สวีซงหย่วนกัดฟันแน่น ราวกับว่าเขาไม่คิดจะเอ่ยสิ่งใด
“ให้ข้าเดาเถอะ เป็นลั่วเยวี่ยอิงใช่หรือไม่?” ลั่วชิงยวนค่อย ๆ โน้มตัวมาข้างหน้า น้ำเสียงของนางฟังดูเยียบเย็น
สวีซงหย่วนโต้ตอบด้วยท่าทีแค้นเคือง “หากเจ้าอยากฆ่าก็ฆ่าเลยสิ! เลิกเอ่ยวาจาเลื่อนเปื้อนสักที!”
“ดูเหมือนจะมิใช่นะ” ลั่วชิงยวนออกแรงมือเพียงเล็กน้อย ก็หักนิ้วข้อเล็ก ๆ ของอีกฝ่ายได้แล้ว
“อ๊าก…" สวีซงหย่วนเจ็บปวดเสียจนเหงื่อกาฬชุ่มโชก
“ลั่วไห่ผิงเช่นนั้นหรือ?” ลั่วชิงยวนแววตาเย็นชา
สวีซงหย่วนยังคงกัดฟันมิยอมตอบ
“ดูเหมือนจะมิใช่เช่นกัน” ลั่วชิงยวนใช้ดาบจู่โจมลงมาอีกครั้ง
ข้อนิ้วก็ขาดกระเด็นไปอีกข้อหนึ่ง
โลหิตสาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนชายกระโปรงของนาง
ลั่วอวิ๋นสี่ที่เฝ้ามองดูจากด้านข้างก็ตะลึงงันไปเสียแล้ว ช่างเป็นวิธีการอันโหดเหี้ยมนัก ฝูเสวี่ยผู้นี้หน้ามิเปลี่ยนสีเสียด้วยซ้ำไป นางเป็นผู้ใดกันแน่?
นางทนดูภาพเช่นนั้นมิไหวแล้ว แต่เมื่อนางได้ยินเสียงแผดร้องของสวีซงหย่วน นางก็อดมิได้ที่จะรู้สึกเบิกบานใจ
ลั่วอวิ๋นสี่กุมดาบเอาไว้แน่นพร้อมน้ำตาอาบหน้า สายตาของนางเต็มไปด้วยความโศกเศร้าและชิงชัง
“เช่นนั้น… ก็เป็นตระกูลฝูกระมัง?” ลั่วชิงยวนค่อย ๆ เอ่ยขึ้นพลางจ้องมองสวีซงหย่วน
ทว่าทันทีที่สวีซงหย่วนได้ยินสองคำนี้ เขาก็สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นอันมาก
ฝูเสวี่ยสงสัยตระกูลฝูได้อย่างไรกัน?
ท่าทีตอบสนองของอีกฝ่ายทำให้ลั่วชิงยวนได้คำตอบแล้ว
นึกไม่ถึงเลยว่าจะเป็นตระกูลฝูอีกแล้ว
สวีซงหย่วนเองก็เป็นสมาชิกคนหนึ่งของตระกูลฝูเช่นกัน
เจ้ากรมกลาโหมช่างยุ่งเสียจริง ๆ
ลั่วชิงยวนขมวดคิ้วพลางครุ่นคิด “นายของเจ้ามิน่าจะมีเพียงตระกูลฝูแค่ตระกูลเดียวกระมัง ข้ายังจำได้ว่าเจ้าสนใจดีงูมากทีเดียว ชะรอยเจ้าสิ่งนี้คงมิใช่สิ่งที่ตระกูลฝูต้องการหรอก”
“เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว ไยเจ้ามิอธิบายมาให้กระจ่าง บางทีข้าอาจไว้ชีวิตเจ้าก็ได้” ลั่วชิงยวนข่มขู่ด้วยน้ำเสียงเย็นชา
แต่ยามนี้สีหน้าของสวีซงหย่วนกลับเต็มไปด้วยแววตื่นตระหนก ไฉนฝูเสวี่ยผู้นี้ถึงได้รู้มากเช่นนั้นเล่า?
นางเป็นผู้ใดกันแน่?
“เจ้ายังคิดให้ข้าเดาอีกรึ?”
ลั่วชิงยวนก้มหน้ามองสวีซงหย่วน จากนั้นก็เอ่ยเน้นทีละคำ ๆ ว่า “เป็น... เหยียน ผิง เซียว ใช่หรือไม่?”
ลั่วชิงยวนรู้สึกตกตะลึงแล้วรีบกวาดสายตามองไปรอบ ๆ
มือสังหารผู้นั้น! อยู่ตรงนั้นอีกแล้ว!
ในยามนี้เอง เงาร่างของฟู่เฉินหวนก็ปรากฏแก่สายตาของนาง
ฟู่เฉินหวนขมวดคิ้วแล้วมองภาพบุรุษที่ลั่วชิงยวนกำลังไล่ตามมาล้มลงด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
พอเขารู้ว่าลั่วชิงยวนมาที่จวนมหาราชครู เขาก็รีบมาหาทันที
ตอนนี้มีคนไม่รู้มากมายเพียงใดที่หมายจะเอาชีวิตนาง นางไม่รู้ตัวบ้างเลยหรือไร? ยังกล้าวิ่งไปทั่วอยู่อีกหรือ?
ลั่วชิงยวนเห็นฟู่เฉินหวนกำลังเดินเข้ามาหานาง
มีผู้คนสัญจรผ่านไปมามากมาย
ทันใดนั้นรอยสักรูปนกอินทรีบนหลังมือของผู้สัญจรผ่านทางคนหนึ่ง ก็พลันดึงดูดความสนใจของนางเอาไว้
มือที่มีรอยสักรูปนกอินทรีอยู่บนหลังมือกำลังถือมีดสั้นคมกริบ
ใกล้เข้ามาหาฟู่เฉินหวนมากขึ้นเรื่อย ๆ!
ลั่วชิงยวนสูดหายใจและรีบพุ่งเข้าไปหา…
“ฟู่เฉินหวน! ระวัง!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...