จะพบหลักฐานเอง
แต่เรื่องนี้ต้องใช้เวลา
อีกอย่างลั่วเยวี่ยอิงกับผู้ที่อยู่เบื้องหลังก็ย่อมไม่มีทางให้เวลาแก่นางเป็นแน่!
นางหลับตาลงแล้วงีบหลับไป
หลังจากนั้นไม่นาน ก็มีคนยกอาหารมาให้
“ได้เวลากินข้าวแล้ว”
อีกฝ่ายหยิบอาหารออกมาจากกล่องอาหารทีละจาน ๆ พลางเอ่ยเตือนขึ้นมาอีกครั้งว่า “ได้เวลากินข้าวแล้ว”
แต่ลั่วชิงยวนก็ยังมิยอมลืมตา
อีกฝ่ายเหลือบมองนางแล้วคิดว่านางหลับไปแล้ว ดวงตาของเขาแปรเปลี่ยนเป็นเย็นชา ทันใดนั้นเขาก็ชักมีดสั้นออกมาจากแขนเสื้อแล้วแทงใส่นางอย่างแรง
เมื่อสัมผัสได้ถึงเจตนาสังหาร ลั่วชิงยวนก็ลืมตาขึ้นมาทันทีพลางกระโจนตัวขึ้นแล้วม้วนตัวเพื่อหลบหลีกการจู่โจม
อีกฝ่ายแต่งกายเป็นผู้คุมนักโทษ แต่แววตาอำมหิตที่อันตรายพอ ๆ มือสังหาร เป็นสิ่งที่มีแต่มือสังหารเท่านั้นที่จะสามารถมีได้
มือสังหารแผดเสียงดังลั่นแล้วแทงมีดใส่ลั่วชิงยวนอีกครั้ง
ลั่วชิงยวนหลบหลีกการโจมตีได้อย่างว่องไว
แต่ในยามนี้เองผู้คุมนักโทษอีกสามคนที่วิ่งเข้ามาจากด้านนอก ก็ยกกระบี่ขึ้นแล้วจู่โจมใส่ลั่วชิงยวนอย่างโหดเหี้ยม
ลั่วชิงยวนรับมือพวกมันด้วยท่าทีลนลาน เกรงว่ามือสังหารพวกนี้จะแทรกซึมเข้ามานานแล้ว
ฝีมือของคนพวกนี้แลดูมิคล้ายผู้คุมนักโทษทั่วไปเลยสักนิด
ทว่าพวกเขากลับลากศพบนพื้นแล้วออกไปจากห้องขังโดยมิได้เอ่ยวาจาใดสักคำ ทั้งยังไม่ลืมลั่นกุญแจห้องขังก่อนจากไปอีกต่างหาก
ลั่วชิงยวนเดินมาที่ประตูห้องขังแล้วมองออกไปข้างนอก เงียบสงัดหามีผู้ใดไม่
มีกลิ่นยาสลบจาง ๆ ลอยอยู่ในอากาศ
ดูเหมือนว่าทุกคนในห้องขังล้วนถูกวางยากันจนสิ้น
มีเพียงมือสังหารพวกนั้นที่กล้าลงมือ
แต่ผู้ใดกันที่ช่วยชีวิตนางเอาไว้กันแน่?
พวกมือสังหารถูกลากตัวออกไปแล้ว ลั่วชิงยวนคิดกับตัวเองว่าในเมื่อแผนการของพวกมันล้มเหลว พวกมันคงร้อนใจที่จะตัดสินโทษนางแล้ว
ทว่าเวลาที่นางให้สัญญากับลั่วอวิ๋นสี่ก็คือคืนนี้ นางจะมัวแต่รีรออยู่ทั้งวันเช่นนี้ได้อย่างไรกันเล่า
…….
หลังจากนั้นสักพัก ผู้คุมนักโทษก็เข้ามาตรวจดูความเรียบร้อยแล้วร้องอุทานขึ้นมาว่า “มิได้การแล้ว เรียกหมอเร็วเข้า! ผู้ต้องหาถูกวางยาพิษแล้ว!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...