เมื่อลั่วชิงยวนสัมผัสได้ถึงอันตรายก็ดึงตัวฟู่จิ่งหลีเข้ามา
หลบเลี่ยงการจู่โจมได้อย่างหวุดหวิด
แต่กลับมีเสียงล้มลงกับพื้นดังขึ้นสองคำรบ...
จ้าวต้าเปียวกับหวังเยวี่ยชิงล้มลงทันที
หญิงชราร้องอุทานว่า "ลูกข้า!"
นางเองก็หมดสติไปด้วยความตื่นตระหนก
ทุกคนต่างตกตะลึง ใต้เท้าเหอลุกพรวดขึ้นมาทันที “จับตัวมือสังหารไว้!”
คนของทางการกลุ่มหนึ่งพุ่งตัวออกมา
ฟู่จิ่งหลียังรู้สึกตื่นตะลึงอยู่บ้าง เมื่อเห็นทั้งสองศพที่นอนอยู่กับพื้น หากลั่วชิงยวนดึงตัวเขาได้มิทันเวลาล่ะก็ เขาคงตายไปแล้ว
ลั่วชิงยวนคุกเข่าลงแล้วตรวจสอบบาดแผลที่ทำให้จ้าวต้าเปียวกับหวังเยวี่ยชิงถึงแก่ชีวิต เข็มพิษแทงเข้าตรงท้ายทอย อาวุธลับเช่นนี้เป็นอันตรายถึงชีวิต
นางหันหน้าไปมองลั่วเยวี่ยอิงที่หวาดกลัวเสียจนสีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นซีดขาว
ลั่วไห่ผิงฉุดอีกฝ่ายให้ลุกขึ้นพลางกล่าวว่า “ที่นี่ไม่ปลอดภัย ไปกันเถอะ”
หลังจากเขาพูดจบก็คุ้มครองลั่วเยวี่ยอิงออกไป
ใต้เท้าเหอมองศพบนพื้นแล้วให้รู้สึกหงุดหงิดใจยิ่งนัก "นี่มันสุดจะรับได้จริง ๆ! พยานถูกสังหารในโถงพิจารณาคดี"
ฟู่จิ่งหลีเดินเขามาถามว่า “ใต้เท้าเหอ สิ่งที่สองคนนั้นว่ามาน่าจะเพียงพอที่จะพิสูจน์ได้ว่าฝูเสวี่ยเป็นผู้บริสุทธิ์แล้วกระมัง?”
ใต้เท้าเหอผงกศีรษะ “พ่ะย่ะค่ะ นางเป็นผู้บริสุทธิ์ ยามนี้พวกเราก็สามารถปล่อยตัวนางได้แล้ว”
ฟู่จิ่งหลีรู้สึกโล่งอกพลางกล่าวว่า “เช่นนั้นก็ดี ข้าสู้อุตส่าห์ลงทุนเสี่ยงชีวิตมาถึงที่นี่ นับว่ามิเสียเปล่าแล้ว”
ใต้เท้าเหอสั่งให้คนมาหามศพออกไปด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “เพียงแต่ว่าคดีนี้กลับเพิ่มมาอีกสองชีวิต ยิ่งทำให้เรื่องยุ่งยากขึ้นไปอีก”
พยานในโถงพิจารณาดีถูกสังหารต่อหน้าต่อตาผู้คน นี่มิใช่เรื่องเล็ก ๆ เอาเสียเลย ต้องจับตัวคนร้ายมาให้ได้เสียก่อนจึงจะสามารถให้คำอธิบายได้
“ขอบคุณใต้เท้า ข้าจักพาฝูเสวี่ยไปด้วย” ฟู่จิ่งหลีหาได้สนใจเรื่องคดีนี้ เขาสนใจเพียงแค่เรื่องชีวิตของฝูเสวี่ยเท่านั้น
หลังจากฟู่จิ่งหลีพูดจบก็พาลั่วชิงยวนออกไป
ถนนด้านนอกศาลาว่าการคลาคล่ำไปด้วยผู้คน ยามนี้คนของทางการกำลังค้นหาตัวมือสังหารไปทั่วทุกหนแห่ง
แต่ดูเหมือนว่ายากที่จะจับตัวได้ เพราะคู่ต่อสู้แข็งแกร่งยิ่งนัก
“โปรดขอบพระทัยท่านอ๋องแทนหม่อมฉันด้วยเถิดเพคะ” ลั่วชิงยวนกล่าวขึ้น
ฟู่จิ่งหลีตอบว่า “ข้าสัญญากับเสด็จพี่สามว่า ข้าจักพาเจ้ากลับตำหนักอ๋องทันทีที่เจ้าออกจากศาลาว่าการ เมื่อเจ้ากลับไปก็ขอบคุณเขาเองเถอะ”
เมื่อลั่วชิงยวนได้ยินเช่นนี้เข้าก็รู้สึกตื่นตะลึงอยู่บ้าง จากนั้นนางก็ขมวดคิ้ว “ไม่เพคะ หม่อมฉันยังมีเรื่องต้องไปจัดการ! พระองค์เสด็จกลับไปก่อนเถิดเพคะ ประเดี๋ยวหม่อมฉันค่อยตามไป”
“มีเรื่องเร่งด่วนอันใดกัน เจ้าถึงได้รีบร้อนถึงเพียงนั้น?” ฟู่จิ่งหลีรู้สึกประหลาดใจ
“เพคะ เป็นเรื่องด่วน!” หลังจากลั่วชิงยวนพูดจบ นางก็วิ่งไปอีกทาง
นางกำลังจะไปที่จวนมหาราชครูเพื่อดูว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้นกับลั่วอวิ๋นสี่!
……
ณ จวนมหาราชครู
ยามที่ลั่วอวิ๋นสี่ตื่นขึ้นมา ก็เป็นช่วงกลางวันและความทรงจำของนางฟื้นกลับคืนมาเป็นส่วนใหญ่แล้ว
เมื่อนึกถึงสิ่งที่นางให้สัญญากับฝูเสวี่ย ลั่วอวิ๋นสี่ก็ร้อนใจมากเสียจนรีบวิ่งออกมาทันที มิทราบว่าไปตอนนี้จะสายเกินไปหรือไม่!
นางได้แต่หวังว่าฝูเสวี่ยจะยังมีชีวิตอยู่!

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...