“เดี๋ยวก่อน!”
ฟู่เฉินหวนผงะเล็กน้อย จากนั้นหลือบมองมือของนางที่จับมือของเขาไว้
ลั่วชิงยวนรีบดึงมือของนางกลับแล้วเอ่ยว่า “อย่าสังหารนักฆ่าสำนักเทียนอิงผู้นั้นเลย”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ฟู่เฉินหวนก็รู้สึกสับสน "เหตุใดเล่า? เจ้าบอกว่าเขาจะมีชีวิตเพียงสองหรือสามวันเท่านั้นมิใช่หรือ?"
“เพคะ รอจนกว่าเขาจะตายลงไปเอง อย่าได้ประหารชีวิตเขาเลยเพคะ”
แม้ว่าฟู่เฉินหวนจะไม่รู้เหตุผล แต่เขาก็ไม่ได้ถามคำถามใดอีกต่อไปและทำเพียงตอบรับเท่านั้น “ได้สิ”
หลังจากพูดเช่นนั้นเขาก็หันหลังกลับและออกจากห้องไป
หลังจากนั้นไม่นานจือเฉาก็กลับมาพร้อมรอยยิ้มที่สดใสบนใบหน้าของนาง ลั่วชิงยวนมองนางอย่างแปลกประหลาด
“เจ้ายิ้มร่าด้วยเหตุใด?”
จือเฉาก้าวไปข้างหน้าพร้อมกับนอนลงข้างเตียง “บ่าวมีความสุขมากเจ้าค่ะ คราวนี้พระชายาได้รับบาดเจ็บ ท่านอ๋องก็มีทีท่าเป็นห่วงพระชายาอย่างแท้จริง!”
“ไม่เพียงเท่านั้นท่านอ๋องยังมอบห้องนอนของพระองค์ให้กับพระชายาเพื่อการรักษาอาการบาดเจ็บด้วย!”
“วันนี้ท่านอ๋องยอมทายาให้พระชายาด้วยซ้ำเจ้าค่ะ ท่านอ๋องจริงจังมากเพราะกลัวว่าจะทำให้พระชายาเจ็บอีกเจ้าค่ะ”
แสงล้ำลึกทอประกายในดวงตาของลั่วชิงยวน นางเอ่ยขึ้นอย่างแผ่วเบา “อาจเป็นเพราะข้าช่วยเขามากในครั้งนี้”
เมื่อเห็นว่าจือเฉามีความสุขเพียงใด นางจึงมองอีกฝ่ายอย่างสิ้นหวังแล้วพูดว่า “เจ้ายังคงมีความสุขอยู่ แต่หากเจ้ารู้ว่าข้าดื่มสิ่งใด เจ้าจะยังคงมีความสุขได้หรือไม่?"
“พระชายาดื่มสิ่งใดเจ้าค่ะ?” จือเฉาถามด้วยความกังวล
ลั่วชิงยวนยิ้มอย่างจนใจ “ไม่เป็นไร ข้าเพียงล้อเจ้าเล่น ไปพักผ่อนเถอะ”
“พระชายา ควรพักผ่อนให้สบาย หากท่านต้องการสิ่งใดก็เรียกใช้บ่าวได้เลยเจ้าค่ะ” จือเฉาออกจากห้อง แต่มิได้ออกไป นางกลับยืนเฝ้าอยู่ที่ลานเรือนแทน
……
เช้าวันรุ่งขึ้นจือเฉาก็นำยามาให้ หลังจากที่ลั่วชิงยวนดื่มยาแล้ว นางก็ขอให้แม่นมเติ้งมาหา
“เจ้าไปตรวจสอบดูว่าซ่งเชียนฉู่อยู่ที่ใด? หากเจ้ารู้แจ้งแล้วว่านางอยู่ที่ใด เช่นนั้นก็ให้จัดเตรียมคนไปรับนาง”
แม้ว่าจะไม่จำเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับชีวิตของซ่งเชียนฉู่ เพราะด้วยข้างกายของอีกฝ่ายก็มีราชันย์อสรพิษอยู่ด้วย แต่หลังจากไร้วี่แววข่าวใด ๆ มาเป็นเวลานาน นางจึงยังรู้สึกกังวลเล็กน้อย
แม่นมเติ้งพาลั่วอวิ๋นสี่มาที่หน้าประตู “พระชายา มีคนต้องการพบท่านเจ้าค่ะ”
“ให้นางเข้ามา”
เมื่อปิดประตู ลั่วชิงยวนอดไม่ได้ที่จะหัวเราะเบา ๆ “เพียงข้านึกถึงเจ้า เจ้าก็มาหาถึงที่”
ลั่วอวิ๋นสี่ขมวดคิ้ว จากนั้นก็พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “เจ้ายังหัวเราะได้อีก เกิดอะไรขึ้นกับเจ้า เหตุใดเจ้าจึงยังมิตาย?"
เป็นเรื่องยากที่ลั่วอวิ๋นสี่จะใส่ใจนางมากถึงเพียงนี้ แต่คำพูดของลั่วอวิ๋นสี่ทำให้นางรู้สึกงุนงง
“รู้หรือไม่? ข้าได้ยินข่าวซุบซิบมาจากใด?”
ลั่วอวิ๋นสี่ตอบอย่างมีความสุข “ครั้งนี้ท่านอ๋องทำคุณงามความดีอันใหญ่หลวง องค์จักรพรรดิจึงตรัสถามเขาว่า เขาปรารถนาสิ่งใดเป็นรางวัล เขาบอกว่าเขามิต้องการอะไรเลย และเพียงขอให้ไทเฮาประทานยาแก้พิษแก่เขาเท่านั้น”
“ทุกคนรู้ว่าเจ้าออกมาจากพระตำหนักโช่วสี่ในวันนั้น หากมิใช่เจ้า เขาจะให้ยาแก้พิษนี้กับผู้ใดได้อีก”
เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้ ลั่วชิงยวนก็ตกตะลึง
“เรื่องราวใหญ่โตถึงเพียงนี้เชียวหรือ?” ลั่วชิงยวนอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว การขอยาแก้พิษจากไทเฮาโต้ง ๆ เช่นนี้ คงถือว่าเป็นการต่อต้านไทเฮาอย่างเปิดเผยแล้ว

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...