ฟู่เฉินหวนกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้อย่างเคร่งขรึม
สีหน้าและแววตาเยือกเย็นราวกับใบมีดคมกริบ
ทันทีที่ลั่วชิงยวนก้าวเท้าเข้ามา นางก็รู้สึกราวกับถูกลูกศรนับหมื่นแทงทะลุหัวใจ ลมหนาวนับไม่ถ้วนพัดผ่านเข้ามาในร่างกายของนาง นั่นจึงทำให้นางรู้สึกหนาวสั่นไปทั่วทั้งร่าง
“ท่าน… ท่านนั่งทำอะไรอยู่ที่นี่? ท่านอยากให้หม่อมฉันกลัวจนตกใจตายงั้นหรือ?” ลั่วชิงยวนตกใจเป็นอย่างมาก
ใบหน้าของฟู่เฉินหวนดูบูดบึ้ง เขาเอ่ยถามอย่างเย็นชาทันทีว่า “เจ้ามัวไปเที่ยวเล่นที่ใดมา?”
“ฟู่จิ่งหลีส่งเจ้ากลับมาตำหนักแล้ว แต่เจ้ากับแอบออกไปอีกรอบ เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าใช้คนในการตามหาเจ้ามากน้อยเพียงใด?”
วันนี้หลังจากลั่วชิงยวนกลับมาจากวังหลวง เขายังคงอยู่ในห้องตำรา หลังจากทำงานเสร็จสิ้นแล้ว เขาจึงอยากไปถามนางว่าหลิวไท่เฟยมีเรื่องอันใดกับนาง ทว่าเมื่อเขาไปหานาง นางกลับไม่ได้อยู่ในตำหนักอ๋องแล้ว
เมื่อรู้ว่านางออกไปข้างนอก ฟู่เฉินหวนก็โกรธมากจนกินข้าวเย็นไม่ลงด้วยซ้ำ อีกทั้งยังนั่งรอนางอยู่ที่นี่!
ลั่วชิงยวนตกใจมาก “ตามหาหม่อมฉันงั้นหรือ?”
นางไม่เคยเห็นเขาใส่ใจนางมากถึงเพียงนี้มาก่อน
เมื่อนางไม่กลับตำหนักอ๋องสองสามวันจะไม่มีใครถามนางว่านางไปอยู่ที่ไหนมา ทุกครั้งที่นางกลับมามีเพียงจือเฉาและแม่นมเติ้งเท่านั้นที่จะใส่ใจเรื่องสุขภาพของนางและสิ่งที่นางเผชิญข้างนอก
นางคุ้นเคยกับการย่องออกจากตำหนักของเพียงลำพังมานานแล้ว แต่นางคิดไม่ถึงว่าฟู่เฉินหวนจะสร้างความยุ่งยากใหญ่หลวงในการตามหานางในวันนี้
“หม่อมฉัน…” ลั่วชิงยวนต้องการอธิบาย
เสียงของฟู่เฉินหวนนั้นเย็นชา “เจ้าไม่รู้หรือว่ามีคนต้องการฆ่าเจ้า? เจ้ายังเที่ยววิ่งเล่นอยู่เช่นนี้อีก?”
“เจ้าดูไม่เหมือนพระชายาเลยสักนิด!”
ลั่วชิงยวนพูดอย่างไม่พอใจ “ตอนนี้ท่านอยากจะให้หม่อมฉันเรียนรู้ที่จะเป็นพระชายา สายเกินไปหรือไม่?"
“หม่อมฉันก็เป็นเช่นนี้มาโดยตลอด ท่านอ๋องก็รู้ดีที่สุดมิใช่หรือ?”
ฟู่เฉินหวนรู้สึกสำลักด้วยคำพูดเหล่านี้และไม่มีคำพูดใดที่จะหักล้างได้เลย
“ลั่วชิงยวน เจ้าจะถูกกักบริเวณ นับจากนี้ไป เจ้าไม่ได้รับอนุญาตให้ก้าวออกจากประตูบานนี้อีก มิเช่นนั้น จะต้องมีคนถูกลงโทษแทนเจ้า!”
หลังจากที่ฟู่เฉินหวนพูดจบ เขาก็ลุกขึ้นแล้วเดินจากไป
ลั่วชิงยวนตกตะลึงและมองดูเขาด้วยความตกใจ “จือเฉากับแม่นมเติ้งอยู่ที่ใด?”
"ท่านทำอะไรกับพวกนาง?"
ฟู่เฉินหวนไม่หันกลับมามอง เขาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “ตราบใดที่เจ้ายังประพฤติตนเช่นนี้ พวกนางจะไม่มีวันถูกปล่อยออกมา!”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ลั่วชิงยวนจึงโกรธเคืองเป็นอย่างมากและอยากจะไล่ตามเขาให้ทัน แต่ฟู่เฉินหวนกลับลงกลอนประตูลานด้านนอก
ลั่วชิงยวนยิ้มอย่างช่วยไม่ได้ “หยุดพูดแทนเขาได้แล้ว”
นางกังวลว่าจะคุยกับฟู่เฉินหวนอย่างไรต่อไปดี ไทเฮาต้องการฆ่านางอย่างไม่ลดละ แต่นางก็ไม่อาจอยู่ในตำหนักอ๋องได้ตลอดชีวิตไม่ใช่หรือ?
การทำเช่นนี้จะทำไปได้อีกนานสักเพียงใด?
ทว่า ขณะที่นางกำลังครุ่นคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ แม่นมเติ้งก็รีบเข้ามาพร้อมเอ่ยด้วยสีหน้าเป็นกังวลว่า “พระชายา จิ่นซูจากพระตำหนักโช่วสี่มาที่นี่อีกแล้วเจ้าค่ะ”
“ท่านอ๋องให้ท่านไปกับนางได้เจ้าค่ะ”
หัวใจของลั่วชิงยวนเต้นผิดจังหวะ “เขาให้ข้าไปงั้นหรือ?”
นางถูกกักบริเวณอยู่ไม่ใช่หรือ อีกทั้งเขายังให้นางพบจิ่นซูจากพระตำหนักโช่วสี่ได้เช่นไร?
ลั่วชิงยวนมาที่ลานจวนด้วยความสงสัย
จิ่นซูยิ้มให้นางแล้วพูดว่า “พระชายา ไทเฮาขอเชิญท่านมาที่พระราชวังอีกครั้ง”
ลั่วชิงยวนขมวดคิ้ว “ข้าจะต้องไปอีกงั้นหรือ?”
“ไทเฮามีเรื่องอยากจะทูลกับพระชายา” จิ่นซูยิ้มอย่างจริงใจ
ท่าทีของอีกฝ่ายแตกต่างไปจากวันนั้นอย่างสิ้นเชิง ทั้งที่จริงแล้วในตอนที่นางถูกวางยา อีกฝ่ายทั้งโหดเหี้ยมและไร้ความเมตตา

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...