“หมู่นี้มีคนแปลกหน้าอยู่ในซีหยางบ้างหรือไม่? ที่เรือนมีกระไรน่าสงสัยหรือไม่?”
“ตรัสให้ข้าดูแลหลางหลางให้ดี มิฉะนั้นพระองค์จะสังหารข้าทิ้งเสีย”
เมื่อฟ่านซานเหอเอ่ยเช่นนี้ เขาก็กลืนน้ำลายด้วยความหวาดกลัวและเป็นกังวล
ลั่วชิงยวนสัมผัสได้ถึงความหวาดกลัวของเขาผ่านทางสีหน้า ดูเหมือนว่าเขาจะถูกคำขู่ของฟู่เฉินหวนทำเอาหวาดกลัวแล้วจริง ๆ
แต่นางก็มิคาดคิดว่าฟู่เฉินหวนจะเอ่ยเรื่องนี้กับฟ่านซานเหอขึ้นมาจริง ๆ
“หมู่นี้ซีหยางสงบสุขดีหรือไม่เจ้าคะ?” ลั่วชิงยวนไถ่ถามด้วยความเป็นห่วง
ฟ่านซานเหอผงกศีรษะ “ทุกอย่างเรียบร้อยดี ตระกูลของข้าเองก็มั่นคงยิ่งนัก ไม่มีเรื่องอันใดเกิดขึ้นหรอก”
“เช่นนั้นก็ดี ถึงแม้ว่าหลางหลางจะเป็นคนตระกูลลั่วเพียงผู้เดียวที่เหลืออยู่ แต่ก็ใช่ว่านางจะไร้ผู้หนุนหลัง หากตระกูลของท่านบังอาจรังแกนาง ตำหนักอ๋องย่อมไม่ละเว้นท่านแน่!”
ฟ่านซานเหอผงกศีรษะด้วยสายตาหวาดกลัว
หลังจากนั้นสักพัก ลั่วหลางหลางก็เดินออกมา เห็นอยู่ชัด ๆ ว่ากำลังร้องไห้ “ท่านแม่ของข้าฝังไปแล้ว ข้าจะไปเยี่ยมท่าน”
ฟ่านซานเหอรีบเข้าไปประคองนางแล้วกล่าวว่า “ข้าจักไปกับเจ้าด้วย”
ลั่วหลางหลางมองมาที่ลั่วชิงยวน เห็นได้ชัดว่าล่วงรู้ถึงตัวตนของลั่วชิงยวนแล้ว นางจึงกุมมือของลั่วชิงยวนแล้วเอ่ยขึ้นมาว่า “เจ้าอยู่ในเมืองหลวง ต้องดูแลตัวเองให้ดี ๆ”
“ท่านก็เช่นกัน” ลั่วชิงยวนพยักหน้า
“หลังจากพวกเราไปเยี่ยมท่านแม่แล้วก็คิดจะกลับซีหยางกันเลย คงต้องร่ำลากันตรงนี้แล้ว” ลั่วหลางหลางดวงตาแดงก่ำ ทว่าใบหน้าของนางกลับผุดรอยยิ้มอ่อนโยนขึ้นมา
“เดินทางระวังตัวด้วย”
จากนั้นฟ่านซานเหอก็ช่วยประคองลั่วหลางหลางขึ้นรถม้า จากนั้นรถม้าที่ทั้งสองคนโดยสารอยู่ก็เคลื่อนตัวออกไป
ระหว่างทาง ลั่วหลางหลางก็อดมิได้ที่จะใช้แขนเสื้อเช็ดน้ำตา
ฟ่านซานเหอปลอบโยนนาง “หลางหลาง ไฉนพวกเราไม่มีบุตรกันเล่า?”
เมื่อลั่วหลางหลางได้ยินเช่นนี้เข้า นางก็รู้สึกตกตะลึงแล้วเหลือบมองเขาพลางขมวดคิ้ว “คนทั้งตระกูลของข้าตายกันหมด ยามนี้ท่านยังมาบอกให้ข้ามีบุตรอีกหรือ?”
ในยามนั้นแอง ลั่วหลางหลางก็กำหมัดแน่นแล้วหัวใจก็พลันกระตุกขึ้นมาทันที
“อะ… อนุ?” ลั่วหลางหลางรู้สึกหายใจไม่ออก
ฟ่านซานเหอมีสีหน้ากระอักกระอ่วนใจ “ข้าเองก็ไม่มีทางเลือก อย่างไรเสียตระกูลฟ่านก็มิอาจไร้ทายาท...”
“หากรอให้น้องชายของข้าที่อยู่ในสนามรบกลับมาแต่งงาน ข้าก็มิทราบว่าจะเป็นเดือนใดปีใด เจ้าเองก็เห็นญาติที่อยู่ในซีหยาง พวกเขาจ้องจะแทงข้างหลังจนทำให้คนโงหัวมิขึ้นอยู่ตลอด ตระกูลฟ่านของพวกเราเองก็ถือว่าเป็นตระกูลใหญ่ เรื่องนี้.....”
ลั่วหลางหลางเอ่ยขัดจังหวะเขาด้วยน้ำเสียงเย็นชาขึ้นมาทันทีว่า “พอได้แล้ว!”
“หลางหลาง...” ฟ่านซานเหอมองนางด้วยสีหน้าทุกข์ใจ
ลั่วหลางหลางจึงกัดฟันพูดว่า “ไม่ต้องพูดอีกแล้ว หากท่านทนให้พวกเขานินทาเรื่องของตัวท่านมิได้จริง ๆ เช่นนั้นก็รับอนุเถิด”
ฟ่านซานเหอพูดถูก นางมีปมในใจเพราะรู้ดีว่าท่านปู่ตายอย่างไร ถึงแม้ว่านางจะมิได้โทษฟ่านซานเหอ แต่เรื่องราวก็เกี่ยวข้องกับเขาอย่างแยกไม่ออก
ท่านปู่ต้องสละชีวิตตนเพื่อช่วยตระกูลฟ่านกับนาง

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...