“เซี่ยหว่าน สิ่งที่ข้าอยากจะรู้คือความจริงของเรื่องราว หาใช่ผู้ใดสังหารผู้ใดไม่”
“เจ้าควรจะคิดให้ดี ๆ ก่อนพูด”
เซี่ยหว่านคุกเข่าลงกับพื้นพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงร้อนใจว่า “สิ่งที่ข้ากล่าวมาเป็นความจริง พวกนางสองคนผู้หนึ่งเป็นฮูหยิน ส่วนอีกผู้หนึ่งเป็นอนุ พวกนางย่อมเข้ากันมิได้อยู่แล้ว”
“เดิมทีนายท่านรักใคร่ฮูหยินใหญ่ ทว่าต่อมาเนื่องจากความสัมพันธ์ร้าวฉาน ต่อมานายท่านก็หลงรักหยวนซื่อแล้วรับหยวนซื่อเข้ามาเป็นอนุ”
“ฮูหยินใหญ่มิอาจทนหยวนซื่อได้ นางจึงพาลเกลียดชังนายท่านไปด้วย”
“ครั้งหนึ่งเกือบทำให้นายท่านต้องสังเวยชีวิตแล้ว”
“เมื่อหยวนซื่อทราบเรื่องนี้เข้า นางกลับคุมแค้นและวางยาพิษฮูหยินใหญ่”
“ถึงแม้ว่าพวกนางมิได้ต่อสู้กันอย่างดุเดือด แต่พวกนางก็หมายจะให้ตายกันไปข้างหนึ่ง”
“ข้าก็มิทราบรายละเอียดมากไปกว่านี้แล้ว ที่ข้ารู้ก็มีเพียงเท่านี้!”
หลังจากเซี่ยหว่านพูดจบ อีกฝ่ายก็ร่ำไห้วิงวอน “ได้โปรดอย่าทำร้ายบุตรสาวของข้า! ได้โปรดเถอะ!”
เซี่ยหว่านมองไม่เห็นและมิทราบว่าลั่วชิงยวนปฏิบัติกับหวังอิงอย่างไร นางเป็นห่วงความปลอดภัยของบุตรสาวทั้งยังรู้สึกหวาดกลัวสุดขีดอีกด้วย
เมื่อลั่วเยวี่ยอิงได้ยินเข้าก็ราวกับถูกสายฟ้าผ่าฟาดเข้าใส่
นางพึมพำกับตนเองว่า “เป็นไปได้อย่างไรกัน... มิใช่เจ้าบอกว่ามารดาของข้าถูกมารดาของนางสังหารหรอกหรือ? เพราะเหตุใดกัน? คำพูดประโยคใดที่เจ้าพูดจริงและประโยคใดที่เจ้าพูดเท็จกันแน่?”
ยามนี้ลั่วเยวี่ยอิงมิอาจยอมรับคำพูดของเซี่ยหว่านได้ ทั้งยังมิอาจยอมรับว่ามารดาของนางสังหารมารดาของลั่วชิงยวน
มิฉะนั้น ความเกลียดชังที่นางมีต่อลั่วชิงยวนจะมาจากที่ใดกันเล่า?
ลั่วเยวี่ยอิงจำใจคว้าตัวเซี่ยหว่านแล้วเอ่ยถามเสียงเคร่ง “เมื่อก่อนเจ้ามิได้พูดเช่นนี้ บอกข้ามา เจ้าพูดเช่นนั้นเพราะลั่วชิงยวนจับตัวบุตรสาวของเจ้าใช่หรือไม่?”
“พูดมาสิ!”
ลั่วเยวี่ยอิงตื่นตระหนกเสียจนคว้าคอเสื้อของเซี่ยหว่านแล้วเขย่าตัวอีกฝ่าย
เมื่อหวังอิงเป็นเช่นนั้น นางก็ร้องไห้ขึ้นมาทันที “อย่าทำร้ายท่านแม่ของข้า อย่าทำร้ายท่านแม่ของข้านะ...”
เพียงแต่ว่าหวังอิงติดพิษจากครรภ์มารดา อีกฝ่ายมิได้รักษาให้ดีมาหลายปีถึงเพียงนั้น ในการขับพิษ มิเพียงต้องใช้โอสถให้ถูกต้อง แต่ยังต้องใช้เวลาอีกด้วย
แต่สำหรับนางแล้ว เรื่องนี้มิใช่ปัญหา
เซี่ยหว่านคุกเข่าร้องไห้อยู่กับพื้น ลั่วเยวี่ยอิงยังคงเอ่ยวาจาข่มขู่ ส่วนลั่วอวิ๋นสี่ก็ขวางมิให้ทาสใบ้เข้าใกล้นางได้
บรรยากาศในห้องเขม็งเกลียวขึ้นเรื่อย ๆ
เมื่อทาสใบ้รู้ว่าคนลึกลับที่สวมชุดดำตรงหน้าหาได้รู้วรยุทธ์แต่อย่างใดไม่ เขาก็รีบลงมือกับลั่วอวิ๋นสี่ หลังจากออกกระบวนท่าไปสองสามหนก็สามารถสยบอีกฝ่ายได้
เมื่อลั่วเยวี่ยอิงเห็นเช่นนี้เข้า นางก็รีบวิ่งเข้าไปหมายจะผลักลั่วชิงยวนออกไป แต่กลับถูกลั่วชิงยวนเตะสวนด้วยท่าทีเฉยชา
ลั่วเยวี่ยอิงเข้าใกล้มิได้เสียด้วยซ้ำไป
เมื่อเซี่ยหว่านได้ยินเสียงเข้า อีกฝ่ายก็ร้อนใจเสียจนหยิบค้อนที่อยู่บนพื้นแล้วพุ่งมาที่เตียงหมายจะทุบลงไปอย่างแรง
ในยามนี้เอง เสียงของเด็กน้อยก็ดังขึ้น “ท่านแม่เจ้าคะ...”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...