เดิมทีนางคิดจะเดินเลี่ยงห้องของมารดาตน แต่นางพบว่าวันนี้ดูเหมือนทั้งจวนจะดูผิดปกติไป เพราะไม่เห็นคนรับใช้เดินไปมาแม้สักคนเดียว
ช่างเงียบอย่างน่าประหลาด
ยามที่นางผ่านเรือนของมารดาแล้วเดินเข้าไป ก็พบว่าช่างเงียบสงัดจนน่ากลัว
แต่นางกลับเห็นสวีซงหย่วนที่เพิ่งจะเปิดประตูเดินออกมา
“ท่านพี่สวี… ท่าน...” ลั่วอวิ๋นสี่ขมวดคิ้วพลางนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืน ดูเหมือนว่าสวีซงหย่วนจะฟาดนางจนสลบไป
สวีซงหย่วนตื่นตกใจไปชั่วขณะ จากนั้นก็ยิ้มพลางถามว่า “อวิ๋นสี่ เจ้ายังปวดศีรษะอยู่หรือไม่?”
เขาเดินเข้ามาหมายจะแตะหน้าผากของลั่วอวิ๋นสี่
ลั่วอวิ๋นสี่ก้าวถอยหลังด้วยท่าทีตั้งรับ “ไฉนเมื่อคืนท่านต้องฟาดข้าให้สลบไปด้วย? เหตุใดยามนี้ท่านจึงเดินออกมาจากห้องมารดาของข้าอีก?”
“คนในจวนแห่งนี้ไปอยู่ที่ไหนกันหมด? ไยจึงเงียบถึงเพียงนี้เล่า?”
ลั่วอวิ๋นสี่รู้สึกสับสนอย่างถึงที่สุด
สวีซงหย่วนยิ้มพลางกล่าวว่า “อวิ๋นสี่ มารดาของเจ้าตอบตกลงให้พวกเราอยู่ด้วยกันแล้ว เจ้าดีใจหรือไม่?”
เมื่อลั่วอวิ๋นสี่ได้ยินเช่นนี้ก็รู้สึกตกตะลึง “ตอบตกลง? เรื่องนั้นเป็นไปได้อย่างไรกัน!”
นางรู้นิสัยของมารดาตนดี อีกฝ่ายจะตอบตกลงให้นางอยู่กับคนในยุทธภพได้อย่างไรกันเล่า?
ลั่วอวิ๋นสี่เดินผ่านสวีซงหย่วนไปแล้วร้องตะโกนว่า “ท่านแม่!”
ทว่ากลับหามีเสียงขานตอบมาจากในห้อง
ขณะที่นางยกมือขึ้นหมายจะเปิดประตู สวีซงหย่วนก็คว้ามือของนางเอาไว้ “อวิ๋นสี่ หากเจ้าเปิดประตูบานนี้ออก เรื่องบางอย่างก็หมดทางจะแก้ไขแล้ว!”
“ท่านหมายความเยี่ยงไรกัน?” ลั่วอวิ๋นสี่มองเขาด้วยสายตาตกตะลึง “ท่านพี่สวี ท่านทำอันใดลงไป? เมื่อคืนท่านฟาดข้าจนสลบไป ท่านจงใจกีดกันมิให้ข้าไปกลับคำให้การที่ศาลาว่าการใช่หรือไม่?”
“ท่านทำอันใดลงไปกันแน่?”
ลั่วอวิ๋นสี่รู้สึกแต่เพียงว่าวันนี้สวีซงหย่วนช่างแปลกประหลาดนัก ชวนให้นางรู้สึกแปลก ๆ และไม่สบายใจเอาเสียเลย
สวีซงหย่วนชมวดคิ้ว “ความทรงจำของเจ้าฟื้นกลับคืนมาแล้วจริง ๆ”
“เช่นนั้นข้าก็ขอโทษด้วย อวิ๋นสี่”
ยามที่เขามองมาที่ลั่วอวิ๋นสี่อีกครั้ง ดวงตาของสวีซงหย่วนกลับฉายแววเยียบเย็น
ลั่วอวิ๋นสี่หยิบขวดยาสีดำสนิทขึ้นมา ลั่วหรงส่ายหน้าสุดชีวิตเพื่อห้ามปรามนางอย่างสุดกำลัง
ลั่วอวิ๋นสี่น้ำตาไหลอาบน้ำ นางรู้ผิดแล้วเพราะนางเป็นคนที่ทำร้ายมารดาของตน!
นางเปิดขวดยาแล้วกินยาพิษลงไป
ความปวดแสบปวดร้อนพุ่งเข้าจู่โจมใส่ลำคอของนาง ทันใดนั้นนางก็ทรุดตัวลงด้วยความเจ็บปวดรวดร้าว
ลั่วหรงรู้สึกปวดใจนักและอยากจะห้ามเอาไว้ แต่กลับเปล่งเสียงไม่ออก
อวิ๋นสี่ ไฉนเจ้าถึงได้โง่งมเช่นนั้น!
ลั่วอวิ๋นสี่เงยหน้าขึ้นพร้อมน้ำตาคลอเบ้า จากนั้นก็จ้องมองมาที่สวีซงหย่วนพลางอ้าปากเอ่ยวาจาด้วยน้ำเสียงแหบแห้งว่า “ปล่อยมารดาของข้าไปซะ!”
สวีซงหย่วนค่อย ๆ ลดดาบเล่มยาวที่อยู่ในมือลง แล้วค่อย ๆ เอ่ยขึ้นมาว่า “เจ้ายังต้องตัดเส้นเอ็นมือของตัวเจ้าด้วย แต่หากเจ้าทำมิได้ ก็ให้ข้าช่วยเจ้าเองเถอะ”
ดวงตาของสวีซงหย่วนพลันแปรเปลี่ยนเป็นเย็นชาพลางตวัดดาบเล่มยาว
ดาบคมกริบสะบั้นลำคอ จากนั้นโลหิตก็พุ่งทะลักออกมา
“ท่านแม่เจ้าคะ!” ลั่วอวิ๋นสี่มองโลหิตที่สาดกระเซ็นต่อหน้าต่อตา ศีรษะของมารดาร่วงตกลงมาอย่างอ่อนล้าโรยแรงพร้อมดวงตาแดงก่ำ

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...