“เจ้า่กำลังโกหกข้า! เรื่องเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นเจ้าที่แสร้งทำ!”
“ข้าไม่มีทางเชื่อ!”
“จะมีเรื่องไร้สาระเช่นนี้เกิดขึ้นได้เยี่ยงไร?!”
ลั่วเยวี่ยอิงรู้สึกสะเทือนใจมากจนนางทรุดตัวลง พร้อมตะวาดใส่ลั่วชิงยวนด้วยความโกรธเกรี้ยว
เมื่อพิจารณาจากท่าทีของลั่วเยวี่ยอิงแล้ว จึงรู้ได้ว่าเนื้อความของจดหมายฉบับนี้ส่งผลกระทบต่อจิตใจนางมากเพียงใด แต่นางกลับเลือกที่จะไม่เชื่อเรื่องราวเหล่านั้น
ลั่วชิงยวนเย้ยหยัน “เจ้ามิอยากยอมรับความจริงที่ว่าเจ้าเกลียดคนผิดมาเป็นเวลาหลายปีแล้วก็ตามใจ อยากเชื่ออย่างไรก็แล้วแต่เจ้า”
“เช่นนั้น ข้าคงมิโน้มน้าวเจ้าไปกว่านี้ และจากนี้ข้ามิขอไว้ชีวิตเจ้าอย่างเห็นแก่มิตรภาพระหว่างแม่ของเจ้ากับข้าอีกต่อไป”
นางวางความจริงไว้ตรงหน้าลั่วเยวี่ยอิงแล้ว ไม่ว่าลั่วเยวี่ยอิงจะเชื่อหรือไม่ ล้วนมิได้อยู่การควบคุมของนางแล้ว
ดวงตาของลั่วเยวี่ยอิงเปลี่ยนเป็นเย็นชา นางกำจดหมายไว้แน่น ก่อนที่จะจ้องมองไปยังลั่วชิงยวนด้วยความขุ่นเคือง
ลั่วชิงยวนหันหลังกลับและจากไปทันที
นางออกจากจวนอัครเสนาบดีไปอย่างเงียบ ๆ
ลั่วเยวี่ยอิงนั่งอยู่บนเตียง นางอ่านเนื้อความของจดหมายซ้ำแล้วซ้ำอีกอย่างไม่สบายใจ
ท่านพ่อฆ่าท่านแม่ จะเป็นไปได้เช่นไรกัน?
เขาโหดร้ายถึงเพียงนั้นได้เช่นไร?!
ต้องเป็นลั่วชิงยวนแน่ที่จงใจโกหกนาง!
แต่กระนั้น เรื่องดังกล่าวก็สอดคล้องกับเนื้อความของจดหมายอย่างสมบูรณ์แบบ
หลังจากนั้นไม่นาน ทาสใบ้ก็กลับมา ลั่วเยวี่ยอิงรีบเก็บจดหมายไปในทันที
นางซ่อนจดหมายไว้ใต้หมอน
“เป็นเช่นไรบ้าง? เจ้าหาเจอหรือไม่?”
ทาสใบ้พยักหน้าแล้วหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมายื่นให้นาง
ลั่วเยวี่ยอิงมองดูเนื้อความในกระดาษที่เขียนไว้ว่าลั่วชิงยวนมิได้อยู่ในตำหนักอ๋อง และฝูเสวี่ยก็มิได้อยู่ในหอฝูเสวี่ยด้วยเช่นกัน
ลั่วเยวี่ยอิงขมวดคิ้ว “ลั่วชิงยวนเพิ่งมาที่นี่”
หวังฉินถูกจับกุม แต่ทันทีที่เขาถูกจับเข้าคุก ความตายก็มาพรากเขาไป
ในระหว่างการสืบสวนพบว่าเมื่อไม่กี่วันก่อนหวังฉินถูกวางยาพิษ ตอนนี้พิษกำลังแพร่กระจายไปทั่วทั้งร่าง จนทำให้เขาตายลง ก่อนที่ผู้คุมจะทันได้เริ่มถามอะไรเสียด้วยซ้ำ
ลั่วชิงยวนไม่แปลกใจเมื่อได้รู้เรื่องนี้ เมื่อหวังฉินถูกทรมาน เขาอาจเปิดโปงลั่วไห่ผิงเข้า ลั่วไห่ผิงจะรับมือกับความเสี่ยงเหล่านี้ได้เช่นไร มีเพียงต้องให้อีกฝ่ายตายไปเท่านั้นที่ทำให้เขามั่นใจได้
สวีซงหย่วนตายแล้ว หวังฉินก็เช่นกัน แต่นั่นมิสำคัญ นางยังคงมีเบาะแสที่ต้องค้นหา
นั่นคือตระกูลฟู่
ในวันนี้ การร่านรำเทพเหมันต์ได้ถูกจัดขึ้นอีกครั้งในหอฝูเสวี่ย
ตราบใดที่ฝูเสวี่ยเต้นรำด้วยตนเอง หอฝูเสวี่ยก็จะเนืองแน่นไปด้วยผู้คนอย่างแน่นอน
แม้ยังไม่ถึงกำหนดเวลาการเต้นรำ ผู้คนจำนวนมากต่างมารวมตัวกันอยู่ที่ด้านนอกประตู แต่ถึงเช่นนั้นพวกเขาก็ไม่อาจเข้าไปข้างในได้
ลั่วชิงยวนยืนอยู่บนชั้นสอง มองหาฝูจ้าวท่ามกลางฝูงชนด้านล่าง แน่นอนว่าเขาก็มาที่นี่ด้วย
แม่เล้าเฉินเดินเข้ามา “คุณหนู เริ่มเลยดีหรือไม่เจ้าคะ?”
ลั่วชิงยวนพยักหน้า

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...