ทั้ง ๆ ที่บอกว่ารักเขา กระทั่งรีบร้อนที่จะแต่งเข้ามาในจวนตำหนักอ๋อง! ทว่าเขากลับไม่เคยเห็นสตรีผู้นี้มีรอยยิ้มมากมายขนาดนี้ต่อหน้าเขาเลย!
ช่างน่าขันที่ตนหลงเชื่อนางเข้าจริง ๆ !
เขากำขวดโอสถในมือเอาไว้แน่น ดวงตาฉายแววเยียบเย็นแล้วหันหลังเดินกลับไป
จือเฉาที่กำลังเตรียมจะยกชาเข้าไปในห้อง คาดไม่ถึงว่าจะได้เห็นเงาร่างที่จากไป "นั่น! ท่านอ๋องนี่นา!
แต่อีกฝ่ายกลับเดินจากไปด้วยฝีเท้ามั่นคงโดยไม่เหลียวหลังแม้แต่น้อย
จือเฉารีบยกชามาที่ห้อง "พระชายาเจ้าคะ เมื่อสักครู่นี้ดูเหมือนว่าท่านอ๋องจะเสด็จมาหา แต่กลับเดินออกไปด้วยท่าทีขุ่นเคืองเสียแล้วเจ้าค่ะ"
เมื่อฟู่อวิ๋นโจวได้ยินเช่นนี้ก็ตื่นตกใจอยู่บ้างแล้วสีหน้าของเขาก็ฉายแววกังวลใจ "คงจะเห็นข้าอยู่ที่นี่เป็นแน่ เช่นนั้นข้ากลับดีกว่า ข้าเกรงว่าเสด็จพี่จะเข้าใจผิด ประเดี๋ยวข้าจะไปอธิบายให้เสด็จพี่เข้าใจเอง"
ฟู่อวิ๋นโจวลุกเร็วเกินไปเสียจนกระอักกระไอแรง ๆ
ลั่วชิงยวนรีบเอ่ยขึ้นมาว่า "ไม่ต้องหรอกเพคะ ไม่ว่าท่านจะอธิบายอย่างไร ท่านอ๋องก็ไม่มีสีหน้าดี ๆ ให้หม่อมฉันหรอก"
"ท่านผู้นี้เชื่อเฉพาะสิ่งที่ตนเห็นเท่านั้น" ลั่วชิงยวน
ฟู่อวิ๋นโจวจึงเอ่ยขึ้นด้วยความกังวลใจว่า "แต่เรื่องนี้ต้องอธิบายให้เข้าใจ ข้าได้พักฟื้นอยู่ในวังหลวงก็ต้องขอบคุณที่เสด็จพี่สั่งให้หมอเทวดามารักษาให้ข้า มิฉะนั้นเกรงว่าข้าคงจะตายไปนานแล้ว ถึงแม้ข้าจะไม่รู้ว่าตัวเองจะมีชีวิตอยู่ได้นานสักแค่ไหน ข้าก็ไม่อยากผิดใจกับเสด็จพี่เพราะเรื่องนี้หรอกนะ"
เมื่อลั่วชิงยวนได้ยินเช่นนี้ก็มองดูลมปราณตรงหว่างคิ้วของฟู่อวิ๋นโจว ถึงแม้ว่าเขาจะดูเหมือนอ่อนแอลงและป่วยระยะสุดท้าย แต่อาการป่วยก็มิได้ร้ายแรงนัก และสีหน้าก็ไร้วี่แววของโรคภัย หรือลักษณะของผู้ที่มีอายุสั้น
"ทรงอย่าห่วงไปเลยเพคะ องค์ชายห้า ท่านไม่สิ้นชีพตั้งแต่วัยเยาว์หรอก โรคภัยบางอย่างยิ่งคิดก็จะยิ่งทำให้อาการทรุดลง ถ้าหากท่านมีสุขภาพจิตดีย่อมปราศจากโรคภัยอย่างแน่นอนดพคะ" ลั่วชิงยวนให้คำแนะนำอย่างจริงจัง
ฟู่อวิ๋นโจวตัวแข็งทื่อเล็กน้อยและสีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย
ทว่าจากนั้นเขาก็ยิ้มให้อย่างอ่อนใจ "ชิงยวนช่างมีวิธีปลอบโยนผู้คนที่ค่อนข้างพิเศษนัก"
หลังจากแม่นมเติ้งไปส่งองค์ชายห้าแล้ว นางก็รีบกลับ หยิบขวดโอสถที่อยู่บนโต๊ะ "โอสถที่ท่านอ๋องกับองค์ชายห้ามอบให้ ขวดไหนดีกว่ากันหรือเพคะ?"
ลั่วชิงยวนตอบโดยไม่ต้องคิดเลยว่า "แน่นอนว่าย่อมต้องเป็นขวดที่องค์ชายห้ามอบให้อยู่แล้ว ข้าไม่ต้องการขวดที่ฟู่เฉินหวนมอบให้หรอก"
"คิดจะตบหัวแล้วลูบหลังเช่นนั้นรึ? โอสถของเขาวิเศษมาจากไหนกัน"
แม่นมเติ้งส่ายหน้าอย่างอับจนหนทางพลางหยิบขวดโอสถที่องค์ชายห้ามอบให้นาง "ท่านอ๋องทรงยินดีมอบโอสถให้ก็หมายความว่ารู้ตัวว่าทำผิด นี่คือวิธีการที่บุรุษยอมอ่อนข้อให้แก่สตรี พระชายาควรจะหาทางลงให้สักนิดนะเพคะ"
"ท่านคงไม่โกรธเคืองท่านอ๋องตลอดไปกระมัง" แม่นมเติ้งพิจารณาสถานการณ์ของพระชายาดูแล้ว อย่างไรเสียนางก็มิใช่ลั่วเยวี่ยอิง และไม่เป็นที่ยอมรับของคนในตระกูล หากท่านอ๋องยิ่งเฉยเมย วันข้างหน้าคงจะยิ่งยากกระมัง
ลั่วชิงยวนกลับเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเยียบเย็นและหยิ่งยโส "ข้าเข้าใจดี แต่ข้าแค่รู้สึกว่าจิตใจไร้สุข เขานึกอยากจะโบยข้าก็โบย ข้าเป็นคนหาใช่สุนัขที่เขาเลี้ยงเอาไว้ในตำหนักไม่!"
"เขาเคยปฏิบัติกับข้าในฐานะพระชายาจริง ๆ เสียเมื่อไหร่กัน พูดก็พูดเถอะนะ น้ำใจอันแสนน้อยนิดเช่นนี้กลับคิดจะซื้อใจข้า ช่างน่าขันสิ้นดี"

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...