ในที่สุดเวลาก็ผ่านมาเจ็ดวันแล้ว
พระตำหนักโช่วสี่
หน้ากระจกทองเหลือง ไทเฮากำลังลูบผมและถามว่า “นี่กี่วันแล้ว?”
จิ่นชูซึ่งอยู่ด้านข้างก็ตอบขึ้นว่า "วันนี้เป็นวันที่เจ็ดแล้วเพคะ"
ไทเฮาเลิกคิ้วเล็กน้อย “แปลกจริง ๆ ที่เขาไม่ได้อุ้มศพมาเอ่ยถามเรื่องราวกับข้าหรือแม้แต่จะจัดพิธีไว้ทุกข์”
จิ่นชูยิ้มและกล่าวว่า “ท่านอ๋องประสบความสำเร็จอย่างมากในยามนี้ รวมทั้งชื่อเสียงของเขาก็ได้รับการสรรเสริญอย่างยิ่ง หากเขานำศพมายังพระตำหนักโช่วสี่ เขาจะถูกกล่าวหาว่าไม่กตัญญูและไม่เคารพได้เพคะ”
“นอกจากนี้ เขาชอบลั่วเยวี่ยอิง เขาปฏิบัติต่อลั่วชิงยวนเพียงผิวเผินเท่านั้น เขากลัวว่าจะชื่อเสียงของเขาจะด่างพร้อยด้วยการเนรคุณ เช่นนั้นแล้วเขาจะต่อต้านไทเฮาเพื่อเปิดเผยการตายของลั่วชิงยวนได้เช่นไรเพคะ?”
ไทเฮายิ้มจาง ๆ แล้วพูดถามว่า “หมอหลวงได้เตรียมการไว้แล้วหรือไม่?”
“จัดการเรียบร้อยแล้วเพคะ ทว่า ไม่กี่วันก่อนลั่วเยวี่ยอิงได้ไปก่อความวุ่นวายครั้งใหญ่ที่ตำหนักอ๋อง หากลั่วชิงยวนเสียชีวิต ทุกคนคงคิดแต่เพียงว่าลั่วเยวี่ยอิงฆ่านาง และจะไม่มีใครตั้งคำถามกับไทเฮาได้เพคะ”
เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้ ไทเฮาก็ประหลาดใจเล็กน้อย “เซียวเอ๋อร์ได้จัดการเรื่องนี้แล้วหรือไม่?”
“จัดการแล้วเพคะ”
“ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว เราได้แก้ปัญหาลั่วเยวี่ยอิงที่น่ารำคาญผู้นี้ไปพร้อม ๆ กันเลย”
“สตรีที่ดีทว่าเอาแต่วิ่งตามบุรุษเช่นนี้ ช่างไร้ค่านัก มิหน้ำซ้ำสตรีเช่นนางยังต้องการแต่งงานเข้าตระกูลเหยียนเสียด้วย”
น้ำเสียงของไทเฮาดูถูกเหยียดหยาม
ทว่า ไม่กี่วันต่อมา ก็ยังไม่มีข่าวการตายอย่างกะทันหันของลั่วชิงยวนออกมาจากตำหนักอ๋องผู้สำเร็จราชการ มีคนไปที่ตำหนักอ๋องเพื่อสอบถามเกี่ยวกับข่าวนี้ แต่กลับพบว่าลั่วชิงยวนยังคงมีชีวิตอยู่อย่างชัดเจน!
เมื่อไทเฮารู้ข่าว นางก็โกรธมาก “ไร้สาระ! ลั่วชิงยวนยังมิตายอีกงั้นรึ?”
“ไม่น่าแปลกใจเลยที่ฟู่อวิ๋นโจวมิเคยมาหาข้า!”
จิ่นชูขมวดคิ้วและพูดอย่างหนักแน่นว่า “ท่านอ๋องอาจเจอหมอที่สามารถล้างพิษให้ลั่วชิงยวนได้เพคะ”
“ครั้งนี้ท่านอ๋องมิได้ปกป้องลั่วเยวี่ยอิง บ่าวเดาว่าท่านอ๋องคงรู้เจตนาไม่ดีของลั่วเยวี่ยอิงแล้วเจ้าค่ะ”
หลังจากฟังเรื่องราวเหล่านั้นแล้ว ลั่วชิงยวนก็พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ ฟู่เฉินหวนไม่ชอบลั่วเยวี่ยอิงในครั้งนี้
แต่นางกลับรู้สึกสับสนเล็กน้อยว่า ฟู่เฉินหวนมีความรู้สึกแบบใดกับลั่วเยวี่ยอิงกันแน่ในตอนนี้
“แล้วเว่ยอวิ๋นเซี๋ยอยู่ที่ใด?” ลั่วชิงยวนนึกถึงคนผู้นี้ทันทีจึงเอ่ยถาม
“ตระกูลเว่ยพาตัวนางกลับมาแล้วเจ้าค่ะ เมื่อนางได้ลองเข้าไปในหอฝูเสวี่ย นางก็ดูตกใจกลัวเป็นอย่างมาก แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ตระกูลเว่ยช่วยนางไว้ได้ทันเจ้าค่ะ”
“เนื่องจากไม่มีความเสียหายร้ายแรงเกิดขึ้น ตระกูลเว่ยจึงไม่ต้องการให้ผู้คนพูดถึงเรื่องนี้มากนักและไม่อยากให้เผยแพร่เรื่องอื้อฉาวเหล่านี้ พวกเขาจึงปิดบังข่าวและไม่มีความเคลื่อนไหวใดเจ้าค่ะ”
ลั่วชิงยวนจึงเอ่ยถามต่อว่า “นางพูดถูก น่าเสียดายที่นางมิได้สัมผัสประสบการณ์นั้นได้ด้วยตนเอง”
ทันทีที่คำพูดเหล่านั้นจบลง ร่างหนึ่งก็รีบเดินก้าวเข้ามาในลานตำหนักด้วยสีหน้ากังวล
ลั่วอวิ๋นสี่เดินเข้ามาด้วยน้ำเสียงประหม่า “มีคนต้องการฆ่าเจ้า!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...