ยามนี้นางหาได้คิดจะมีบุตรกับฟ่านซานเหอแต่อย่างใดไม่ หรือบางทีวันหน้าก็อาจจะไม่ด้วย
ฟ่านซานเหอถึงกับจิตใจสั่นสะท้านแล้วลดเสียงลง “หลางหลาง ข้าเองมิอยากทำเช่นนั้นเหมือนกัน ในใจข้ามีเพียงเจ้าและเจ้าก็จะเป็นเพียงผู้เดียวเสมอไป”
“ข้าเองก็เกรงว่าสิ่งที่พวกเขาพูดจะฟังดูแสลงหูเกินไปและอาจทำให้เจ้าเสื่อมเสียชื่อเสียงเอาได้ ข้ามิอยากให้เจ้าได้รับความอยุติธรรม”
ลั่วหลางหลางขมวดคิ้ว “ยามนี้ข้ามิอยากเอ่ยถึงเรื่องนี้ ตกลงหรือไม่?”
ฟ่านซานเหอผงกศีรษะแล้วมิได้เอ่ยถึงเรื่องนั้นอีก
……
เมื่อตกเย็น อู๋อิ่งก็ส่งข่าวมาบอกว่าวันนี้เซี่ยหว่านอยู่ที่เรือนตามลำพัง ส่วนสามีผู้นั้นของนางออกไปข้างนอกและยังไม่กลับมาที่เรือน
ฉะนั้นค่ำคืนนี้ ลั่วชิงยวนจึงเปลี่ยนเป็นชุดที่เหมาะสมพลางสวมหน้ากากอันแสนอัปลักษณ์ของลั่วชิงยวนแล้วไปที่ถนนฝูลู่
ลั่วอวิ๋นสี่เองก็เปลี่ยนเป็นชุดดำแล้วสวมหมวกคลุมหน้าสีดำสนิท
เมื่อมาถึงนอกเรือน นางก็ได้ยินเสียงไอของเด็กหญิงตัวน้อยดังขึ้นทางด้านใน เซี่ยหว่านร้อนใจเสียจนเอ่ยขึ้นมาว่า “อิงอิง อยู่บ้านดี ๆ นะ แม่จักออกไปซื้อยามาให้เจ้า”
จากนั้นก็มีเสียงรื้อค้นหีบและตู้ในห้อง คงจะเป็นเซี่ยหว่านที่มองไม่เห็นแล้วรีบร้อนเสียจนทำข้าวของมากมายร่วงหล่น
ไม่นานเซี่ยหว่านก็ออกไปพร้อมกับเงินไม่กี่ตำลึง
ลั่วชิงยวนหลบไปอีกด้านหนึ่ง
เซี่ยหว่านรีบออกไปพลางเกาะไปตามกำแพง
เมื่อเห็นอีกฝ่ายเดินออกไปแล้ว ลั่วอวิ๋นสี่ก็อดมิได้ที่จะเอ่ยขึ้นมาว่า “นี่คือผู้ใดกัน? ไฉนจึงแลดูน่าเวทนาปานนั้น?”
“เซี่ยหว่านเคยเป็นนางรับใช้ที่คอยปรนนิบัติหยวนซื่อ(1)อยู่ในจวนอัครเสนาบดี” ลั่วชิงยวนเอ่ยขึ้นพลางเดินเข้าไปในเรือน
“หยวนซื่อ? นั่นมิใช่มารดาของลั่วเยวี่ยอิงหรอกหรือ?” ลั่วอวิ๋นสี่รู้สึกประหลาดใจ ในเมื่ออีกฝ่ายเป็นนางรับใช้ข้างกายหยวนซื่อ ไฉนจึงตกอยู่ในสภาพน่าเวทนาเช่นนั้นเล่า?
เมื่อลั่วชิงยวนเห็นเด็กหญิงอายุเจ็ดแปดขวบปีที่อยู่บนเตียงกำลังไอโขลก ๆ มิได้หยุดหย่อนจนหน้าตาแดงก่ำพลางเอามือกุมลำคอเอาไว้ ราวกับว่าหายใจไม่ออก
ลั่วชิงยวนก็ขมวดคิ้วแล้วรีบเข้าไปช่วยประคองเด็กหญิงให้ลุกขึ้น จากนั้นก็จัดให้ลำตัวท่อนบนของอีกฝ่ายนอนพาดขอบเตียงแล้วตบหลัง
ในยามนี้เอง เซี่ยหว่านก็รีบกลับมา “อิงอิง อิงอิง...”
เซี่ยหว่านรีบเปิดประตูเข้ามา “อิงอิง เจ้ามิเป็นอันใดใช่หรือไม่?”
แต่ลั่วเยวี่ยอิงกับทาสใบ้กลับตามหลังเซี่ยหว่านมาอย่างกระชั้นชิด
“ลั่วชิงยวน! ไฉนเจ้าถึงมาอยู่ที่นี่อีกเล่า?!” ลั่วเยวี่ยอิงตะลึงงันไปชั่วขณะแล้วบังเกิดโทสะขึ้นมา
“เจ้าคิดจะทำอันใดกันแน่!” ลั่วเยวี่ยอิงพุ่งตัวเข้ามาด้วยท่าทีโกรธแค้น “ปล่อยอิงอิงไปซะ!”
ลั่วอวิ๋นสี่ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ รีบเข้ามาขวางลั่วเยวี่ยอิง จากนั้นก็ผลักอีกฝ่ายออกไปมิยอมให้เข้ามาใกล้
ทาสใบ้รู้สึกตื่นตกใจแล้วคิดจะลงมือกับลั่วอวิ๋นสี่ทันที
น้ำเสียงแฝงแววข่มขู่ของลั่วชิงยวนก็พลันดังขึ้น…
ตามธรรมเนียมการเรียกขานสตรีที่แต่งงานแล้วของจีนจะใช้คำว่า 'ซื่อ' ต่อท้ายนามสกุลเดิม แต่บางครั้งก็จะใช้นามสกุลของสามีไว้หน้าสุดเพื่อระบุตัวสามีให้ชัดเจน

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...