"ท่านอ๋องเกือบจะทรงขับไล่พระชายาออกจากตำหนัก มิหนำซ้ำก่อนหน้านี้ยังโบยพระชายาไปยี่สิบไม้เพราะแม่บ้านเมิ่ง และอาการบาดเจ็บของนางก็ยังไม่หายดี กระหม่อมไม่คิดว่า พระชายาจะเป็นคนเลวร้ายอันใด อีกทั้งพระชายายังกำชับแม่นมเติ้งให้ดูแลนางรับใช้ทั้งสามคนเป็นพิเศษด้วย เพราะเกรงว่าพวกนางจะปลิดชีพตนเอง”
"เมื่อคืนก่อนที่พวกนางปลิดชีพตนเอง ก็เป็นแม่นมเติ้งที่ไปทันเวลาพอดีพ่ะย่ะค่ะ"
เมื่อก่อนซูโหยวอาจจะไม่เชื่อ ทว่ายามนี้ความจริงมาประดังอยู่ตรงหน้าตนแล้ว ความคิดเห็นที่เขามีต่อพระชายาผู้นี้จึงดีขึ้นมาก
เมื่อฟู่เฉินหวนได้ยินเช่นนี้ก็สะเทือนใจอยู่บ้าง จากนั้นก็เอ่ยขึ้นอย่างหมดความอดทนว่า "เจ้าพูดมากขนาดนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่กัน! ข้าไปดูก็ได้!"
ตอนที่เขากำลังจะออกไป เซียวชูก็เดินเข้ามาอีกครั้ง
"ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ หลังจากไต่สวนหลิ่วจิ้นก็สารภาพออกมา กระหม่อมลองตรวจสอบโอสถที่ชุนเยวี่ยกินเข้าไปแล้ว มันเป็นโอสถที่หลิ่วจิ้นสั่งให้นางรับใช้ผู้มีหน้าที่ต้มโอสถต้มขึ้นมา สิ่งที่หวังม๋าจื้อพูดมาล้วนเป็นความจริงทั้งสิ้นพ่ะย่ะค่ะ!
"แต่วันนี้ตอนที่ราษฎรมารวมกลุ่มประท้อง หลิ่วจิ้นก็หนีไปจากตำหนัก มีคนเห็นเขาหนีไปทางประตูหลังพ่ะย่ะค่ะ"
เมื่อฟู่เฉินหวนได้ยินเช่นนี้ ดวงตาก็ฉายแววเยียบเย็น "ผู้ดูแลคลังรึ?”
วางแผนสมรู้ร่วมคิดครั้งใหญ่เช่นนั้นหรือ?
จะต้องมีผู้บงการอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้เป็นแน่!
"ถ้าหากเรื่องทั้งหมดนี้เป็นแผนที่หลิ่วจิ้นวางเอาไว้ ตอนที่ราษฎรมาประท้วง ไม่มีทางที่เขาจะตื่นตระหนกและหลบหนีไปแบบนั้นแน่ เขาน่าจะล่วงรู้แผนและถูกใส่ร้าย นั่นคือสาเหตุที่ทำให้เขาหนีไป" ฟู่เฉินหวนเอ่ยอย่างใจเย็น
เซียวชูพลันเข้าใจขึ้นมาทันที "สิ่งที่ท่านอ๋องตรัสมาเป็นความจริงพ่ะย่ะค่ะ!"
"ส่งคนไปจับเขา! บ้านของหลิ่วจิ้นและที่ไหนก็ตามที่เขาอาจจะไป ไปดักรอเสีย ค้นหาให้ทั่วห้องเขา อย่าให้ตกหล่นไปเชียวล่ะ! ข้าอยากให้เขามีชีวิตอยู่!”
"อีกอย่างจงปิดล้อมทั่วทั้งตำหนักแล้วตรวจสอบจำนวนคนในตำหนัก เจ้าสามารถปล่อยให้คนเข้ามาได้แต่ห้ามปล่อยออกไปเป็นอันขาด!"
เซียวชูรีบรับบัญชา "พ่ะย่ะค่ะ!"
ฟู่อวิ๋นโจวยิ้มพลางเอ่ยเสียงเบาว่า "เรียกข้าว่าอวิ๋นโจวก็ได้ ไม่ต้องเป็นทางการขนาดนั้นหรอก”"
"เพคะองค์ชายห้า เชิญนั่งก่อนเพคะ" ลั่วชิงยวนผายมือเชื้อเชิญ
เมื่อฟู่อวิ๋นโจวได้ยินเช่นนี้ก็ยิ้มด้วยความอ่อนใจ จากนั้นก็นั่งลงบนเก้าอี้ เมื่อเห็นว่าลั่วชิงยวนก็นั่งลงแล้วเช่นกัน เขาก็ตกตะลึงอยู่บ้าง "อาการบาดเจ็บของเจ้า..."
ลั่วชิงยวนโบกมือ "ไม่เป็นไร ไม่เป็นไรแล้วเพคะ ที่จริงอาการบาดเจ็บของหม่อมฉันเกือบจะหายสนิทแล้ว"
นางไม่กล้านั่งเต็มที่ ยามที่นั่งลงบนเก้าอี้จึงได้แต่นั่งหมิ่น ๆ อยู่บริเวณขอบเก้าอี้ การที่องค์ชายห้าเสด็จมาหาจึงไม่เหมาะที่นางจะเอนหลังอยู่บนเตียง
เมื่อฟู่เฉินหวนที่เพิ่งจะถือโอสถเดินเข้ามาในเรือนเหลือบไปเห็นเงาร่างชุดขาวอยู่ในห้อง สีหน้าของเขาก็พลันแปรเปลี่ยนเป็นเย็นชาและม่านตาหดวูบ
เมื่อเห็นว่าต่อให้เจ็บสักแค่ไหน ลั่วชิงยวนก็กำลังนั่งลงบนเก้าอี้เพื่อรับรองฟู่อวิ๋นโจว ประกอบกับเห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของอีกฝ่ายก็ทำให้โทสะระลอกหนึ่งปะทุขึ้นในจิตใจของเขา

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...