ลั่วชิงยวนพูดด้วยน้ำเสียงดื้อรั้นว่า “ในเมื่อเป็นข้อตกลง หม่อมฉันได้แสดงความจริงใจของหม่อมฉันแล้ว ท่านอ๋องควรแสดงความจริงใจของพระองค์ด้วยหรือไม่? ไม่เช่นนั้นก็ทรงรีบเอาสมบัติของแม่หม่อมฉันให้หม่อมฉันเสียที อย่างน้อยพระองค์ก็ไปเอามันมาจากเยวี่ยอิงก่อนได้หรือไม่เพคะ?”
“ท่านอ๋องเก็บไว้กับตัวเองก่อน หลังจากหม่อมฉันกำจัดอาคมชุมนุมปีศาจได้แล้ว ท่านอ๋องค่อยมอบของให้หม่อมฉันก็ย่อมได้เพคะ”
ฟู่เฉินหวนมิได้ตอบ แต่สายตายังคงเย็นชาเช่นเคย
ลั่วชิงยวนสีหน้าจริงจังมากและพูดว่า “เมื่อข้อตกลงของเราจบลง ท่านอ๋องส่งหนังสือหย่าให้หม่อมฉันก็ได้! หม่อมฉันจะไม่ยุ่งวุ่นวายกับพระองค์อีก!”
เมื่อได้ยินสิ่งนี้ มีแสงแวบขึ้นมาในแววตาของฟู่เฉินหวน มีความประหลาดใจเล็กน้อยซ่อนอยู่ในสายตา
นางเต็มใจให้เขาหย่ากับนางจริง ๆ อย่างนั้นหรือ? น่าขันนัก เหตุใดสมบัติของแม่นางจึงสำคัญมากเพียงนี้?
หากเป็นเช่นนั้นแล เหตุใดถึงต้องพยายามทุกวิถีทางที่จะแต่งงานแทนตั้งแต่แรก? นั่นทำลายแผนการทั้งหมดของเขา!
สตรีผู้นี้เคยพูดอะไรจริงบ้างหรือไม่?
ฟู่เฉินหวนมองด้วยความสงสัย ลั่วชิงยวนจึงระงับความโกรธ พยายามพูดกับเขาอย่างใจเย็น “ถ้าพระองค์ไม่อยากเป็นคนใจร้าย เช่นนั้นหม่อมฉันก็จะทำเอง! หม่อมฉันจะเขียนใบหย่าเอง ตกลงหรือไม่เพคะ?!”
ฟู่เฉินหวนขมวดคิ้ว ยิ่งประหลาดใจมากยิ่งขึ้น และอดไม่ได้ที่จะเยาะเย้ย “เจ้าอยากเขียนใบหย่าและหย่ากับข้าผู้เป็นอ๋องรึ?"
ความโกรธของลั่วชิงยวนพลันเพิ่มขึ้น นางตบโต๊ะแล้วโน้มตัวเข้ามาใกล้พลางจ้องมองเขาและพูดว่า “ไม่เช่นนั้น ท่านอ๋องต้องการอันใดเล่า! ท่านอ๋อง คิดจะกลับคำพูดอย่างนั้นรึ? ท่านอ๋องผู้สำเร็จราชการผู้ยิ่งใหญ่แห่งแค้วนหลี่ แท้จริงแล้วก็เป็นผู้น่ารังเกียจ มิรักษาคำพูดเยี่ยงนั้นรึ!”
นางมิได้ไร้ยางอายถึงขนาดต้องมาคอยยุ่งวุ่นวายกับเขา นางมิใช่ลั่วชิงยวนที่รักเขาจนต้องตายเสียหน่อย
นางแค่อยากเอาสมบัติของแม่ลั่วชิงยวนกลับคืนมา เพื่อเติมเต็มข้อสงสัยและการสันนิษฐานของนาง นี่คือข้อตกลงที่พวกเขาเจรจากันก่อนหน้านี้!
คำพูดของนาง ทำให้สายตาของฟู่เฉินหวนพลันเย็นชาทันที นัยน์ตาของเขาส่อเจตนาสังหาร นี่เป็นสตรีคนแรกที่กล้าบอกว่าเขาน่ารังเกียจ!
“เจ้าเข้ามาแทนที่ในงานแต่งงาน ทำร้ายเยวี่ยอิงจนหมดสติแล้วยัดเยียดการแต่งงานให้กับข้า ยามนี้เจ้ากลับต้องการสมบัติและหนังสือหย่าจากข้า ลั่วชิงยวน เจ้าคิดว่าทุกสิ่งอย่างจะเป็นไปอย่างที่เจ้าต้องการงั้นรึ? หากสิ่งต่าง ๆ มิเป็นดั่งที่เจ้าต้องการ เช่นนั้นจะถูกผู้คนดูถูกเหยียดหยามหรือไม่? แล้วตอนนี้เจ้ากำลังเปลี่ยนกลอุบายอีกแล้วใช่หรือไม่? ”
น้ำเสียงของฟู่เฉินหวนเย็นชา แล้วความรังเกียจในสายตาของเขากำลังจะล้นออกมา
ลั่วชิงยวนถูกเขาใช้สายตาเยี่ยงนั้นมอง ก็พลันรู้สึกอึดอัดยิ่ง
ด้วยความสามารถของนาง นางมิอยากติดอยู่ในตำหนักอ๋องไปตลอดชีวิต!
ตราบใดที่นางได้รับสมบัติของแม่นาง นางก็จะจากไป!
ทั้งแคว้นเทียนเชวียก็หานักบวชหญิงแห่งแค้วนหลี่ไม่ได้อีกต่อไป เมื่อนางเดินออกไป ก็ทำให้ฟู่เฉินหวนรู้สึกสูญเสีย
……
วันเวลาหลังจากนั้น ลั่วชิงยวนและฟู่เฉินหวนก็มิเคยได้พบกันอีกเลย แม้กระทั่งซูโหยวและเซียวชูก็มิเคยมา
โชคดีที่แม่นมเติ้งได้เป็นแม่บ้านแล้ว สะดวกในการไปรับโฮสถ ดังนั้นโอสถประจำวันและน้ำแกงโสมจึงจัดส่งตรงเวลา พักผ่อนแล้วครึ่งเดือน อาการบาดเจ็บของลั่วชิงยวนก็เกือบจะหายดีแล้ว
แต่เพราะว่าผลกระทบของโอสถและอาหารบำรุง ร่างกายของนางจึงมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดอีกครั้ง
นางถูกวางยาพิษมาหลายปีแล้ว โอสถที่จำเป็นต่อการรักษาโรคอ้วนของนางล้วนมีค่าอย่างยิ่ง ในห้องโอสถของตำหนักอ๋องต้องมีแน่ แต่ฟู่เฉินหวนแค่มิยอมให้นางใช้มัน!

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...