“หม่อมฉันนำสิ่งนี้มาจากหลิวไท่เฟย ผ้าเช็ดหน้าผืนนี้เป็นของที่ระลึกเพียงสิ่งเดียวจากพระมารดาของท่าน”
ฟู่จิ่งหลีถือผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นไว้ในมือ สีหน้าของเขาก็ดูหนักอึ้งอยู่พักนึง
จากนั้นเขาก็เก็บผ้าเช็ดหน้าออกแล้วยิ้มอีกครั้ง “ขอบคุณเจ้ามาก”
ฟู่จิ่งหลีและฟู่เฉินหวนเริ่มพูดคุยกัน ลั่วชิงยวนจึงลุกขึ้นกลับไปยังห้องของนางก่อน
นางกำชับแม่นมเติ้งและจือเฉาให้เฝ้าอยู่นอกประตูอย่าให้ใครเข้ามาได้
นางเปิดดวงแก้วออก ร่างของสตรีผู้นั้นก็ปรากฏขึ้นอย่างช้า ๆ แต่ลั่วชิงยวนกลับไม่ได้ปล่อยนางออกมาอย่างสมบูรณ์
“เจ้าเป็นใคร หลิวไท่เฟยทำสิ่งใดให้เจ้าจงเกลียดจงชังถึงเช่นนี้?”
สตรีผู้นั้นพูดอย่างดุร้ายว่า “นางเป็นฆาตกร! ฆาตกร!”
“นางฆ่าใคร?”
“เสียนเฟย!”
เมื่อได้ยินคำตอบนี้ ลั่วชิงยวนก็ผงะ นางขมวดคิ้วแล้วพูดว่า “นั่นเป็นเพียงความผิดพลาดอย่างมิได้ตั้งใจของพระนาง”
เมื่อได้ยินคำพูดนั้น นางก็เริ่มมีอารมณ์และใบหน้าของนางก็ดุร้ายอีกครั้ง “ไร้สาระ! ผิดพลาดโดยมิได้ตั้งใจรึ?! เป็นนางที่ตั้งใจทำ! นางเป็นคนที่ทำร้ายเสียนเฟย!”
“ในคืนที่เกิดเหตุการณ์นั้น นางได้นัดหมายกับเสียนเฟยเพื่อไปงานเลี้ยง แต่นางกลับมิปรากฏตัวจนกระทั่งเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นและนางก็ตายลงในที่สุด!”
“พระราชวังถูกฟ้าผ่า พระตำหนักของเสียนเฟยก็ไม่อาจรอดพ้นจากความเสียหาย สิ่งที่ทำให้เกิดฟ้าผ่าคือสิ่งที่นางมอบให้เสียนเฟย!”
“การตายของเสียนเฟยเป็นส่วนหนึ่งของแผนการนาง!”
สตรีผู้นั้นนั้นดูดุร้ายและอารมณ์แปรปรวน
เมื่อลั่วชิงยวนได้ยินคำพูดนี้ นางก็ตกตะลึงอย่างมาก
คำพูดนี้แตกต่างจากหลิวไท่เฟยอย่างสิ้นเชิง
ยิ่งกว่านั้น นางก็รู้ด้วยว่าอะไรที่ทำให้เกิดฟ้าผ่า?
“เจ้ารู้ได้เช่นไรว่าสิ่งใดทำให้เกิดฟ้าผ่า เจ้าถึงกับพูดอย่างมั่นใจเพียงนี้ เจ้าเป็นใครกันแน่ และเหตุใดจึงมั่นใจนัก?”
ลั่วชิงยวนสัมผัสได้ถึงความเกลียดชังอันแรงกล้าของนาง และด้วยเหตุนี้นางจึงไม่อาจละทิ้งความขุ่นเคืองจนกลายเป็นอย่างที่นางเป็นอยู่ตอนนี้
“หากสิ่งที่เจ้าพูดเป็นความจริง ข้าช่วยเจ้าได้”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ สตรีผู้นั้นก็ประหลาดใจและพูดว่า “จริงหรือ?”
“จริงสิ แต่ข้าต้องยืนยันตัวตนของเจ้าก่อน เจ้านามว่าอันใด?”
สตรีผู้นั้นตอบว่า “เจินหลัน”
ถึงแม้ว่าเจินหลันจะมีรอยแผลบนใบหน้า แต่รูปลักษณ์ดั้งเดิมของนางก็ยังคงมองเห็นได้อย่างชัดเจน เช่นนั้นแล้วลั่วชิงยวนจึงวาดภาพเหมือนของนางขึ้นมา
ด้วยการใช้ประโยชน์จากฟู่จิ่งหลีที่เพิ่งทานอาหารมื้อกลางวันและยังไม่ได้ออกจากตำหนักอ๋อง ลั่วชิงยวนจึงแอบพบเขาอย่างเงียบ ๆ
“องค์ชายเจ็ด หม่อมฉันมีเรื่องจะถามท่านเพคะ”
ฟู่จิ่งหลียิ้มอย่างสงบและพูดว่า “ท่านยังคงสุภาพกับข้าเพียงนี้อีกงั้นรึ? พูดมาสิ มีเรื่องอันใด?”
ลั่วชิงยวนหยิบภาพเหมือนออกมาอย่างรวดเร็ว จากนั้นนางจึงยื่นภาพไว้ตรงหน้าเขา “ท่านรู้จักคนผู้นี้หรือไม่?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...