“เจ้าคิดจะกลับคำให้การหรือ? เพราะเหตุใดกัน? ฝูเสวี่ยผู้นั้นเกือบสังหารเจ้าอยู่แล้วนะ! นางข่มขู่เจ้าใช่หรือไม่? นางเป็นสาเหตุที่ทำให้เจ้าปวดศีรษะใช่หรือไม่?”
สวีซงหย่วนมองนางด้วยสายตาตื่นตะลึงพลางรู้สึกร้อนใจอยู่บ้าง
“เพราะฝูเสวี่ยมิใช่ผู้ที่ทำร้ายข้า แต่เป็นลั่วเยวี่ยอิงต่างหากเล่า! ลั่วเยวี่ยอิงมิเพียงแต่ทำร้ายข้า นางยังคิดจะยืมมือข้ากำจัดฝูเสวี่ยอีกด้วย!”
“พี่สวี รีบพาข้าไปที่ศาลาว่าการเร็วเข้า! อย่าให้ท่านแม่รู้เรื่องนี้เป็นอันขาดนะเจ้าคะ!”
ลั่วอวิ๋นสี่คว้าแขนของสวีซงหย่วนด้วยท่าทีร้อนใจ จากนั้นก็ขอร้องให้เขาพาไปที่ศาลาว่าการ
ทว่าสวีซงหย่วนกลับขมวดคิ้ว “อวิ๋นสี่ เจ้าเจอฝูเสวี่ยใช่หรือไม่? นางแหกคุกออกมากระนั้นหรือ?”
“เจ้าอย่าถูกนางหลอกเป็นอันขาดเชียวนะ! หากเจ้าไปกลับคำให้การที่ศาลาว่าการ มิเท่ากับว่าทำให้ตัวเองต้องเดือดร้อนหรอกหรือ?”
“อวิ๋นสี่ เจ้ามิสบายก็ควรจะพักผ่อนให้ดีเสียก่อน” สวีซงหย่วนดันลั่วอวิ๋นสี่ให้นอนลงกับเตียงแล้วห่มผ้าให้นาง
ศีรษะของลั่วอวิ๋นสี่ทั้งสับสนและปวดตุบ ๆ ชวนให้รู้สึกไม่สบายยิ่ง “พี่สวี นี่เป็นเรื่องสำคัญ ข้าต้องไปเจ้าค่ะ!”
“หวกท่านมิพาข้าไปก็ช่างเถิด ข้าจะไปเองเจ้าค่ะ!”
ลั่วอวิ๋นสี่ฝืนลุกขึ้นจากเตียง จากนั้นก็เกาะโต๊ะและกำแพงเพื่อเดินออกไป
สวีซงหย่วนสีหน้าเคร่งเครียดและจนด้วยเกล้า เขายกมือขึ้นซัดต้นคอของลั่วอวิ๋นสี่จนนางหมดสติไป
สวีซงหย่วนอุ้มคนเอาไว้ในอ้อมแขนแล้วอดมิได้ที่จะรู้สึกผิดอยู่บ้าง “ข้าหวังว่าพรุ่งนี้เช้ายามที่เจ้าตื่นขึ้นมา เจ้าจะลืมเรื่องทั้งหมดนี้ไปเสีย มิฉะนั้น...”
เขาถอนหายใจพลางอุ้มลั่วอวิ๋นสี่ไปที่เตียงแล้วห่มผ้าให้นาง
……
ลั่วชิงยวนรออยู่ในคุกมาทั้งคืน แต่ก็ไม่เห็นลั่วอวิ๋นสี่มาหาและหามีข่าวคราวของลั่วอวิ๋นสี่ไม่
นางรู้สึกไม่สบายใจและสัมผัสได้ว่าเกิดเรื่องบางอย่างขึ้นแล้ว
เมื่อฟ้าสาง ลั่วไห่ผิงก็มาที่ศาลาว่าการและทวงถามความเป็นธรรมเรื่องเหตุเพลิงไหม้ที่เกิดขึ้นในสวนเซียงอู๋ให้แก่ลั่วเยวี่ยอิงบุตรีของตน
เมื่อไร้หนทางให้หลบเลี่ยง ดังนั้นใต้เท้าเหอจึงหามีทางเลือกไม่นอกจากพลิกคดีขึ้นมาใหม่
“ใต้เท้าเหอ วันนี้ถึงเวลาที่ท่านต้องให้คำอธิบายแก่ข้าได้แล้วกระมัง?” ลั่วไห่ผิงโกรธจัดและมีท่าทีไม่พอใจนัก
“ธรรมดากระนั้นหรือ? สวนเซียงอู๋ของเจ้าเปิดทุกสิบวันหรือครึ่งเดือนแค่เพียงครั้งเดียว จะใช้น้ำมันเยอะสักแค่ไหนกันเชียว?”
“ยิ่งไปกว่านั้น ของส่วนใหญ่ในงานเลี้ยงก็เป็นพวกน้ำชาและขนมซึ่งต่างไปจากงานเลี้ยงในโรงเตี๊ยม บอกข้าที เจ้าต้องใช้น้ำมันห้าถังนี้นานสักเพียงใดกว่าจะหมดเกลี้ยง?”
จ้าวต้าเปียวรู้สึกสับสนพลางกำหมัดแน่นด้วยท่าทีร้อนรนกังวลใจ
ลั่วไห่ผิงขมวดคิ้วพร้อมทำสีหน้าไม่พอใจ “มีน้ำมันเยอะแล้วจะพิสูจน์สิ่งใดได้กระนั้นหรือ?”
“ข้าไม่สนใจหรอกว่าจ้าวต้าเปียวจะเผาสวนเซียงอู๋เพราะคุมแค้นต่อสวนเซียงอู๋หรือผู้ใดก็ช่าง สิ่งที่ข้าสนใจก็คือฝูเสวี่ยลอบทำร้ายบุตรสาวของข้า! นางเกือบสังหารคนถึงสองคนแล้ว!”
“ในการวิเคราะห์ขั้นสุดท้าย เรื่องพวกนี้ย่อมต้องแยกเป็นสองคดี ใต้เท้า ไฉนท่านมิให้ฝูเสวี่ยมอบคำอธิบายให้แก่ข้าเล่า!”
ลั่วไห่ผิงกดดันเขา
ใต้เท้าเหอรู้สึกเป็นกังวลขึ้นมาบ้างแล้ว
เมื่อลั่วชิงยวนได้ยินเช่นนี้เข้า นางก็อดมิได้ที่จะขมวดคิ้ว
แน่นอนว่าชั่วครู่ต่อมา สิ่งที่นางเป็นกังวลก็เกิดขึ้น

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...