ใต้เท้าเหอกล่าวด้วยท่าทีจนใจ “เจ้าจะสนใจเรื่องพวกนี้หาปะไร? ขอเพียงทุกอย่างเรียบร้อยก็เป็นพอ”
“รีบกลับเข้าคุกไปก่อนที่จะมีใครมาพบเข้าเถอะ”
ใต้เท้าเหอเอ่ยเร่งให้นางกลับเข้าไปในคุก
หลังจากวันนั้น ทุกอย่างก็สงบไร้คลื่นลม
ก่อนเที่ยงวัน อู๋อิ่งรีบเข้ามาในคุกภายใต้การตระเตรียมของใต้เท้าเหอ
เมื่อใต้เท้าเหอได้ยินคำไต่สวนเรื่องของหลิวซิงเหอ เขาก็รู้สึกสับสนยิ่งนัก
“ข้าส่งคนไปสืบดูแล้ว อัครเสนาบดีลั่วจ่ายเงินชดเชยให้หลิวซิงเหอแทนลั่วเยวี่ยอิงถึงห้าหมื่นตำลึง เรื่องนี้ก็เป็นอันจบลง หลิวซิงเหอมิได้คิดจะสืบสาวราวเรื่องที่สวนเซียงอู๋เกิดเหตุเพลิงไหม้อีก”
“มิหนำซ้ำพื้นเพของหลิวซิงเหอเองก็ช่างแสนจะธรรมดายิ่ง หามีอันใดน่าสงสัยไม่”
อู๋อิ่งกล่าวว่า “หลิวซิงเหอสารภาพกับข้าว่าเขาขายสวนเซียงอู๋ไปเมื่อห้าปีก่อน ผู้ซื้อที่อยู่เบื้องหลังสวนเซียงอู๋มิต้องการเปิดเผยตัวตน ดังนั้นภายนอกเขาจึงยังคงเป็นเจ้าของสวนเซียงอู๋”
“ตอนที่สวนเซียงอู๋เกิดเหตุเพลิงไหม้ เขามิได้สูญเสียอันใดเลย ฉะนั้นย่อมมิเสียใจอยู่แล้ว”
เมื่อใต้เท้าเหอได้ยินเช่นนี้เข้าก็รู้สึกตกตะลึง “เจ้ารู้ได้อย่างไรกัน?”
อู๋อิ่งเหลือบมองใต้เท้าเหอด้วยสายตาไม่ยี่หระ “ใช้กำลังน่ะสิ”
ใต้เท้าเหอตะลึงงัน
ลั่วชิงยวนขมวดคิ้วแล้วถามว่า “ผู้ซื้อที่อยู่เบื้องหลังสวนเซียงอู๋เป็นผู้ใดกัน?”
อู๋อิ่งเหลือบมองใต้เท้าเหอที่อยู่ข้าง ๆ ด้วยท่าทีลังเลใจ
“หาเป็นอันใดไม่ ว่ามาเถอะ” ลั่วชิงยวนไม่ถือสาที่ใต้เท้าเหอจะได้ยิน
น้ำเสียงของอู๋อิ่งกลับเย็นชาขึ้นมาบ้าง “หวงเจียงหยาง พ่อบ้านตระกูลฝู!”
เมื่อลั่วชิงยวนได้ยินเช่นนี้ก็รู้สึกตกตะลึง
ตระกูลฝู! เรื่องนี้ก็เกี่ยวข้องตระกูลฝูด้วยหรือ? !
ใต้เท้าเหอเองก็ตกตะลึงเช่นกัน เรื่องที่เกิดขึ้นในสวนเซียงอู๋ก็เกี่ยวข้องกับตระกูลฝูกระนั้นหรือ?
ในยามนี้เอง อู๋อิ่งก็ล้วงเอาเศษกระดาษไม่กี่แผ่นออกมาจากแขนเสื้อแล้วยื่นให้ลั่วชิงยวน
“หลิวซิงเหอยังบอกอีกด้วยว่า เขาเห็นน้ำมันปริมาณมหาศาลถูกลำเลียงผ่านประตูหลังเข้ามาในสวนเซียงอู๋”
“ข้าลองตรวจสอบกับหลายคนที่อยู่ในโรงครัวตามที่เขาว่ามาแล้ว นี่คือบัญชีข้าวของที่พวกเขาซื้อมาจัดงานเลี้ยง หนึ่งในนั้นมีน้ำมันห้าถังซึ่งเพียงพอให้ทำอาหารไปได้หลายปีเชียว”
……
ณ จวนมหาราชครู
ลั่วอวิ๋นสี่ที่อยู่ภายในห้องเจ็บปวดยิ่งเสียจนต้องเอามือกุมศีรษะแล้วพยายามลุกขึ้น แต่กลับยากลำบากยิ่งนัก
ความทรงจำอันสับสนวุ่นวายทำให้นางรู้สึกเจ็บปวดอย่างถึงที่สุดจนดวงตาพร่าลาย
ในยามนี้เอง ก็มีบุรุษผู้หนึ่งลอบเข้ามาในห้อง “อวิ๋นสี่ อวิ๋นสี่ เจ้าเป็นอันใดไป?”
ลั่วอวิ๋นสี่คว้าท่อนแขนของสวีซงหย่วนด้วยท่าทีเจ็บปวด “พี่สวี ข้าปวดศีรษะ...”
“ข้าจะไปตามหมอ!” สวีซงหย่วนขมวดคิ้วด้วยท่าทีร้อนใจยิ่งนัก
ลั่วอวิ๋นสี่คว้าตัวเขาไว้ “ไม่เจ้าค่ะ! ช่วยประคองข้าให้ลุกขึ้นที ข้าต้องไปที่ศาลาว่าการ!”
“ไยเจ้าต้องไปที่ศาลว่าการด้วย?” สวีซงหย่วนรู้สึกกังวลใจยิ่งนัก “ตอนนี้เจ้าปวดศีรษะรุนแรงเสียขนาดนั้น เจ้าควรพักผ่อนให้ดี”
“ข้าจะไปกลับคำให้การ! หากข้ามิไปก็อาจจะสายเกินไปแล้วก็ได้!”
เมื่อสวีซงหย่วนได้ยินเช่นนี้ เขาก็สีหน้าแปรเปลี่ยน

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...