มือที่กำลังเหวี่ยงอยู่กลางอากาศพลันหยุดชะงักลง เซี่ยหว่านวางค้อนแล้วคุกเข่าลงกับพื้น จากนั้นก็โน้มตัวไปที่ขอบเตียงแล้วเอื้อมมือไปสัมผัสเด็กน้อยบนเตียง
“อิงอิง? อิงอิง เจ้าเป็นอันใดหรือไม่?”
หวังอิงจับมือของเซี่ยหว่าน “ท่านแม่เจ้าค่ะ ข้ามิเป็นอันใด”
“ข้าเพิ่งจะอาการกำเริบ แต่ยามนี้มิเป็นอันใดแล้ว” หวังอิงรีบอธิบายเพราะเกรงว่ามารดาจะเป็นห่วง
เมื่อได้ยินว่าน้ำเสียงของเด็กน้อยหาได้มีอันใดผิดปกติ เซี่ยหว่านก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก แต่ทันใดนั้นก็พลันรู้สึกตกตะลึงขึ้นมาทันที
หวังอิงมักจะล้มป่วยทุกสองสามวัน ในฐานะที่เป็นมารดา นางย่อมล่วงรู้เรื่องนี้เป็นอย่างดี
เมื่อก่อนทุกครั้งที่นางล้มป่วยจำเป็นต้องกินยาต้านพิษเพื่อบรรเทาอาการ ทว่ายามนี้กลับอาการดีขึ้นโดยมิต้องกินยาต้านพิษ
ลั่วชิงยวนผู้นี้เก่งฉกาจเสียจนสามารถรักษาโรคของบุตรสาวตนได้จริง ๆ หรือ?
แท้ที่จริงแล้ว ลั่วชิงยวนเองก็ทราบดีว่าอาการของหวังอิงมีสาเหตุมาจากพิษที่อยู่ในร่างกาย และเป็นเพราะพิษจึงทำให้อีกฝ่ายกลายเป็นเช่นนี้ ดูเหมือนว่าจะมียาต้านพิษอยู่ด้วย
ดังนั้นสิ่งที่ควบคุมเซี่ยหว่านก็คือ พิษในตัวบุตรสาวของอีกฝ่าย
แต่คราวนี้นางช่วยบุตรสาวของเซี่ยหว่านเอาไว้ อีกฝ่ายก็น่าจะเชื่อคำพูดของนาง
ในยามนี้เอง น้ำเสียงข่มขู่แฝงแววเย็นชาก็ดังขึ้น “ลั่วชิงยวน!”
เมื่อลั่วชิงยวนหันกลับมาก็เห็นว่าลั่วอวิ๋นสี่ถูกทาสใบ้จับกดลงกับโต๊ะ โดยที่ทาสใบ้ยังคงถือมีดสั้นเอาไว้ในมือ
ราวกับว่าเขากำลังข่มขู่นางอยู่ก็มิปาน
ลั่วเยวี่ยอิงจ้องมองนางด้วยสายตาโกรธแค้น “ข้าลงไม้ลงมือกับเจ้ามิได้ แต่คนของเจ้าตกอยู่ในมือของข้าแล้ว หากเจ้ายังไม่ไปอีกล่ะก็ ข้าจะสังหารนางทิ้งเสียเดี๋ยวนี้เลย!”
ลั่วอวิ๋นสี่ดิ้นรนอยู่หลายครั้ง แต่กลับถูกทาสใบ้กดลงอย่างแรง
ลั่วชิงยวนแค่นเสียงเย็นชา “ลั่วเยวี่ยอิง เจ้ากลัวที่จะล่วงรู้ความจริงกระนั้นหรือ?”
ลั่วเยวี่ยอิงโมโหเจียนคลั่ง สายตาเคียดแค้นจนแทบจะถลกหนังของลั่วชิงยวนทั้งเป็น!
ลั่วชิงยวนเดินมาที่โต๊ะพลางผลักทาสใบ้ออกไป แล้วประคองลั่วอวิ๋นสี่ที่ถูกดลงให้ลุกขึ้น
เมื่อนางพาลั่วอวิ๋นสี่จากไปแล้ว
หลังออกจากเรือนแล้ว ลั่วอวิ๋นสี่ก็ก้มหน้าก้มตา “ข้าขอโทษด้วย ข้าเป็นภาระให้เจ้าแล้ว”
หากนางมิได้ถูกกดเอาไว้ ลั่วชิงยวนก็คงมิต้องจากมาเช่นนี้
ลั่วชิงยวนตอบว่า “มิเป็นไร วันนี้มีความคืบหน้าแล้ว”
หลังจากกลับมาถึง ลั่วชิงยวนก็สั่งให้อู๋อิ่งไปสืบประวัติสามีของเซี่ยหว่าน
ในขณะเดียวกัน อู๋อิ่งก็ยังคงเฝ้าจับตามองเซี่ยหว่านต่อไป
ทว่าเช้าวันรุ่งขึ้น ก็มีเสียงเคาะประตูเรือนของลั่วชิงยวนด้วยความเร่งร้อน
เมื่อลั่วชิงยวนเปิดประตู อู๋อิ่งก็รีบเข้ามา
ถึงกับมีคนผู้หนึ่งซ่อนตัวอยู่ใต้ชุดคลุมตัวโคร่งอยู่จริง ๆ
เมื่อคนผู้นั้นออกมา กลับเป็นหวังอิง
ลั่วชิงยวนรู้สึกประหลาดใจนัก
นางมองอู๋อิ่งพลางถามว่า “ไฉนเจ้าถึงพานางมาที่นี่เล่า?”
อู๋อิ่งตอบว่า “แม่หนูผู้นี้อยากจะพบท่าน นางร้องเรียกชื่อท่านเบา ๆ อยู่ในตรอก ข้าจึงพาตัวนางมาที่นี่”
ลั่วชิงยวนรู้สึกตกตะลึงแล้วมองมาที่หวังอิง “เจ้ารู้ว่าร้องเรียกชื่อข้าในตรอกแล้วจะหาข้าพบได้อย่างไรกัน?”
หวังอิงตอบด้วยท่าทีอ่อนน้อมว่า "ท่านแม่สั่งให้ข้าทำเช่นนี้เจ้าค่ะ"

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...